เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 893 ถูกครอบง า
พวกเขารีบมุ่งหน้าไปที่โรงแรม บุกไปที่หน้าห้องที่ผู้จัดการคน
นั้นอยู่
ขณะที่ซูเซี่ยงหยางกำลังจะเคาะประตู ฉู่ลั่วที่อยู่ด้านหลังก็พูด
ขึ้นมาก่อน “พังเข้าไปค่ะ!”
จากนั้นซูเซี่ยงหยางจึงพังประตูห้องไปอย่างไม่ลังเล
ทุกคนบุกเข้าไปในห้อง
พวกของฉู่ลั่วก็ตรงไปที่ห้องน้า
ที่นั่นมีผมของหญิงสาวลอยอยู่บนผิวน้า พร้อมกับเธอที่อ้าปาก
ค้าง เบิกตาโพลงและใบหน้าซีดเซียว
…
ณ โรงพยาบาล
ผู้จัดการถือแก้วน้าอยู่อย่างกระวนกระวายขณะมองไปรอบ ๆ
อย่างระมัดระวังอยู่เป็นระยะ ก่อนจะจิบน้าอย่างเร่งรีบแล้วบอกว่า
“ฉะ… ฉันจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ”
ซูเซี่ยงหยางนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับสมุดที่อยู่ในมือแล้วเอ่ยถาม
ด้วยน้าเสียงจริงจัง “ตอนสุดท้ายที่คุณมีสติคือตอนไหนครับ?”
ผู้จัดการครุ่นคิดแล้วตอบ “ตอนที่ฉันรับสายจากฉู่หร่าน บอกให้
ฉันจัดการกดกระแสความคิดเห็นแย่ ๆ ในโซเชียลค่ะ”
“จากนั้นล่ะครับ?”
ผู้จัดการขมวดคิ้วอีกครั้ง “ที่จริงฉันก็เตรียมจะเปลี่ยนศิลปินที่
ดูแลอยู่แล้ว ก็เลยรับปากไปโดยไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ พอวันรุ่งขึ้น
ก็เตรียมจะไปหาหน้าม้าให้เตรียมดำเนินการ…”
แต่ซูเซี่ยงหยางกลับพูดขึ้นมา “แต่ว่าจากการสืบสวนของพวก
เรา เย็นวันนั้นคุณซื้อตั๋วเครื่องบินบินไปที่เมืองซินแล้วนะครับ”
ผู้จัดการเอ่ยอย่างจนใจ “ฉันจำไม่ได้เลยค่ะ”
“นี่คือกลยุทธ์ที่คุณทำเพื่อฉู่หร่านหลังจากตอนนั้นครับ ซึ่งมัน
ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความคิดเห็นแย่ ๆ ถึงหล่อนบนโซเชียลได้จริง ๆ”
ผู้จัดการรับแท็บเล็ตไปดู แล้วก็ได้เห็นว่าฉู่หร่านใส่ชุดไว้ทุกข์
ให้กำลังใจแฟนคลับและแสร้งทำตัวน่าสงสาร…
เธอชักสีหน้าทันที “นี่มันเป็นการทำลายตัวเองนะ?”
ซูเซี่ยงหยางเอ่ยถามอย่างสงสัย “วิธีนี้ไม่ดีเหรอครับ? ความ
คิดเห็นแย่ ๆ เกี่ยวกับฉู่หร่านในโซเชียลลดลงไปเยอะมากเลยนะ
มุมมองของชาวเน็ตส่วนใหญ่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย”
ผู้จัดการส่ายหน้า “เธอเป็นดาราที่มีภาพลักษณ์ดอกไม้บอบบาง
ที่เพียบพร้อม ร่ารวย และเป็นที่รัก จะมาใส่ชุดไว้ทุกข์ที่ดูโทรม ๆ แล้ว
คุกเข่าร้องห่มร้องไห้อยู่กับพื้นแบบนี้ได้เหรอคะ?”
“ทำแบบนี้ ต่อไปเธอจะไปเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ให้แบรนด์
ใหญ่ ๆ ได้ยังไงล่ะคะ”
“มุมมองของชาวเน็ตเปลี่ยนไป แต่เธอไม่มีงานตกมาถึงมือเลย
ในอนาคตสิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดที่ทำให้คนอื่น ๆ ดูถูกเธอค่ะ”
“ไหนจะเรื่องที่สนับสนุนแฟนคลับให้ต่อต้านคนในเครื่องแบบ
ตำรวจอีก สิ่งนี้มันเกี่ยวกับทางการโดยตรงเลย ถ้าในอนาคตมี
กิจกรรมขนาดใหญ่ที่ทางการจัดขึ้น คนประวัติเสียแบบเธอจะเข้าร่วม
ได้เหรอคะ?”
ผู้จัดการยิ่งพูดก็ยิ่งกังวล เธอโกรธจนกัดฟันกรอด
จากนั้นก็หยิบมือถือของตัวเองออกมาตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่
สำคัญบนอินเตอร์เน็ต และพวกคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับฉู่หร่านใน
แพลตฟอร์มใหญ่ ๆ แต่ละที่ด้วย
ยิ่งค้นหา สีหน้าของเธอก็ดูแย่ลง
ในขณะที่ซูเซี่ยงหยางกำลังจะเอ่ยปากถาม ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูก
คนจากด้านนอกผลักเข้ามาเสียก่อน!
ฉู่หร่านวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน หล่อนพุ่งตรงไปตรงหน้าของฉู่ลั่ว
แล้วตะคอกถาม “ฉู่ลั่ว นี่เธอทำอะไรกับผู้จัดการของฉันกันแน่!?”
เสียงของเธอดังก้องไปทั่วห้องผู้ป่วย
ฉู่ลั่วยังไม่ทันตอบอะไร ฉู่หร่านก็เบิกตาโพล่ง “เธอไล่ฉันออก
จากตระกูลฉู่แล้วยังไม่พออีกเหรอ? เธอทำให้ทั้งพ่อแม่แล้วก็พี่ ๆ ไม่
เอาฉันแล้วยังไม่พอใจหรือไง? ตอนนี้แม้แต่ผู้จัดการของฉันก็ไม่เว้น
ใช่ไหม?”
เดิมทีฉู่ลั่วก็อยากจะเอ่ยปากออกไปเหมือนกัน แต่พอเห็นฉู่ห
ร่านที่ทั้งโกรธทั้งน้อยใจในตอนนี้จึงเลือกจะเมินเฉย ปิดปากเงียบ
แล้วก้มหน้าดูมือถือไป
ฉู่หร่านร้อนรนจนน้าตาร่วง
“ทำไม?”
“ทำไมเธอถึงทำกับฉันแบบนี้”
“เธออยากจะให้ฉันทำยังไงกันแน่”
“ฉู่ลั่ว เธอบอกมาสิ!”
ผู้จัดการมองฉู่หร่านที่กำลังร้องไห้เสียใจก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม
โดยไม่รู้ตัว “เธอกำลังอัดเสียงหรืออัดคลิปอยู่เหรอ?”
ฉู่หร่านที่กำลังร้องห่มร้องไห้ถูกตั้งคำถามก็ตะลึงไปเล็กน้อย
ซูเซี่ยงหยางจึงรีบลุกขึ้นเดินไปหาฉู่หร่าน
หล่อนสั่นไปทั้งตัว “คุณจะทำอะไร?”
ผู้บัญชาการเรียกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเข้ามา “ค้นตัวหล่อน ดูว่า
หล่อนมีอุปกรณ์บันทึกเสียงหรือบันทึกวีดิโอหรือเปล่า!”
“พวกคุณจะทำอะไร”
“พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาค้นตัวฉัน?!”
“ฉู่ลั่ว เธอจะอยู่เฉยมองฉันถูกค้นตัวแบบนี้เหรอ พูดอะไรหน่อย
สิ!”
ฉู่ลั่วจึงเงยหน้าขึ้น มองฉู่หร่านด้วยสายตาเรียบเฉย “พวกเรามา
ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ก่อนที่เธอจะเข้ามานี่ ควรจะเตือนว่าห้ามเอา
อุปกรณ์บันทึกเสียงหรือวิดีโอใด ๆ เข้ามาได้สินะ”