เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 902 เหมือนเปี้ยนคงไหม
ฮั่วเซียวหมิงตาโต เขาขยับเข้าใกล้ฉู่ลั่วภายใต้แสงสีนวล “คุณ
พูดอะไรนะ?”
ฉู่ลั่วก้มหน้าลง “ฉันไม่ได้เข้าใจคุณผิด”
“อีกประโยคนึง?”
“ฉันรู้ว่าคุณไม่ใช่คนแบบนั้น”
ดวงตาดำขลับของฮั่วเซียวหมิงเป็นประกายขึ้นมาท่ามกลาง
ราตรีมืดมิด “เพราะอะไรครับ?”
“ดูจากโหงวเฮ้งและดวงชะตาของคุณ คุณเบื่อหน่ายความรู้สึก
ระหว่างชายหญิง ในฐานะของคนที่…”
“ฉู่ลั่ว!” ฮั่วเซียวหมิงพูดแทรกฉู่ลั่ว “ไม่ต้องดูจากโหงวเฮ้งหรือ
ดวงชะตา…”
ตอนที่เธอกำลังจะเอ่ยปาก เขาก็พูดแทรกเธอขึ้นมาอีก “และไม่
ต้องตัดสินจากดวงชะตา แต่ในใจของคุณคิดยังไง”
“ในใจฉัน?”
“ใช่! ลืมทุกอย่างไปก่อน…”
ฉู่ลั่วมีแววตาสงสัย “ทั้งหมดเลยเหรอ?”
“ใช่”
หญิงสาวก้มหน้าครุ่นคิดจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้น พูดอย่างจริงจัง
“ฉันไม่เข้าใจเรื่องความรักระหว่างชายหญิง”
เธอเน้นย้าประโยคสุดท้าย จึงบอกอีกว่า “ได้แค่ดูรูปภาพ ฟัง
คำพูดของพี่ใหญ่ ฉันคิดว่า…”
ฮั่วเซียวหมิงสูดลมหายใจ รอคอยคำตอบของฉู่ลั่ว
“คุณชอบเธอ”
“…”
ความกดอากาศภายในรถลดต่ากว่าเดิม แอร์ที่ปรับมาพอดี
หนาวไปถึงทรวง
“อะไรนะ!?”
ฮั่วเซียวหมิงพูดคำเหล่านี้ออกมาด้วยเสียงหวีดเหมือนเครื่องดูด
ฝุ่น ฉู่ลั่วอธิบาย “ก็ทิ้งความคิดทุกอย่างไป ดูแค่รูปภาพ ฟังแค่คำพูด
ของพี่ใหญ่…”
“ฉู่ลั่ว!” ฮั่วเซียวหมิงเข้าใกล้เธอขึ้นอีก
ระยะห่างของทั้งสองคนน้อยมาก เขาจ้องเธอเขม็ง “การตัดสิน
ของคุณ คือผมชอบเธอ?”
ฉู่ลั่วครุ่นคิดอยู่หลายวินาที เธอพยักหน้า ไม่ได้ฝืนความคิดของ
ตัวเอง
ฮั่วเซียวหมิงกัดฟัน “แต่ถ้าเพิ่มเติมดวงชะตา โหงวเฮ้งของคุณ…
เข้ามาพิจารณาด้วย…”
“คุณไม่ได้ชอบเธอ” ฉู่ลั่วยืนยันหนักแน่น
ฮั่วเซียวหมิง “…”
แววตาของเธอใสบริสุทธิ์มาก ไม่ได้รู้สึกเลยว่าคำพูดของตนเอง
มีอะไรไม่ถูกต้อง
“…คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รีบพักผ่อนเถอะ”
“อื้ม”
ฉู่ลั่วลงจากรถ
เธอมองรถของฮั่วเซียวหมิงขับออกไปจนลับสายตา ถึงได้หัน
หลังเดินเข้าไปในคฤหาสน์
…
เช้าวันต่อมา
ฉู่ลั่วกำลังบำเพ็ญอยู่ที่ระเบียงก็ได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างตื่นเต้น
มาจากชั้นล่าง
ฟังดี ๆ ก็รู้ว่าเป็นเสียงของจิ่งเจียเหยียน
เสียงร้องนี้ดังไปทั่วคฤหาสน์ ทำเอาทุกคนวุ่นวายไปหมด
ฉู่ลั่วเดินลงมาข้างล่างก็เห็นซู่เซี่ยงหยางพาหร่วนย่วนย่วนกับ
เณรน้อยเข้ามาพร้อมกัน
จิ่งเจียนเหยียนเดินวนรอบตัวเณรน้อยหนึ่งรอบ สักพักหนึ่งก็ยื่น
มือไปลูบศีรษะโล้นเกลี้ยง สักพักก็ดึงแขนเขามาดู หยักไปกว่านั้น
หล่อนเริ่มดึงทึ้งสบงของเณรน้อย
เพียะ!
เฉิงยวนตบหล่อนไปฉาดหนึ่ง
“อะไรเล่า? กำหนัดของงูสวาทมันตื่นขึ้นมาหรืออย่างไร แม้แต่
เด็กในผ้าเหลืองก็ยังไม่เว้นรึ?”
จิ่งเจียเหยียนกุมมือข้างที่เจ็บ แต่ตายังมองจ้องเณรน้อยไม่
วางตา
สักพักหล่อนก็วิ่งหนีออกไปด้านนอกคฤหาสน์ หายไปราวกับ
สายลม
ทุกคนที่นั่น “…”
หัวหว่านถามด้วยความสงสัย “นี่เป็นอะไรไปน่ะ?”
เฉิงยวนเบ้ปาก “ใครจะไปรู้! อาจจะเจ็บเพราะนรกกินหัวกระมัง!”
อีกด้านหนึ่ง ซู่เซี่ยงหยางยื่นรายงานการตรวจสอบเณรน้อยให้
ฉู่ลั่ว “นี่เป็นการตรวจสอบด้วยอุปกรณ์ที่วิจัยขึ้นมาใหม่ล่าสุด”
“บนตัวเขามีหนี้กรรมเปื้อนเลือด มีพลังพยินมหาศาล แต่ก็มีบุญ
กุศลและรัศมีสีม่วงเช่นกัน”
ฉู่ลั่วพลิกอ่านรายงานการตรวจสอบ หลังชี้ให้เห็นข้อผิดพลาด
หลายประการ ก็ส่งรายงานคืนให้ซู่เซี่ยงหยาง
“ตอนนี้ทางสำนักงานคิดจะทำยังไงกับเขา?”
ซู่เซี่ยงหยางไอออกมาเบา ๆ “คืออย่างนี้ครับ เขาเป็นพระ
โพธิสัตว์กลับชาติมาเกิด มีบุญกุศลมากมาย แต่ได้รับผลกระทบจาก
พลังหยินและหนี้กรรมเปื้อนเลือด ไม่รู้จะกลายเป็นพระหรือเป็นมาร ก็
ขึ้นอยู่กับทางเลือกของเขา”
“ดังนั้นพวกเราเลยคิดว่า…”
“จะให้เขาอยู่กับเจ้านิกาย”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “อยู่กับฉัน?”
“ใช่ครับ! ตัวตนของเขาพิเศษมาก ถ้าถูกคนไม่ดีใช้ประโยชน์ จะ
เกิดเรื่องใหญ่ได้”
ฉู่ลั่วจ้องมองเณรน้อย พลางนึกถึงชื่อที่อยู่ในเอกสารขึ้นมาได้
“จิ่วฉาน”
เณรน้อยยกสองมือคำนับ สีหน้าสงบ “อมิตตาพุทธ”
“ท่านเต็มใจจะอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”
จิ่วฉานเอ่ยเสียงนอบน้อม “ตอนนี้อาตมาไม่มีที่ไป อาจต้อง
รบกวนโยมแล้ว”
ฉู่ลั่วคิดจะพูด ก็เห็นเงาหนึ่งลอยฉิวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เป็นจิ่งเจียเหยียนนั่นเอง!
ในมือของหล่อนถือปลาคาร์ปสีแดงเอาไว้
เพียงพริบตา ปีศาจงูสวาทก็ยืนได้อย่างมั่นคง หล่อนชูปลาคาร์ป
สีแดงขึ้นตรงหน้าจิ่วฉาน
“รีบดู ดูให้เต็มตา เขาเหมือนเปี้ยนคงไหม?!”