เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 904 ปรมาจารย์ว่างแล้ว
ซุนหย่าจิ้งตื่นตระหนกแบบนี้ไม่บ่อย
หัวหว่านชำเลืองมองปลาคาร์ปแดงที่อยู่ในน้า “มันอยู่กับพวกเรา
ที่นี่!”
“…” ซุนหย่าจิ้งที่กำลังโวยวายเงียบลงแล้ว “อะไรนะ?”
“อยู่กับพวกเราที่นี่”
หลังจากผ่านไปสักพักหนึ่ง ซุนหย่าจิ้งก็มาปรากฏตัวใน
คฤหาสน์ หล่อนฟุบตัวลงริมอ่างน้า ร้องไห้และพูดกับปลาคาร์ป “ฉัน
ตกใจแทบตาย ฉันคิดว่าแกถูกคนอื่นขโมยไปแล้ว!”
“ถ้าไม่มีแก ฉันก็มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้!”
“ฮือ-อ-อ–อ!”
หงอินเห็นซุนหย่าจิ้งร้องไห้ก็รีบปลอบ “เอาล่ะ ฉันก็ไม่ได้เป็น
อะไรไม่ใช่เหรอ? อย่าร้องเลย! เธอเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้แล้วเนี่ย!”
“ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ”
“เอาล่ะ เอาล่ะ อย่าร้องเลย ฉันสัญญาว่าต่อไปจะเดินทางไป
ทำงานนอกสถานที่กับเธอ โอเคไหม!”
“จริงเหรอ?”
“เรื่องจริงแน่นอน!”
น้าตามารยาหญิงของซุนหย่าจิ้งหยุดลงทันที
ซู่เซี่ยงหยางพูดคุยอีกไม่กี่ประโยค หลังจากฝากฝังจิ่วฉานไว้
แล้วก็จากไป
หัวหว่านพาเณรน้อยไปที่ห้องของเขา พร้อมกับแนะนำให้รู้จักสิ่ง
ต่าง ๆ ในคฤหาสน์
โดยมีจิ่งเจียเหยียนสาวเท้าเดินตามหลังไป ยิ่งเห็นใบหน้าอ่อน
เยาว์ของจิ่วฉาน หล่อนก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา ท่าทางเหมือนป้า
แปลก ๆ คนหนึ่ง
…
ชั้นล่าง ซุนหย่าจิ้งยังไม่ได้กลับไป
หล่อนยิ้มตาหยีมาหาฉู่ลั่ว “ท่านปรมาจารย์ ช่วงนี้ยุ่งไหมคะ?”
“มีธุระอะไรเหรอ?”
“ฉันมีเพื่อนสาวอยู่คนหนึ่งค่ะ ที่บ้านของแฟนเธอเกิดเรื่องขึ้นนิด
หน่อย หากท่านปรมาจารย์มีเวลาว่าง ช่วยไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ”
“ไม่ได้ให้ช่วยฟรีนะคะ ฉันมีค่าตอบแทนให้ท่านปรมาจารย์ หนึ่ง
ล้านค่ะ!”
ซุนหย่าจิ้งพูดจบก็รีบเอ่ยอีกว่า “ถ้าท่านปรมาจารย์ยุ่ง หรือไม่
ยินยอมก็ไม่เป็นอะไรนะคะ ฉันไม่ได้บอกตัวตนของท่านปรมาจารย์
กับอีกฝ่าย ไม่ได้บอกอะไรเลยค่ะ”
พูดจบ หล่อนก็มองท่านเจ้านิกายท่าทางประหม่า
ฉู่ลั่วเอ่ยถาม “สถานการณ์เป็นยังไง?”
“ฉันก็ไม่ได้รู้สถานการณ์ชัดเจนมากหรอกค่ะ ได้ยินเพื่อนบอก
มา ว่าช่วงนี้ที่บ้านของแฟนเธอเจอสิ่งลี้ลับตลอดเวลา เคยเชิญ
ปรมาจารย์มาหลายคน แต่ก็ไม่พบปัญหาอะไรเลย”
“ที่หนักกว่านั้น คือช่วงก่อนหน้านั้นพ่อแม่ของแฟนเธอประสบ
อุบัติเหตุทางรถยนต์”
เฉิงยวนถาม “นี่คือถูกผีร้ายตามหลอกหลอนสินะ! จู่ ๆ ก็เป็น
แบบนี้เลยหรือ?”
“ใช่”
“ไปทำอะไรไม่ดีมาหรือไม่ ตามปกติ ผีร้ายไม่มีทางมาตามหลอก
หลอนคนโดยไร้เหตุผล?”
“ฉันถามแล้วล่ะ!” ซุนหย่าจิ้งขมวดคิ้วคู่สวย “แต่เพื่อนสาวของ
ฉันบอกว่า ถึงบ้านแฟนหนุ่มของเธอจะทำธุรกิจ แต่ไม่เคยทำเรื่องผิด
ศีลธรรมอะไรเลย”
“แถมยังทำเรื่องดีไว้มากมาย”
เฉิงยวนลูบคาง “แปลกเสียจริง”
ฉู่ลั่วปริปาก “ให้พวกเขามาที่นี่เถอะ”
“ขอบคุณท่านเทพธิดา ขอบคุณมากค่ะ!” ซุนหย่าจิ้งลุกขึ้นมา
โค้งฉู่ลั่วอย่างเคารพ “ถ้าอย่างนั้นฉันติดต่อไปหาพวกเขาเลยนะคะ”
พูดจบ หล่อนก็อุ้มอ่างน้าใส่ปลาคาร์ปออกไปพร้อมกัน
หลังจากขึ้นไปนั่งบนรถ ซุนหย่าจิ้งก็โทรไปหาเพื่อนของตัวเอง
…
โรงแรมในตี้จิง
ฉู่จ้านลงมาจากเครื่องวิ่ง แตะโทรศัพท์ที่กำลังสั่นของตัวเอง
ก่อนเช็ดเหงื่อไปพลางรับสายไปพลาง “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
“จะโทรมาบอกนายเรื่องหนึ่ง ท่านปรมาจารย์ยอมเจอพวกเรา
แล้ว!”
ฉู่จ้านดวงตาเป็นประกาย “นายพูดจริงเหรอ? ท่านปรมาจารย์
ว่างแล้วเหรอ!?”
“แน่นอน! แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันต้องบอกกับนายให้ชัดเจน! พบ
ท่านปรมาจารย์ครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะเรื่องของนายโดยตรง แต่เพราะเกิด
เรื่องกับเพื่อนสนิทของฉันคนหนึ่ง เขาใช้เส้นสายเล็กน้อย ถึงได้
ติดต่อกับปรมาจารย์ท่านนั้นได้”
“นายตามพวกเขาไปที่บ้านของท่านปรมาจารย์ได้ แต่จะขอให้
ท่านปรมาจารย์ช่วยได้หรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับตัวนายเองแล้วล่ะ”
ฉู่จ้านปาดเหงื่อบนใบหน้า “เข้าใจแล้ว! ขอบคุณมาก!”
ฉู่จ้านเดินออกจากคอนโดของตนเองด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม
จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าประตูห้องตัวเองก็เห็นฉู่หร่านสวม
กระโปรงสีขาวยืนรออยู่ด้านหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าฉู่จ้านแข็งค้างไป
ก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้ง
“หร่านหร่าน?”
“พี่สาม พี่จะไปไหนคะ หนูเคาะประตูตั้งหลายครั้ง แต่ไม่มีคน
ตอบเลย”
ฉู่หร่านมองฉู่จ้านท่าทางน้อยอกน้อยใจ
เขาชี้ศีรษะที่เต็มไปด้วยเหงื่อของตน “ไปออกกำลังกายน่ะ มี
อะไรหรือเปล่า?”
ฉู่หร่านหยิบโทรศัพท์ออกมา “พี่สาม ชาวเน็ตเอาแต่ด่าหนูไม่
หยุดเลย! ไม่ว่าหนูจะอธิบายยังไง พวกเขาก็ไม่ฟัง”
ฉู่จ้านหยิบโทรศัพท์ออกมาดูก็เห็นถ้อยคำด่าทอมากมายใน
แฟลตฟอร์มออนไลน์ช่องทางต่าง ๆ ของฉู่หร่าน
อีกทั้งยังด่าเสียหายจนพูดออกมาไม่ได้
“ทีมประชาสัมพันธ์ของสตูดิโอของเธอล่ะ ไม่ออกหน้าจัดการให้
เหรอ?”
ฉู่หร่านสะอื้นพร้อมส่ายหน้า “หลังจากผู้จัดการส่วนตัวของหนู
ลาออกไป คนในสตูดิโอก็ทยอยลาออกไปแล้ว ตอนนี้หาทีมงานมา
ประชาสัมพันธ์ให้ไม่ได้เลยค่ะ”
“หนูอยากไปหาพี่ใหญ่ แต่พี่ใหญ่บอกว่าตอนนี้ทางฉู่กรุ๊ปกำลัง
ยุ่งอยู่กับการจัดการวิกฤติเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ หา
เวลามาช่วยหนูไม่ได้”
“พี่สาม…”
พูดไปพูดมา ฉู่หร่านก็ร้องไห้แล้ว