เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 922 ไม่มีสิทธิ์โกรธ
หลังจากพูดจบ ฉู่หร่านก็รีบปิดปากตัวเอง “พี่สาม อย่าคิดมาก
นะคะ ที่ลั่วลั่วไม่มาคงไม่ใช่เพราะไม่สนใจพี่สามหรอกค่ะ แต่คงจะยุ่ง
เกินไป”
ฉู่เหว่ยฮ่าวจึงเอ่ยด้วยน้าเสียงไม่พอใจ “ถึงจะยุ่งยังไง มันจะ
สำคัญไปกว่าคนในครอบครัวเหรอ? คนนอกต่างรู้จักเป็นห่วงอาจ้าน
กันทั้งนั้น เธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ กลับใจจืดใจดำไม่ถามไถ่อะไรเลย”
ซ่งเชียนเหย่าเม้มปากไม่พูดอะไร
ฉู่เหิงจึงอธิบาย “ไม่ใช่ว่าลั่วลั่วไม่ถามไถ่ครับ ตอนที่ผมมา เธอก็
ให้ผมเอายันต์มาด้วยเพื่อให้การผ่าตัดของอาจ้านราบรื่น”
“พี่ใหญ่! พี่พูดแบบนี้ได้ยังไงคะ! เป็นเพราะหมอที่ทำการผ่าตัด
ฝีมือดีต่างหากถึงช่วยพี่สามได้ พี่จะพูดตัดเครดิตของหมอออกไปได้
ยังไงคะ?”
“…ที่เธอพูดก็ถูก” ฉู่เหิงไม่แม้แต่จะเหลือบมองหล่อน “ไปเถอะ!
เราอย่าไปกวนอาจ้านเลย”
ทุกคนออกจากห้อง ส่วนฉู่จิงที่ออกจากห้องคนสุดท้ายเอามือถือ
วางไว้ข้าง ๆ ฉู่จ้าน “มือถือแบตเต็มนะ หากเบื่อ ๆ ก็เล่นมือถือไปแล้ว
กัน”
“อืม”
“ตอนที่นายประสบอุบัติเหตุ หร่านหร่านกำลังไลฟ์อยู่พอดี นาย
จะดูสถานการณ์ตอนเกิดเหตุก็ได้นะ”
ฉู่จิงจงใจพูดขึ้นมาก่อนออกจากห้อง
ฉู่จ้านจึงตอบอืมกลับไป
…
ณ หน้าโรงพยาบาล
ฉู่เหิงกำลังเตรียมจัดรถไปส่งครอบครัวที่โรงแรมอยู่
จู่ ๆ ฉู่หร่านที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างฉู่เหว่ยฮ่าวกับซ่งเชียนหย่า
ก็อุทานขึ้นมา “หนูก็ว่าทำไมลั่วลั่วถึงไม่มาเยี่ยมพี่สาม ที่แท้ก็
เพราะว่าจะไลฟ์นี่เอง!”
“ไลฟ์อะไรกัน?” ฉู่เหว่ยฮ่าวมองมาพลางขมวดคิ้ว
แล้วก็เห็นว่าในจอมือถือของฉู่หร่านเป็นใบหน้าของฉู่ลั่ว เห็นได้
ชัดเลยว่าเพิ่งจะเริ่มไลฟ์
“ว้าว มีคนดูไลฟ์สดลั่วลั่วเยอะมากเลยค่ะ!”
“มีคนเรียกลั่วลั่วว่าเทพธิดาเยอะเลยด้วย!”
ฉู่เหว่ยฮ่าวส่งเสียงเย็นชา “ไม่มาเยี่ยมพี่ชายแท้ ๆ ที่ประสบ
อุบัติเหตุเพื่อที่จะไลฟ์สดเนี่ยนะ”
“พ่อคะ อย่าโกรธเลยนะคะ! ไลฟ์นี้สำคัญกับลั่วลั่วมาก เธอต้อง
พึ่งไลฟ์นี้เพื่อเรียกกระแสค่ะ”
“เหอะ กระแสมันสำคัญกว่าพี่ชายแท้ ๆ อีกงั้นเหรอ? ไม่ได้เลี้ยงดู
อยู่ข้างกายก็เลยไม่รู้สึกผูกพันจริง ๆ สินะ”
เขาส่ายหน้า แล้วก็ได้ยินเสียงส่งของขวัญดังขึ้นมา
พอหันไปดูก็เห็นซ่งเชียนหย่าหยิบมือถือออกมา แต่ไม่ใช่แค่
ดูไลฟ์เท่านั้น แต่ยังส่งของขวัญให้ด้วย
เขางุนงงขึ้นมาทันที “ที่รัก…”
ซ่งเชียนหย่าก็ยังคงส่งของขวัญต่อไปโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง
ที่หน้าจอไลฟ์นั้นเป็นภาพเอฟเฟกต์เครื่องบินลอยเต็มไปหมด
ผู้ชมทุกคนที่อยู่ในไลฟ์ต่างก็ประหลาดใจกับความร่ารวยนี้
[นี่เป็นคนใหญ่คนโตจากไหนกัน?]
[พวกเธอไม่รู้เหรอว่าในช่องไลฟ์ของเทพธิดามีคนใหญ่คนโตอยู่
หลายคน?]
[ฮ่า ๆๆ! ไม่ใช่แค่คนใหญ่คนโตเท่านั้นนะ แต่ยังมีตำรวจที่รอทำ
ผลงานด้วย]
[นี่เป็นครั้งหนึ่งเลยที่ฉันได้ใกล้ชิดกับคนใหญ่คนโตขนาดนี้]
ฉู่เหว่ยฮ่าวเรียกซ่งเชียนหย่าอีกครั้ง แล้วเธอก็มองเขาอย่าง
รำคาญ “มีอะไรคะ?”
ฉู่เหว่ยฮ่าวตอบเสียงเบา “ฉู่ลั่วยอมไลฟ์แต่ไม่ยอมมาเยี่ยมอา
จ้าน คุณไม่โกรธเหรอ?”
ฉู่หร่านยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้นมา “พ่อคะ แม่คะ ลั่วลั่วไม่ได้ตั้งใจ
หรอกค่ะ การไลฟ์ครั้งนี้จะต้องสำคัญมาก ๆ แน่นอน เธอถึงได้ไม่มา
เยี่ยมพี่สาม”
พูดแล้วเธอก็คอยสังเกตท่าทีของพ่อแม่อย่างระวัง
ฉู่เหว่ยฮ่าวเดือดดาลอย่างที่คาด
แต่ท่าทีของซ่งเชียนหย่ากลับนิ่งเฉย “ลูกพูดถูก”
ฉู่หร่าน “…”
แล้วฉู่เหิงก็เดินเข้ามา “พ่อครับ แม่ครับ ผมเตรียมรถไว้เรียบร้อย
แล้ว ไปโรงแรมกันเถอะครับ”
ซ่งเชียนหย่ากับฉู่เหว่ยฮ่าวนั่งรถไปด้วยกัน
“ที่รัก คุณไม่โกรธจริง ๆ เหรอ? ลั่วลั่วไลฟ์ได้แค่ไม่ยอมมาเยี่ยม
อาจ้านนะ…”
ซ่งเชียนหย่าหยุดส่งของขวัญแล้ว แต่ก็ยังมุ่งความสนใจทั้งหมด
อยู่ที่หน้าจออยู่ สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของฉู่ลั่ว
“ฉันมีสิทธิ์โกรธเหรอคะ?”
ฉู่เหว่ยฮ่าวเงียบลงไป
“ที่เธอเติบโตมาได้ขนาดนี้ ตระกูลฉู่ไม่ได้ทำอะไรให้เธอเลย
พวกเราเคยได้เลี้ยงเธอสักวันหรือเปล่า? เธอไม่ได้เงินเรียน
มหาวิทยาลัย ในหนึ่งวันต้องทำงานตั้งหลายอย่าง ป่วยมาตั้งแต่ยัง
เล็กอีก ตอนนั้นพวกเราทำอะไรกันอยู่ล่ะ…”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “…”
“เราดูแลเอาใจลูกสาวอีกคน คอยตามใจลูกสาวอีกคน”
แล้วซ่งเชียนหย่าก็เงยหน้าขึ้นมามองฉู่เหว่ยฮ่าว “เรามีสิทธิ์ไปตั้ง
คำถามกับเธอเหรอคะ?”
“แต่เราเป็นครอบครัวเดียวกัน…” ฉู่เหว่ยฮ่าวนึกถึงคำพูดของฉู่ห
ร่านและคิดจะโต้เถียงโดยไม่รู้ตัว แต่เห็นว่าภรรยามีท่าทีเศร้าสร้อย
จึงกลืนคำพูดเหล่านั้นไปจนหมด
เขาเองก็ก้มหน้าลงอย่างหงอย ๆ เช่นกัน