เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 921 รักษาขาไว้ไม่ได้
ณ ประเทศ E
ไฟในห้องฉุกเฉินสว่างอยู่นานกว่าสิบชั่วโมงแล้ว
ฟางซวินกับคนในทีมรถต่างนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดอาลัยตาย
อยาก
กระทั่งมีเสียงรองเท้าหนังดังมา
ฟางซวินเงยหน้ามองแล้วลุกขึ้นทันที “ประธานฉู่”
ฉู่เหิงจ้องมองห้องผ่าตัด “เป็นยังไงบ้าง?”
“ยังช่วยอยู่เลยครับ!”
“หมอว่ายังไงบ้าง?”
ฟางซวินตาแดง เขากัดฟันกรอดแล้วกลั้นน้าตาที่จะไหลออกมา
เอาไว้ “หมอแจ้งถึงอาการบาดเจ็บหนักหลายครั้งแล้วครับ เมื่อกี้ก็
ออกมาแจ้งว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว… แต่ว่า…”
เขาสะอึกไปครู่หนึ่งแล้วบอก “แต่ว่าอาจจะรักษาขาไว้ไม่ได้ครับ”
พี่ชายใหญ่ชะงักไปทันที “ขา…”
“กระดูกแตกละเอียด ประกอบกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการรักษา
ได้ถูกทำให้ล่าช้าไปครับ”
ฉู่เหิงเข้าใจแล้ว
เขาเดินไปที่หน้าห้องฉุกเฉินแล้วเอายันต์ออกมาหนึ่งผืนไปแปะ
ไว้ที่หน้าห้องฉุกเฉิน แปะแล้วก็ท่องชื่อของฉู่จ้านไปด้วย
กระทั่งเขาแปะเรียบร้อยแล้ว ฟางซวินถึงได้เอ่ยถาม “ยันต์ของ
ปรมาจารย์ฉู่เหรอครับ?”
“อืม! ลั่วลั่วบอกว่าในตอนที่ร่างกายอ่อนแอจะถูกวิญญาณร้าย
เข้าครอบงำเอาได้”
ฟางซวินมองอักขระซับซ้อนบนยันต์แล้วก็ยกมือไหว้ “ขอให้การ
ผ่าตัดของอาจ้านราบรื่น”
ทีมรถคนอื่น ๆ เห็นเข้าก็เดินเข้ามายกมือไหว้ยันต์เช่นกัน
“ขอให้การผ่าตัดของอาจ้านราบรื่น”
ฉู่เฟิงมองทีมรถที่เข้ามาไหว้ยันต์คนแล้วคนเล่า “…”
นี่มันเป็นเพียงแค่ยันต์ผืนหนึ่งเท่านั้นเอง
แต่เมื่อเห็นท่าทีศรัทธาของพวกเขา ฉู่เหิงก็พูดอะไรไม่ออก
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ไฟห้องฉุกเฉินก็ดับลง หมอเดินออกจากข้าง
ในมาพูดกับพวกเขา “การผ่าตัดราบรื่นมากครับ สามารถรักษาขา
เอาไว้ได้ด้วยเช่นกัน”
ทุกคนโล่งใจทันที เพื่อนร่วมทีมหลายคนถึงกับกอดกันร้องไห้
“แต่ว่า…” หมอพูดออกมาอย่างแผ่วเบา “ถ้าเขาคิดจะขับรถแข่ง
อีกก็คงจะเป็นไปไม่ได้แล้ว แม้ว่าจะรักษาขาขวาของเขาไว้ได้ แต่
เพราะว่าบาดเจ็บไปถึงเส้นประสาท อีกทั้งพลาดช่วงเวลารักษาที่ดี
ที่สุดไป ดังนั้น…”
“แม้ว่าจะฟื้นฟูร่างกายแล้ว แต่ความคล่องตัวก็จะไม่เป็นอย่างคน
ทั่วไปแล้วครับ”
ฉู่เหิง “…”
คนอื่น ๆ “…”
ฉู่จ้านลืมตาขึ้นมา พร้อมความเจ็บปวดรุนแรงไปทั้งร่ายกาย
เขากะพริบตาเบา ๆ
“อาจ้าน ฟื้นแล้วเหรอ”
“พี่ใหญ่?”
“อื้ม! พี่ไปเรียกหมอนะ”
ฉู่เหิงเดินออกไป ก่อนพวกซ่งเชียนหย่าก็เข้ามารุมล้อมเขา
ฉู่จ้านมองครอบครัว ก่อนสมองที่ยังมึนงงของเขาก็ได้สติขึ้นมา
เล็กน้อย
ดูเหมือนว่าเขาจะประสบอุบัติเหตุในระหว่างการแข่งรถ
มีคนเข้าไปยุ่งกับเบรกและพวงมาลัยรถยนต์คันนั้น…
“พี่สาว พี่ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ! ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
ฉู่หร่านปรี่เข้ามามองเขาพร้อมกับตาแดง ๆ “เป็นเพราะหนูไม่ดี
เองค่ะ หนูดูแลพี่สามไม่ดีเอง”
ฉู่จ้านเสียงอ่อย “…ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก”
“ไม่ค่ะ! ในเมื่อหนูไปกับพี่สามก็ควรจะรับผิดชอบดูแลพี่สามเป็น
อย่างดี แต่ว่าหนู…”
ฉู่หร่านเข้าไปซบ แต่ถูกฉู่จิงมาดึงแขนไว้ก่อน “หมอมาแล้ว ให้
หมอตรวจอาการของฉู่จ้านก่อน”
ฉู่หร่าน “…”
น้าตาของเธอค้างอยู่ตรงหางตา จะร้องก็ไม่ได้ จะไม่ร้องก็ไม่ได้
จึงทำได้เพียงเดินไปอยู่ด้านข้างแล้วปล่อยให้น้าตาไหลอยู่เงียบ
ๆ
แต่มองเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าไม่ได้มีใครสนใจเลยสักคนว่าเธอ
ร้องไห้หรือเปล่า ทุกคนไปยืนล้อมฉู่จ้านกันหมด
ฉู่หร่าน “…”
กระทั่งหมอตรวจอาการฉู่จ้านครบถ้วนแล้ว “น่าอัศจรรย์มาก
ครับ บาดแผลไม่ได้มีการติดเชื้อ ตอนนี้ขอแค่พักฟื้นให้ดีก็พอแล้ว”
สีหน้าของคนในตระกูลฉู่ต่างยินดีแล้วส่งหมอออกจากห้อง
ผู้ป่วยไป
จากนั้นฉู่หร่านจึงปรี่เข้าไปอยู่ข้าง ๆ ฉู่จ้านอีกครั้งแล้วจับมือเขา
อย่างระมัดระวัง “พี่สาม เจ็บไหมคะ?”
ฉู่จ้านเอ่ยแผ่วเบา “นิดหน่อย”
“พี่สาม…”
“หร่านหร่าน อาจ้านเพิ่งจะฟื้น คงจะเหนื่อยมาก พวกเราอย่าเพิ่ง
ไปกวนเขาเลยนะ ให้เขาได้พักผ่อนเถอะ” ฉู่จิงพูดกับฉู่หร่านด้วย
น้าเสียงอ่อนโยน “สองวันมานี้เธอก็เหนื่อยมามาก พี่รองว่าเธอดูซูบ
ไปนะ เจ้าหญิงน้อยที่น่าสงสารของเรา…”
เขา ‘ลาก’ ฉู่หร่านไปนั่งลงบนโซฟาด้านข้าง
ส่วนฉู่เหิงนั่งลงบนเก้าอี้แล้วพูดกับฉู่จ้าน “ฟางซวินตรวจดูรถ
ของนายแล้วนะ มีคนเข้าไปยุ่งกับรถ เดี๋ยวพี่จะให้คนไปสืบให้ชัดเจน”
“ครับ”
ซ่งเชียนหย่ากับฉู่เหว่ยฮ่าวเองก็พูดด้วยความเป็นห่วงอีกไม่กี่
ประโยคแล้วเตรียมจะกลับ เพื่อให้ฉู่จ้านได้พักผ่อน
แต่จู่ ๆ ฉู่หร่านก็เอ่ยปากขึ้นมา “ทุกคนมาเยี่ยมพี่สามกันหมด มี
แต่ลั่วลั่วที่ไม่มา!”
“หรือเธอไม่รู้ว่าพี่สามประสบอุบัติเหตุคะ? ไม่น่าจะไม่รู้นะ! ตอนนี้
ข่าวว่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ตแล้วนี่”
เสียงนั้นไม่ดังไม่เบา มันเพียงพอที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้อง
ผู้ป่วยได้ยิน