เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 937 เจ็ดสิบสองส านักแห่งลัทธิเต๋า
ฉู่ลั่วถาม “ทางด้านตระกูลไจ๋จัดการได้ไหมคะ หลังจากเนตร
ศักดิ์สิทธิ์ติดตามได้รับบาดเจ็บ มันรักษาได้ยากมาก”
“สิ่งที่ตระกูลไจ๋บอกกับภายนอกก็คือ ดวงตาของไจ๋โหรวสามาร
ถกลับมามองเห็นได้ แต่ไม่สามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาเนตรศักดิ์สิทธิ์
ติดตามเหมือนก่อนหน้านี้ได้แล้ว”
“และตระกูลไจ๋ยังไม่อนุญาตให้พวกเราเข้าใกล้ไจ๋โหรวด้วยครับ
ตอนนี้อาการของไจ๋โหรว พวกเราจึงไม่ทราบแน่ชัด”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันจะไปดูที่บ้านตระกูลไจ๋ด้วยตัวเอง”
“ผมก็คิดแบบนี้เหมือนกัน คนของเราเข้าใกล้ไม่ได้ แต่คุณเป็น
เจ้านิกาย ทางที่ดีพาจี้ไจ่ไปด้วยนะครับ”
“อืม”
หนึ่งวันต่อมา ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ก็ปรากฏตัวที่หน้าประตูบ้านตระกูลไจ๋
แห่งลัทธิเต๋า
ที่จริงนี้ไม่ใช่บ้านตระกูลไจ๋ แต่นี่คือประตูสำนักไจ๋แห่งลัทธิเต๋า
หลังจากจี้ไจ่เข้าไปแจ้งชื่อแล้ว ก็ถอยกลับออกมา ยืนรอฟังข่าว
จากในกับฉู่ลั่ว
“ตระกูลไจ๋เป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองสำนักเซียนของลัทธิเต๋า มี
กฎเกณฑ์เข้มงวด มักจะคุยโวว่าตนเองสืบเชื้อสายมาจากเซียน พวก
เขาแทบไม่เห็นลัทธิเต๋าอยู่ในสายตาด้วยซ้า”
“ไจ๋โหรวแอบไปทำงานที่องค์กร ลับหลังตระกูลไจ๋”
“ได้ยินมาว่าเพราะเรื่องนี้ ไจ๋โหรวถึงได้ถูกตระกูลไจ๋สั่งสอนยก
ใหญ่เลยครับ”
จี้ไจ่พูดแนะนำตระกูลไจ๋คร่าว ๆ ก่อนจะพูดอีกว่า “คนที่สืบเชื้อ
สายมาจากตระกูลเซียน มีนิสัยเหย่อหยิ่งถือตัวมาก ท่านเจ้านิกาย
ถึงเวลานั้นก็อย่าถือสาพวกเขาเลยนะครับ”
“ไม่หลีกทางผีร้าย มีลมพัดมาจากทั้งแปดทิศ มีทางน้ามากมาย
เป็นฮวงจุ้ยต้องห้ามในการสร้างบ้าน” ฉู่ลั่วมองสำนักตระกูลไจ๋ “ที่นี่
เป็นที่สิงของผีร้าย เมื่อก่อสร้างที่พักอาศัยขึ้นมา ก็จะเหมือนกับบ้าน
จัดสรรที่ซ้อนกัน และสกัดวิญญาณร้ายที่อยู่รอบ ๆ เอาไว้ข้างใน”
“แต่ถ้ามีพื้นที่ว่างขนาดเล็กไว้ข้างพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ ก็จะ
เปลี่ยนความชั่วร้ายให้กลายเป็นโชคดีได้”
ฉู่ลั่วดึงสายตากลับมา “สมกับเป็นผู้สืบทอดตระกูลเต๋าหนึ่งใน
เจ็ดสิบสองสำนัก ตำแหน่งฮวงจุ้ยต้องอยู่ในที่ดึงดูดความโชคร้าย”
“ถือว่าคุณมีความรู้อยู่บ้าง ชิงหยางผลักดันคุณขึ้นมาเป็นเจ้า
นิกายคนใหม่ ดูเหมือนว่าที่เขาพูดจะไม่ใช่เรื่องโกหกไปเสียหมด”
ประตูไม้จื่อถานที่ทั้งหนาและหนักเปิดออก ผู้ชายสองคนที่อายุ
เกิดครึ่งร้อยเดินออกมา
หนึ่งในนั้นมีผมขาวทั้งศีรษะ แม้ปากจะเอ่ยคำชม แต่สีหน้ากลับ
เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
อีกคนหนึ่งน้าเสียงเย็นชามาก “เข้ามาสิ! ท่านผู้นำตระกูลยอม
พบคุณ เพราะเห็นแก่ฐานะของตระกูลจี้”
คนคนนั้นเหลือบมองจี้ไจ่ “ไม่รู้ว่าคุณถูกอะไรล่อลวงเข้า
แม้กระทั่งฐานะผู้สืบทอดของตระกูลจี้ก็ไม่สนใจ กฎของลัทธิเต๋าที่ไม่
เข้าไปยุ่งกับทางโลกก็ไม่สนใจ”
แม้กำลังพูดกับจี้ไจ่ แต่สายตากลับชำเลืองมองมาทางฉู่ลั่ว
“สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นแค่คนหนุ่ม จิตใจไม่มั่นคง ถูกผู้หญิงหลอก
ให้หลง ไม่ใช่ว่าคุณไม่เคยเรียนเรื่องการดูโหงวเฮ้งมาก่อน มองไม่
ออกเหรอว่าระหว่างพวกคุณสองคนไม่มีวาสนาต่อกัน?”
จี้ไจ่รีบพูด “ผมกับเจ้านิกายไม่ได้เป็นอย่างที่พวกคุณคิด ผม
ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวให้มาทำงานตรงนี้ และที่ผมยอมอยู่
ในองค์กร ก็เพราะนับถือความสามารถของเจ้านิกาย”
“เหอะ! คุณพูดแก้ต่างให้เธอสินะ”
“อายุยังน้อยนัก ไม่ได้รับการสืบทอดจากสำนัก ไม่มีอาจารย์
ถ่ายทอดวิชา แต่ทำให้ทายาทของตระกูลจี้นับถือในความสามารถ
ได้”
จี้ไจ่คิดจะอธิบาย แต่ทั้งสองคนไม่คิดจะฟังอะไรอีกแล้ว
ภายในสำนักไจ๋ แม้จะไม่งดงามโอ่อ่าเหมือนคฤหาสน์ แต่ก็มี
ภูเขาจำลอง สายน้าไหน พรรณไม้แปลกตา และปรมาจารย์จำนวน
มากที่มองแวบเดียวก็เห็นถึงพลังวิญญาณในร่างกาย
ตอนที่พวกเขาเดินผ่านไป ปรมาจารย์เหล่านี้ต่างมองมาที่พวก
เขา
จนกระทั่งฉู่ลั่วเดินเข้าไปในห้องโถงหลัก
ภายในห้องโถงหลัก ผู้ชายคนหนึ่งสวมชุดเสื้อคอจีนถังจวนสี
ม่วงเข้ม มือหนึ่งไพล่หลัง มือหนึ่งถือกาน้าทองแดงกำลังรดน้าต้นไม้
แม้พวกเขาจะเข้ามาแล้ว แต่ผู้ชายคนนั้นกลับทำเหมือนมองไม่
เห็น และยังคงรดน้าดอกไม้ต่อไป
จี้ไจ่ก้าวไปข้างหน้า “ลุงไจ๋ ท่านเจ้านิกายมาแล้วครับ”
ไจ๋ฉางพยักหน้าเล็กน้อย “ฉันเห็นแล้ว เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เจ้า
นิกายมาที่นี่ หวังว่าท่านจะไม่ถือสาที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับ ถึงตระกูล
ไจ๋ของพวกเราจะอยู่ในลัทธิเต๋า แต่พวกเราไม่ได้เกี่ยวข้องกับ
เรื่องราวในลัทธิเต๋ามานานแล้ว”
“ไม่ทราบว่าท่านเจ้านิกายมาในวันนี้ มีธุระอะไร?”
เขายังคงหันหลังให้ฉู่ลั่วด้วยท่าทางเย่อหยิ่งมาก
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันมาเพราะเรื่องของไจ๋โหรว”
“ดวงตาของไจ๋โหรวถูกทำลายแล้ว เป็นเพราะเธอไม่เชื่อฟัง แอบ
ไปทำงานให้กับรัฐบาลลับหลังตระกูล ตอนนี้เธอถูกทำร้าย แต่สิ่งที่
เรียกว่าองค์กรอะไรนั่นกลับไม่อาจรักษาดวงตาของไจ๋โหรวได้ ต้อง
ให้ตระกูลไจ๋ของพวกเราไปรับกลับมารักษา”
เขาส่ายหน้า “หากท่านเจ้านิกายมาขอโทษแทนองค์กร ก็เชิญ
กลับไปเถอะ! เรื่องนี้ก็เป็นความผิดของไจ๋โหรวเช่นกัน และเป็น
บทเรียนให้ลัทธิเต๋าด้วย”
“เพื่อให้คนหนุ่มสาวพวกนั้นเข้าใจ ว่าความแข็งแกร่งมันเป็น
ยังไง”