เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 938 เนตรศักดิ์สิทธิ์ติดตามแห่งตระกูลไจ๋
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 938 เนตรศักดิ์สิทธิ์ติดตามแห่งตระกูลไจ๋
“ไม่ใช่เพื่อจะขอโทษ แต่เพื่อจะรักษาไจ๋โหรว”
ไจ๋ฉางที่หันหลังให้พวกเขาอยู่ตลอดหันกลับมาพิจารณาฉู่ลั่ว
อย่างละเอียดเป็นครั้งแรก
แล้วพูดด้วยน้าเสียงสงสัย “รักษา?”
“ใช่ค่ะ”
“ใครจะรักษา?”
“ฉันเองค่ะ”
ไจ๋ฉางวางกระถางรดน้าลง แล้วเอามือไพล่หลังพร้อมกับสายตา
เหยียดหยาม “ไม่ทราบว่าเจ้านิกายรู้ไหมว่าตระกูลไจ๋ของเรามีเนตร
ศักดิ์สิทธิ์ติดตามที่แข็งแกร่งมาก?”
“รู้ค่ะ สามารถเกาะรอยได้นับพันกิโลเมตร”
“อย่างนั้นเจ้านิกายก็คงจะรู้ว่าถ้าเคล็ดวิชาเนตรศักดิ์สิทธิ์
ติดตามถูกทำลายไป ผลที่ตามมาจะเป็นยังไง?”
“ถ้าเนตรศักดิ์สิทธิ์ติดตามถูกทำลายไป ก็จะถูกวิชาย้อนเข้าตัว
ค่ะ ส่วนระดับการย้อนกลับนั้นขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของวิชา”
ทั้งสองคนถามตอบกันเอง
สีหน้าของไจ๋ฉางเปลี่ยนเป็นแย่ลงไปเลย
เขาขมวดคิ้วแล้วมองพิจารณาฉู่ลั่วหัวจรดเท้าอย่างละเอียดอีก
ครั้ง “อย่างนั้นคุณก็คงจะรู้… ว่าตอนนี้ตระกูลไจ๋ของเราหมดหนทาง
รักษาดวงตาทั้งสองข้างของไจ๋โหรวแล้ว มันจะบอด ไม่สามารถ
มองเห็นได้อีก”
“รู้ค่ะ ซู่เซี่ยงหยางบอกฉันแล้ว”
ไจ๋ฉางมองเธอด้วยแววตาที่ทั้งงุนงงและดูถูก “อย่างนั้นคุณยังจะ
คิดว่าตัวเองรักษาไจ๋โหรวได้อีกเหรอ”
“ได้ค่ะ”
“ถ้าคุณต้องการพวกแก่นแท้เหมันต์ หรือจิตวิญญาณภูเขาไฟ
อะไรแบบนั้น… ผมบอกคุณได้แค่ว่าไม่มีหรอกนะ ตั้งแต่ที่เข้าสู่ยุค
สมัยใหม่ สมบัติสวรรค์เหล่านั้นก็หายจากโลกไปอย่างไร้ร่องรอย
แล้ว”
“ถ้าไม่ใช่เพราะสมบัติสวรรค์หายไป คุณคิดว่าตระกูลไจ๋ของเรา
จะหมดทางรักษาจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?”
ฉู่ลั่วพูด “ ฉันไม่ต้องการของเหล่านั้นหรอกค่ะ”
“อย่างนั้นคุณจะใช้อะไร?”
“พลังวิญญาณและยันต์ของฉันดึงเอาพลังหยินกับอักขระ
ออกมาจากดวงตาเธอค่ะ”
“…”
ไจ๋ฉางมองฉู่ลั่วที่พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับมองคนโง่ เขา
รู้สึกว่าตนเองเหมือนจะรู้ทุกคำที่เธอพูดออกมา แต่กลับไม่เข้าใจที่
เธอพูดเลย
เขามองไปทางจี้ไจ่ “คุณได้ยินสิ่งที่เธอพูดไหม?”
“ได้ยินครับ”
“เธอบอกว่าตัวเองรักษาดวงตาของไจ๋โหรวได้ด้วยพลังวิญญาณ
กับยันต์?”
“ครับ” จี้ไจ่มองออกความกังขาของไจ๋ฉางออก “ผมไม่เคยสงสัย
ในความสามารถของเจ้านิกาย”
“…” ไจ๋ฉางมองจี้ไจ่ก่อนเลื่อนสายตามาหาฉู่ลั่วอีกครั้ง “ได้! ใน
เมื่อเจ้านิกายมั่นใจถึงขนาดนี้ อย่างนั้นผมก็จะให้คนไปพาไจ๋โหรวอ
อกมา”
“ไม่ทราบว่าเจ้านิกายจะถือสาไหม ที่จะให้พวกผมได้เรียนรู้สัก
หน่อย?”
“ค่ะ”
“ไม่ใช่แค่ผมเพียงคนเดียวนะครับ แต่คนทั้งตระกูลไจ๋ต่างก็
อยากจะรู้ว่าเจ้านิกายใช้วิธีอะไรในการรักษากันแน่”
“ได้ค่ะ”
ไจ๋ฉาง “…”
เนื่องจากมีคนมาเยอะมาก ไจ๋ฉางจึงจัดให้ทำการรักษาใน
สถานที่โล่งกว้างด้านนอกโถงส่วนหน้า คนตระกูลไจ๋ที่รู้เรื่องแล้วมา
กันสี่สิบห้าสิบคนต่างก็ยืนกันอยู่ด้านนอกนั่น
มีเสียงพูดคุยซุบซิบกันภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องมา
“ได้ยินมาหรือเปล่า? ฉู่ลั่วคนนี้บอกว่าเธอจะรักษาดวงตาของไจ๋
โหรวด้วย คุยโวโอ้อวดเสียจริง”
“ไม่รู้ว่าเธอได้ตำแหน่งเจ้านิกายนี่มายังไง? ไหนจะผู้นำองค์กร
นั่นอีก… เหอะ ๆ”
“ทำไมตระกูลไจ๋ของเราต้องให้พวกต้มตุ๋นแบบนี้เข้ามาด้วยล่ะ”
พวกผู้เฒ่าไม่พอใจกับการปรากฏตัวของฉู่ลั่วและการจัด
สังเกตการณ์ของผู้นำตระกูลมาก ๆ
ส่วนพวกคนรุ่นใหม่ดูท่าทางค่อนข้างตื่นเต้นกันทีเดียว
“ถ้าไม่กลัวว่าจะเกิดผลกระทบที่ไม่ดีนะ ฉันอยากจะถ่ายคลิป
หรือก็ไลฟ์เลย”
“ฉันด้วย ฉันก็อยากทำ”
“ท่านฉู่ลั่วตัวจริงดูดีกว่าในจอเยอะเลยนะเนี่ย”
“ไม่รู้ว่าจะทำได้ไหมนะ?”
“ฉันหวังว่าท่านฉู่ลั่วจะทำสำเร็จแล้วก็แหกหน้าผู้นำตระกูลซะ!”
“เบา ๆ เสียงหน่อย ถ้ามีใครได้ยินเข้า เธอเตรียมโดนลงโทษได้
เลย!”
…
ท่ามกลางเสียงพูดคุยกันของทุกคน พ่อแม่ของไจ๋โหรวก็กำลัง
พยุงไจ๋โหรวเข้ามาอย่างระมัดระวัง
“เสี่ยวโหรว ถึงแล้วนะ”
ไจ๋โหรวหน้าซีดเล็กน้อยและมีผ้าปิดตาอยู่ หล่อนเป็นผู้หญิงที่
น่ารักทีเดียว
ทันทีที่ได้ยินดังนั้นก็กังวลขึ้นมา “ท่านเจ้านิกายคะ ฉันไม่เป็นไร
ค่ะ คุณไม่ต้องมาที่นี่เพื่อฉันหรอก เป็นฉันเองที่ขาดความรู้เลยขาย
หน้าคนอื่นเขา”
ตอนที่ฉู่ลั่วเห็นไจ๋โหรวก็รู้สึกว่าดูคุ้น ๆ
ก่อนหน้านี้เธอไปที่องค์กรอยู่สองสามครั้ง แล้วก็มักจะมี
เจ้าหน้าที่หลาย ๆ คนที่ชอบแอบมองเธอและถ่ายรูปไว้ด้วย
ไจ๋โหรวเองก็คือในนั้น
ทุกครั้งที่ถ่ายรูปไปแล้ว หล่อนก็จะแอบยิ้ม
ฉู่ลั่วสังเกตเห็นอยู่หลายครั้ง แต่รู้สึกได้ว่าหล่อนไม่ได้มีเจตนา
ร้ายอะไรจึงไม่เคยห้ามเลย