เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 945 เขาเมินฉันเหรอ
หร่วนย่วนย่วน “ฉันไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้นเลยค่ะ”
“ผีกับคนแตกต่างกัน ผีจะมีความยึดติด มีอคติอยู่ตลอด แต่เจ้า
สามารถละทิ้งห่วงแห่งความโกรธแค้นได้ นี่แหละคือสาเหตุสำคัญที่
ทำให้เจ้าหลุดพ้นจากการเป็นวิญญาณพยาบาท แล้วเข้าสู่วิถี
วิญญาณผู้บำเพ็ญได้”
ไม่ใช่วิญญาณพยาบาททุกตัวที่จะมีความสามารถในการได้
กลายเป็นวิญญาณผู้บำเพ็ญได้นะ
นี่คืออุปสรรคหนึ่งที่เทียบได้กับการการสละตัวตนเลยทีเดียว
ยึดติด เคียดแค้น และชิงชัง
แต่หร่วนย่วนย่วนสามารถละทิ้งสิ่งเหล่านี้ไปได้ ทั้งยังมีความ
ประสงค์ที่ศักดิ์สิทธิ์อีก
“อาจเพราะช่วงนี้ฉันฟังเสียงสวดมนต์ของจิ่วฉานอยู่ตลอดก็ได้
ค่ะ”
เฉิงยวนส่ายนิ้วของตัวเอง “ไม่ ๆๆ นี่เป็นความสามารถของตัว
เจ้าเอง พวกเรามีกันอยู่ตั้งมากมายขนาดนี้แล้วก็ฟังเสียงจิ่วฉานสวด
มนต์อยู่บ่อย ๆ ยังไม่เห็นคิดได้กันเลย แต่ว่าเจ้าคิดได้ มันเป็น
ความสามารถของเจ้านั่นแหละ”
“เมี่ยวเมี่ยว เจ้าได้อะไรบ้างไหม?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวส่ายหน้า “ไม่เลยค่ะ ทุกครั้งที่ฟังจิ่วฉานสวดมนต์
หนูปวดหัวตลอดเลย!”
เฉิงยวนพยักหน้า “ข้าด้วย”
จิ่วฉานเอ่ยเสียงนุ่มนวล “…พวกโยมล้วนเป็นผีร้าย ช่วงแรกอาจ
ปวดหัวบ้าง แต่ฟังพระไตรปิฎกบ่อย ๆ จะได้ช่วยรักษาร่างวิญญาณ
ให้ผ่องใส ไม่ถูกจิตมุ่งร้ายรบกวน”
จิ่งเจียเหยียนเงยหน้าขึ้นไปเคาะหัวโล้น ๆ ของเขาเบา ๆ “พูด
เรื่องพระคัมภีร์ให้มันน้อยลงหน่อยเถอะ! จำได้ไหมว่าเดี๋ยวเณรจะต้อง
เข้าเรียนชั้นประถมแล้วต้องมีสอบสัมภาษณ์ด้วยน่ะ ท่องหัวข้อการ
สอบสัมภาษณ์หรือยัง คำถามการสอบสัมภาษณ์ล่ะท่องหรือยัง”
จิ่วฉาน “…”
ใบหน้าที่ดูหงอยเหงาของเขาดูหม่นหมองขึ้นมาทันที “อาตมา
ต้องไปเรียนด้วยเหรอ?”
“แน่นอนสิ!” จิ่งเจียเหยียนบอก “สังคมของมนุษย์ในตอนนี้มี
การศึกษาภาคบังคับอยู่เก้าปี ดังนั้นอย่างน้อยจะต้องเรียนเก้าปี ส่วน
ของเณรยิ่งนี่แตกต่างไปจากนี้อีก”
“เณรเรียนศาสนา ประวัติของผู้ที่เรียนทางพระศาสนานี่ยิ่งสูงเลย
ดูเหมือนว่าจะเป็นปริญญาโทหรือไม่ก็เอกเลยนะ!”
ท่าทีของจิ่วฉานชะงักค้างไป
“ตั้งใจเรียนเถอะ! ไม่อย่างนั้นถ้าเณรออกไปสวดมนต์ข้างนอก
โดยที่ไม่มีบัตรประจำตัวสงฆ์จะถูกทุบตีเอา คนอื่นเขาจะด่าเอาได้ว่า
เณรเป็นพระปลอม”
จิ่งเจียเหยียนพูดด้วยน้าเสียงทอดถอนใจ แต่ท่าทีกลับดูรื่นเริง
ผิดปกติ หล่อนรอดูจิ่วฉานทำเรื่องอับอาย
“ฉันได้ยินมาว่าการสอบของมนุษย์น่ากลัวมาก ๆ แถมยังต้อง
สอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องสอบเข้าเรียนปริญญาโทอีก”
“จิ่วฉาน! พี่สาวจะดูแลอย่างดีเลย เหมือนกับที่เคยดูแลพี่สาวใน
ชาติก่อนไง ฮี่ฮี่”
“พี่สาวจะเลี้ยงดูเณรให้เป็นผู้บำเพ็ญวิถีพุทธะที่มีคุณสมบัติ
ครบถ้วนแน่นอน!”
จิ่วฉานเอ่ยเสียงเรียบ “…โยมไม่ใช่พี่สาวอาตมา”
“แต่จะเรียกว่าอาจารย์ป้าเหมือนพระวัดจิ่งไท่ไม่ได้ไหมล่ะ! ฉันยัง
สาวยังสวยขนาดนี้จะมาเรียกว่าป้ามันดูไม่ค่อยดีหรอกมั้ง?”
จิ่วฉานยังแย้งต่อ “โยมไม่ใช่ป้าของอาตมาด้วย”
“หรือว่าเณรอยากจะเรียกฉันว่ายาย? ฉันอายุมากกว่าเณรหลาย
ร้อยปีก็จริง แต่ถ้านับกันตามอายุของงูสวาทแล้ว ฉันยังวัยรุ่นสุด ๆ รู้
ไหม ฉันจะบอกให้นะว่าฉันเนี่ยเป็นเด็กสาวแรกรุ่นในกลุ่มของงูสวาท
นะ!”
จิ่วฉานจ้องมองจิ่วเจียเหยียนอยู่สักครู่ จากนั้นก็พนมมือกล่าว
อามิตตาพุทธ แล้วหันหลังเดินจากไป
“นี่มันหมายความว่าอะไร”
“เขาเมินฉันเหรอ?!” จิ่งเจียเหยียนส่งเสียงออกมาอย่างโมโห
“ฉันไม่มีทางยอมให้เณรเรียกฉันว่ายายหรอกนะ! อย่าได้คิดเลยเชียว
ฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้น”
“ฉันแก่เหรอ? ฉันทั้งสาวทั้งสวยแถมยังเด็กมากด้วยในหมู่ปีศาจ
จะมาเรียกฉันว่ายายเนี่ยนะ!”
“ถึงจะกลับชาติมาเกิดแล้ว แต่ก็ยังน่ารำคาญเหมือนเมื่อก่อน
เลย!”
จิ่งเจียเหยียนพูดอย่างโมโห
ทางด้านฉู่ลั่วไปสอนหนทางการบำเพ็ญให้กับหร่วนย่วนย่วน
พวกที่สนใจก็มาล้อมฉู่ลั่วกัน มีเพียงหัวหว่านที่เดินไปข้าง ๆ เฉิงยวน
“เธอไม่ไปเหรอ? เธอเป็นผีร้ายพันปี ถ้าบำเพ็ญจนสำเร็จก็จะ
เก่งกาจยิ่งกว่าย่วนย่วนอีกไม่ใช่เหรอ”
เฉิงยวนยักไหล่ “ข้าทำไม่ได้หรอก”
หัวหว่านซุบซิบ “คุณหนูบอกว่าโดยปกติแล้วเพราะว่ามีความ
หมกมุ่นถึงได้ไม่มีหนทางพัฒนา เธอมีความหมกมุ่นอะไรอยู่เหรอ?”
เฉิงยวนที่มีท่าทีสดใสไม่คิดอะไรมากอยู่ตลอดนั้น ชะงักไปทันที
แต่การชะงักนั้นก็หายไปในทันทีเช่นกัน
“ข้าจะไปมีความหมกมุ่นอะไรเล่า! ข้าก็แค่ไม่อยากจะไปเกิดใหม่
เป็นผีดีจะตาย! เป็นผีเนี่ยสามารถอยู่อย่างเยาว์วัยแบบนี้ได้ตลอดไป
แล้วก็ได้เห็นสิ่งต่าง ๆ ในโลกอีกมากด้วย”
หล่อนเอาสองมือไปไพล่หลัง “เจ้าไม่เข้าใจข้อดีของการเป็นผี
หรอก!”
หัวหว่านมีสีหน้าจนใจ
“สรุปแล้วก็คือเธอขี้เกียจ อยากเอาแต่เที่ยวเล่นล่ะสิ!”
จากนั้นหัวหว่านก็เดินตามเข้าไป