เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 944 ละทิ้งห่วง
เจ้านิกายเดินเข้าไปหาวิญญาณพยาบาท “ซ่งอวิ๋นไท๋กำลังจะ
ตายแล้ว”
“ปรมาจารณ์วางใจได้นะคะ ตอนนี้จิตใจของฉันสงบมาก ไม่ได้มี
ความโกรธอะไรกับการตายของซ่งอวิ๋นไท่ ฉันเองไม่มีทางให้บุญ
บารมีและการบำเพ็ญของฉันต้องสูญเสียไป เพราะการแก้แค้นผู้ชาย
คนนั้นหรอกค่ะ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ตอนนี้วันหมดอายุขัยของซ่งอวิ๋นไท่ใกล้เข้ามาแล้ว
ถ้าเธออยากจะลงโทษเขาสักหน่อยก็ไม่สร้างความผิดมากหรอกนะ”
ทางด้านเฉิงยวนกำลังรวบรวมความคิดอยู่ว่าจะแก้แค้นซ่งอวิ๋น
ไท่แบบไหนดี ยิ่งนาน วิธีก็ยิ่งโหดขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังแปลกขึ้นเรื่อย ๆ
ด้วย
แม้แต่จิ่วฉานก็ยังเสนอว่าให้ใช้พระไตรปิฎกไปจัดการเขา
ซึ่งแน่นอนว่าข้อเสนอนี้ถูกตัดออก
ชายชั่วนะไม่ใช่ผี จะได้สวดมนต์ไล่!
เมื่อวางแผนออกมาอย่างสมบูรณ์แล้ว เฉิงยวนก็ยกโขยง
สิ่งมีชีวิตออกไปด้วยกัน
แล้วทิ้งให้บางคนให้อยู่เฝ้าบ้าน
ยายาใบหน้าผิดหวัง
และอีกคนที่ใบหน้าผิดหวังเช่นกันก็คือฟู่ปู้เสวี่ยน
แต่ผู้เดียวที่มีใบหน้าดูไม่ทุกข์ร้อนก็คือพระโพธิสัตว์น้อยจิ่วฉาน
…
พวกของเฉิงยวนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลซ่งกันอย่างยิ่งใหญ่
แต่ยังไม่ทันได้เข้าไปก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันวุ่นวายมาจาก
ภายในแล้ว
“คุณพ่อจะตายอยู่แล้ว ยังไม่ได้ทำพินัยกรรมเลยเหรอ!?”
“พวกเราเป็นลูกตามกฎหมายของพ่อ แต่พวกคุณเป็นลูกนอก
กฎหมายที่ไม่สามารถออกหน้าได้ ยังกล้ามาแย่งชิงมรดกอีกเหรอ”
“ขอโทษทีนะ ตอนนี้ถูกกฎหมายแล้ว แม้ว่าพวกเราจะไม่ใช่ลูก
จากการสมรส แต่ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะได้รับมรดกของพ่อ”
“อ๋อเหรอ? ถ้าแกอยากได้ก็ไปฟ้องร้องเอาแล้วกัน!”
“จะว่าไปแล้วก็เป็นเพราะพ่อนั่นแหละที่ไม่เด็ดขาดมากพอ ก็
บอกตั้งนานแล้วว่าให้ทำพินัยกรรม เขาก็ไม่ทำสักที”
“ตอนนี้พ่อไม่มีสติแล้วจะทำพินัยกรรมกันยังไงล่ะ”
“ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ หมอก็บอกไว้ไม่ใช่เหรอว่าสามารถฉีดยา
ให้พ่อฟื้นขึ้นมาได้! แบบนี้ก็ทำพินัยกรรมได้แล้ว”
วิธีการดีเยี่ยม แต่การฉีดยานี้เท่ากับว่าเป็นการเบิกชีวิตของ
ซ่งหวิ๋นไท่มาใช้ล่วงหน้า ทุกคนจึงค่อนข้างลังเลไม่กล้าตัดสินใจ
พวกเฉิงยวนเดินทางผ่านเสียงทะเลาะกันไม่สิ้นสุดที่ชั้นหนึ่งขึ้น
มาถึงชั้นสอง แล้วก็ต้องชะงักไปทันที
ซ่งอวิ๋นไท่ดูเป็นลักษณะของการใกล้ตายอย่างเห็นได้ชัดแล้ว
นั่นยังไม่เท่าไหร่ แต่ว่าห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยวิญญาณชั่วร้ายนี่
สิ
วิญญาณบางตัวไปนอนคำรามอยู่บนตัวของซ่งอวิ๋นไท่ บางตัวก็
ดึงมือ ดึงเท้า ดึงผมของเขาอยู่…
คนที่ยังมีชีวิตมองไม่เห็นสิ่งนี้ แต่พวกเขาเห็นได้อย่างชัดเจน
มาก ๆ
วิญญาณเหล่านี้กำลังรอให้ซ่งอวิ๋นไท่ตายจะได้แก้แค้นเขา
เฉิงยวนอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปหาหร่วนย่วนย่วน “ข้าคิดว่าเรา
มาได้ทันเวลาแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่ายังมีวิญญาณมากมายขนาดนี้ที่
แค้นซ่งอวิ๋นไท่มากกว่าเจ้า!”
หร่วนย่วนย่วนมองอดีตคนรักที่อยู่บนเตียง
ผิวของเขาเป็นเหมือนเปลือกไม้แก่ ๆ ผมก็เป็นสีขาว และทั่ว
ทั้งตัวก็มีแต่กลิ่นอายแห่งความตาย
ส่วนวิญญาณที่อยู่รอบ ๆ ล้วนเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่มีต่อ
เขา
“ไปกันเถอะ”
หล่อนหันหลังเดินออกไป
เฉิงยวนจึงตามมา “ไม่แก้แค้นหรือ?”
“อืม”
“ยอมให้เขาตายไปแบบนี้น่ะหรือ?”
“ค่ะ”
เฉิงยวนลอยไปอยู่ข้าง ๆ หร่วนย่วนย่วนแล้วพูดเกลี้ยกล่อม
“ฉู่ลั่วบอกไว้แล้วไงว่าต่อให้ตอนนี้พวกเราทำอะไรก็จะไม่ไปทำลาย
บุญบารมีที่มีอยู่”
“ฉันรู้ ขอบคุณนะยวนยวน” หร่วนย่วนย่วนยื่นมือออกไปกอดผี
ร้ายพันปีเอาไว้ “ฉันน่ะ… ไม่ได้มีความแค้นต่อซ่งอวิ๋นไท่แล้วล่ะ”
ความเกลียดชังและยึดมั่นถือมั่นเหล่านั้น…
มันหายไปหมดแล้วในตอนที่เห็นซ่งอวิ๋นไท่ในสภาพนี้
ฉันจะบำเพ็ญให้ดี คืนร่างลูก ๆ และมีความสุขทุกวัน
ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการคั่งแค้นเขาตลอดกาล
…
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ขบวนที่แห่แหนออกไปอย่างยิ่งใหญ่ก็กลับมา
กันแล้ว
หัวหว่านมองพวกเขาอย่างประหลาดใจ “ทำไมเร็วจังล่ะ? ฉันก็
คิดว่าพวกเธอจะทรมานซ่งอวิ๋นไท่สักครึ่งเดือนเสียอีก”
เฉิงยวนมองค้อนอีกฝ่าย “พวกข้าก็ไม่ได้เลือดเย็นถึงขนาดที่เจ้า
คิดหรอกน่า!”
หล่อนจับหร่วนย่วนย่วน “เป็นเพราะย่วนย่วนของเราคิดได้แล้วก็
ปล่อยวางต่างหาก”
“ไป ๆๆ ไปเรียกฉู่ลั่วลงมาดูหน่อยสิว่าย่วนย่วนของพวกเรา
พัฒนาไปอีกขั้นแล้วหรือเปล่า”
ฉู่ลั่วได้ยิน จึงเดินลงมาสังเกตหร่วนย่วนย่วน ก่อนเผยรอยยิ้ม
จาง ๆ “ยินดีด้วยนะ ความพยาบาทหายไปแล้ว มุ่งมั่นตั้งใจ จะได้ก้าว
เข้าสู่วิธีวิญญาณผู้บำเพ็ญ”
แม้ว่าวิญญาณผู้บำเพ็ญจะมีคำว่าวิญญาณอยู่ในนั้นด้วย แต่
แตกต่างกับวิญญาณพยาบาทราวฟ้ากับเหว
วิญญาณผู้บำเพ็ญก้าวเข้าสู่เส้นทางของการบำเพ็ญเพียรแล้ว
มันสามารถประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้
หร่วนย่วนย่วนไม่ได้ตื่นเต้นอะไรนัก แต่เฉิงยวนเข้ามากอด
หล่อนอย่างดีใจ “คนมีวาสนามันช่างแตกต่างกันจริง ๆ ด้วย”
“เจ้ากลายเป็นวิญญาณพยาบาทเร็ว แล้วตอนนี้ก็กำลังจะเข้าสู่
การเป็นวิญญาณผู้บำเพ็ญแล้ว!”
“ยอดเยี่ยม… ยอดเยี่ยมที่สุด!”