เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 948 ห้องเพรสซิเดนต์สวีต
คำถามของฉู่หร่านทำให้คนที่อยู่ตรงนั้นต่างหันมาทางพวกเธอ
สองคน
เย่อวิ๋นชูมองมาด้วยสีหน้าหมดคำจะพูด ก้าวเท้าจะเดินเข้ามาหา
“ไม่”
แต่ยังไม่ทันทำอะไร ก็ได้ยินเสียงของพี่ลั่วพูดออกมาด้วยเสียงที่
ไม่ดังไม่เบา แต่มันก็พอที่จะให้ทุกคนได้ยินกัน
ฉู่หร่าน “…”
ทุกคน “…”
ฉู่ลั่วมองฉู่หร่านด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ฉันไม่เห็นฉู่จ้านเป็นพี่ชาย
ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ได้เห็นว่าฉันเป็นน้องสาวนี่?”
“ลั่วลั่ว! เธอพูดแบบนี้ได้ยังไง” ฉู่หร่านตกใจมาก ได้แต่มองเธอ
ด้วยความผิดหวังและเสียใจ “เธอพูดแบบนี้ พี่สามจะเสียใจนะ”
“เขาไม่เสียใจหรอก” ฉู่ลั่วเน้นย้าอีกครั้ง “เขาเองก็ไม่ได้เห็นฉัน
เป็นน้องสาว ฉันกับเขาไม่เคยเป็นพี่น้องกันเลยสักวัน”
“แต่ยังไงเลือดก็ข้นกว่าน้านะ!”
“เลือดข้นกว่าน้า แล้วเหนือกว่าคนที่อยู่ด้วยหันมายี่สิบกว่าปีได้
ไหมล่ะ?”
ฉู่หร่าน “…”
ฉู่ชั่วตอบให้แทน “ไม่ได้ เพราะถ้าหากว่าได้ ก็คงไม่ใช่ฉันที่ต้อง
ออกจากบ้านตระกูลฉู่ แต่เป็นเธอต่างหากที่ต้องออก”
ดวงตาของฉู่หร่านค่อย ๆ เบิกโต แม้แต่น้าตาที่คลอหน่วยก็ชะงัก
ไป ได้แต่มองฉู่ลั่วอย่างนิ่งงัน
หล่อนมองไปทางกล้องที่อยู่ข้าง ๆ โดยไม่รู้ตัว
ฉู่ลั่ว…
ทำไมเธอถึงกล้า?
ทำไมถึงกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้ากล้อง
“ยังมีปัญหาอะไรอีกไหม?”
ฉู่ลั่วเอ่ยถาม
แต่ฉู่หร่านนิ่งค้างไปแล้ว
ฉู่ลั่วจึงลากกระเป๋าสัมภาระของตัวเองเดินต่อไป
เฉียวโจวจึงรีบบอก “ทุกคนตามมาเลยครับ!”
ฝางไคจี้ก้าวไปอยู่ข้าง ๆ ฉู่หร่านแล้วกระซิบเกลี้ยกล่อม “หร่านห
ร่าน ไม่ต้องเสียใจไปนะ คนอย่างหล่อนไม่มีความรู้สึกอะไรหรอก”
“พี่ไคจี้ กำลังไลฟ์อยู่นะคะ อย่าพูดจาส่งเดชสิ!”
ฝางไคจี้ยิ้มเยาะแล้วพูด “พี่ไม่ได้พูดส่งเดช แต่ใจพี่คิดแบบนี้
แม้ว่าจะไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ ต่อกัน แต่เกิดเรื่องขึ้นกับฉู่จ้านแบบนี้
ฉู่ลั่วก็ควรจะไปเยี่ยมสิ!”
“ฟังคำพูดของเธอสิ! นั่นใช่สิ่งที่คนจะพูดกันเหรอ?”
“หรือว่าคนตระกูลฉู่ไม่อยากเจอฉู่ลั่ว?”
ฉู่หร่านกังวลมาก “พี่ไคจี้ ไม่ต้องพูดเรื่องแบบนี้แล้วค่ะ! ลั่วลั่วมี
แฟนคลับตั้งมากมาย พวกเขาจะโกรธเอาได้นะคะ”
“ก็แค่พูดไปตามความจริงมีอะไรต้องกลัวด้วย หรือว่าพวกเขาจะ
โจมตีฉันทางอินเทอร์เน็ตล่ะ?”
[ว้าว ๆๆ พี่ไคจี้ของเราแมนมาก! หล่อเท่สุด ๆ]
[แฟนคลับของฉู่ลั่วไม่มีเหตุผล! ครั้งที่แล้วฉันแค่บอกว่าฉู่ลั่วโม้
ว่าติดต่อวิญญาณได้ ก็ถูกแฟนคลับเธอตามด่าอยู่ตั้งหลายวัน]
[ฉันก็โดนเหมือนกัน!]
[ไม่รู้ว่าคนชอบฉู่ลั่วนี่มีจิตใจยังไงกันนะ!]
[แม้แต่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดกับพี่ชายแท้ ๆ ต่างก็รังเกียจเธอเลย นี่
มันก็เห็นได้แล้วไม่ใช่เหรอว่ามีปัญหา?]
[นั่นสิ! แม้ว่าหร่านหร่านของพวกเราจะไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของ
ตระกูลฉู่ แต่คนตระกูลฉู่ก็ชอบเธอมากแล้วก็ปฏิบัติต่อเธออย่างดี
มากด้วย เห็นได้เลยว่าหร่านหร่านของพวกเรานี่มีคนชอบเยอะมาก]
ในช่องไลฟ์มีพวกเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อว่าฉู่ลั่ว
“ไคจี้ หร่านหร่าน รีบมาเลือกห้องเร็วเข้า!”
ทั้งสองคนจึงเดินเข้าไปเลือกห้อง
ทุก ๆ คนได้อยู่ห้องเดี่ยวกันหมดเลย
เฉียวโจวส่งคีย์การ์ดใบหนึ่งให้กับฉู่ลั่ว “นี่ของปรมาจารย์ฉู่ครับ”
พนักงานโรงแรมที่แต่งตัวอย่างดีและยิ้มหวานเดินเข้ามา จากนั้น
ก็พูดเป็นภาษากลางว่า “คุณฉู่ใช่ไหมครับ ห้องที่คุณอยู่คือห้องห้อง
เพรสซิเดนต์สวีต เชิญตามผมมาเลยครับ”
“ว้าว! ห้องเพรสซิเดนต์สวีต พวกเราได้อยู่ห้องเพรสซิเดนต์สวีต
กันหมดเลยเหรอ”
“ทางรายการเส้นใหญ่มาก!”
“ผู้กำกับเฉียว ฉันยอมรับเลยว่าก่อนหน้านี้ฉันพูดเกินไป”
เฉียวโจวรีบโบกมือทันที “ไม่ใช่ครับ ๆ มีแค่ปรมาจารย์ฉู่ที่ได้พัก
ห้องเพรสซิเดนต์สวีต”
“ทำไมล่ะคะ!” พอฉู่หร่านได้ยินดังนั้นก็ถามกลับทันที “ผู้กำกับ
เฉียว คุณจะปฏิบัติต่างกันไม่ได้นะคะ ทำไมลั่วลั่วถึงได้พักห้องเพรส
ซิเดนต์สวีต ส่วนพวกเราได้พักห้องธรรมดาล่ะคะ”
“ก่อนหน้านี้ฉันก็เห็นแล้วว่าผู้กำกับเฉียวปฏิบัติกับลั่วลั่วไม่
ปกติ”
“แต่ทำไมคุณถึงดูแลลั่วลั่วเป็นพิเศษขนาดนี้ล่ะ!”
หล่อนมองเฉียวโจวกับฉู่ลั่วไปมา “ผู้กำกับเฉียว คุณคงไม่ลืมใช่
ไหมคะว่าภรรยาของคุณกำลังตั้งครรภ์อยู่!”
เฉียวโจว “!?”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในทันที และเกือบจะหลุดปากด่าออก
มาแล้ว
แต่ก็ทนเอาไว้ได้
“นี่ไม่ได้เป็นการที่ผมให้สิทธิพิเศษอะไรกับปรมาจารย์ฉู่นะครับ
แต่คนอื่นต่างหากที่ให้มา”
“คนอื่น? ใครคะ ลั่วลั่วเพิ่งจะได้ออกนอกประเทศเป็นครั้งแรกใน
ชีวิตยี่สิบกว่าปี เธอจะมีเพื่อนที่ต่างประเทศได้ยังไงกัน”