เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 950 ตั้งใจหาคน
ซู่เซี่ยหยางหันซ้ายทีขวาทีไปหาฉู่ลั่วบ้างจี้ไจ่บ้าง จากนั้นก็เอ่ย
ปากพูดออกมา “ไม่เห็นมีใครบอกผมว่าเธอจะมานี่!”
ฉู่หร่านที่อยู่ด้านนอกเอาแต่เคาะประตูไม่หยุด
จี้ไจ่จึงเอ่ยถาม “ตอนนี้จะทำยังไงดีครับ?”
“จะทำยังไงได้อีก รีบเก็บข้าวของสิ!”
ทุกคนวิ่งวุ่นเก็บข้าวของและตัวของพวกเขาเองเลยพุ่งตัวเข้าไป
อัดกันอยู่ในห้องห้องเดียว
จากนั้นฉู่ลั่วถึงได้เดินไปเปิดประตู
ทันทีที่ประตูเปิดออก ฉู่หร่านก็พาตากล้องกรูกันเข้ามา “ลั่วลั่ว
ทำไมนานนักล่ะกว่าจะมาเปิดประตู!”
“อ้าว! ปรมาจารย์จี้ไจ่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ”
“เอ๋… เมื่อกี้เมื่อเธอกำลังทำอะไรอยู่เหรอ ทำไมถึงได้เปิดประตูช้า
ขนาดนี้?”
ฉู่หร่านทำหน้ายิ้มกรุ้มกริ่ม
ฉู่ลั่วตอบหน้านิ่ง “หารือธุระกัน”
“หารืออะไร?”
“เรื่องจับวิญญาณร้าย”
ฉู่หร่านถามคำ ฉู่ลั่วก็ตอบคำ ส่วนจี้ไจ่ก็อยู่ข้าง ๆ อย่างนิ่งเฉย
ไม่พูดไม่จา
เมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้น ฉู่หร่านก็ปิดปากหัวเราะออกมา “โอเค
เธอบอกแบบนั้นพวกเราก็จะเชื่อ!”
ว่าแล้วก็หันไปพูดกับกล้อง “แฟน ๆ ของคู่จิ้นจีฉู่มีความสุขกัน
ไหมคะ!”
“อย่างนั้นฉันพาผู้ชมเข้าไปดูห้องเพรสซิเดนต์สวีตหน่อยได้
ไหม?”
เจ้านิกายบอกว่า “ได้”
ฉู่หร่านมองฉู่ลั่วอย่างค่อนข้างประหลาดใจ
คิดว่าฉู่ลั่วจะขัดขวางเสียอีก
ไม่คิดเลยว่าจะตอบตกลง
หล่อนสงสัยอยู่ในใจแต่ก็พาตากล้องเข้าไปรีวิวห้องเพรสซิเดนต์
สวีต
โดยมีฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ตามดูหล่อนข้าง ๆ
กระทั่งฉู่หร่านแนะนำเสร็จไปหลายห้องแล้ว และเตรียมจะไปเปิด
ห้องที่คนอัดแน่นกันอยู่
“!?” ท่าทีของจี้ไจ่ก็เปลี่ยนไป เตรียมจะเข้าไปขวางแต่ฉู่ลั่วก็ห้าม
ไว้
เธอส่ายหน้า
ทันทีที่ตากล้องเปิดประตูเข้าไป ยันต์ที่ติดกล้องอยู่ก็หลุดออก
ในห้องนั้นไม่มีอะไรเลย ไม่ต่างอะไรกับหลาย ๆ ห้องที่ดูมาก่อน
หน้านี้
ฉู่หร่านเอียงหัวอย่างสงสัยแล้วไปดูห้องนอนแขกห้องอื่น ๆ อีก
แต่ก็ไม่มีใครเลย
ทันใดนั้นก็มีคนจากทางรายการเข้ามาเร่ง “หร่านหร่าน ผู้กำกับ
เฉียวบอกว่าใกล้จะเริ่มเกมแล้ว”
พอฉู่หร่านได้ยินก็รีบตอบไป “ไปเดี๋ยวนี้ค่า”
หล่อนจึงรีบพาตากล้องออกไป
จนกระทั่งประตูปิดลง จี้ไจ่ก็ถอนหายใจออกมาแล้วถาม “เกิด
อะไรขึ้นครับ ทำไมถึงไม่มีใครอยู่เลย?”
“เป็นเพราะยันต์ของท่านเจ้านิกายค่ะ!”
ไจ๋โหรวถือยันต์วิ่งออกมาอย่างมีความสุข “ท่านเจ้านิกายมียันต์
เร้นกายด้วย ฉันได้ยินมาว่ายันต์ประเภทนี้สูญหายไปแล้ว”
คนอื่น ๆ เองก็ถือยันต์เร้นกายปรากฏตัวออกมาเช่นกัน
“ฉู่หร่านนี่ทำไมจู่ ๆ ถึงได้โผล่มา เธอดูเหมือนจะมาหาใครที่ห้อง
นี้เลยนะ แผนของพวกเรารั่วไหลออกไปหรือเปล่า?”
ซู่เซี่ยงหยางก็ขมวดคิ้วเช่นกัน “พวกเรามากันอย่างเป็นความลับ
ไม่น่าจะมีใครรู้นะ”
ไจ๋โหรวส่ายหน้า “ฉันก็รู้สึกได้ค่ะว่าเธอมาหาใครสักคน”
“ฉันก็รู้สึกได้เช่นกัน”
จี้ไจ่เองก็พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เธอมาหาคนจริง ๆ ถึงจะพูด
ว่ามาแนะนำพาดูห้อง แต่ทุกห้องก็แนะนำแบบง่าย ๆ เน้นดูมากกว่า
ว่าในห้องมีคนอยู่หรือเปล่า”
ท่าทีของซู่เซี่ยงหยางเปลี่ยนไปเลย “ผมจัดคนคอยจับตาดูเธอ
อยู่”
“ระวังด้วยนะครับ”
“อืม”
หลังจากกำชับเรื่องงานกันเสร็จแล้ว ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ก็ลงไปข้างล่าง
เกมของแขกรับเชิญทั้งหกได้เสร็จสิ้นไปแล้ว และได้มีการแบ่งฝั่ง
แพ้ชนะแล้วด้วย
ทันทีที่เข้าห้องไป หางเจียซิ่นก็พูดขึ้นมาอย่างดีใจ “พี่ลั่ว ผม
ชนะแล้ว! ผมเลือกพี่ลั่ว!”
ฝานจื้อก็พูดอย่างนิ่ง ๆ “ผมก็เลือกฉู่ลั่ว”
เหยียนอันนี้เอ่ย “กฎเดิม ผมเลือกปรมาจารย์ฉู่”
“อย่างนั้นอีกสามคนที่เหลือก็จะเข้ากลุ่มกับปรมาจารย์จี้ไจ่โดย
อัตโนมัตินะครับ” เฉียวโจวลุกขึ้นยืน “ตามกฎเดิมครับ พวกเราจะพา
ทุกคนไปดูสถานที่ด้วยกันก่อน แล้วคืนนี้ฝั่งผู้แพ้ก็จะต้องนอนพักอยู่
ในหน้าที่มีพลังงานเหนือธรรมชาติ”
ทีมรายการพาพวกเขาไปที่บ้านของสตีฟด้วยกัน