เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 951 เย่อวิ๋นชูอยากร้องไห้
ครอบครัวของสตีฟอาศัยอยู่แถบชานเมืองทางประเทศ E
ดูเหมือนว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวทั้งหมด และมีสนามหญ้าอยู่ทั้งหน้า
บ้านและหลังบ้าน
กระทั่งรถเคลื่อนที่ไปหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน ก็ได้เห็นครอบครัวที่
มีกันอยู่ห้าคนยืนอยู่หน้าประตู
เฉียวโจวจึงรีบลงจากรถไปคุยกับครอบครัวของสตีฟ
ฉู่หร่านเดินตามหลังฉู่ลั่วไป “ลั่วลั่ว เธอไม่เคยมาต่างประเทศ
แล้วก็ไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัย ไม่เคยสอบอะไรด้วย เดี๋ยวถ้าเธอไม่รู้
ว่าต้องพูดยังไงก็บอกฉันนะ ฉันจะช่วยแปลให้”
เย่อวิ๋นชูพุ่งตัวเข้ามาทันที “ไม่ต้องหรอก ฉันแปลให้พี่ลั่วเองค่ะ”
หางเจียซิ่นมาแย้ง “ไม่ต้อง ๆ พี่ลั่วเป็นคนของทีมชนะ ไม่ต้องให้
ทีมแพ้อย่างพวกคุณมาแปลให้หรอก”
เหยียนอันอี้ก็ยิ้มออกมาเช่นกัน “อวิ๋นชู คุณดูแลตัวเองเถอะนะ”
ฝานจื้อเองก็มีรอยยิ้มบนใบหน้า “ใช่แล้ว! อวิ๋นชู คุณดูแลตัวเอง
ให้ดี ๆ เถอะ”
เย่อวิ๋นชู “…”
ไอดอลสาวมองฉู่หร่านสลับกับฝางไคจี้ที่อยู่ฝั่งเดียวกัน ก็ทำเอา
รอยยิ้มหายไปทันที ได้แต่ก้มหน้าลงเงียบ ๆ แล้วเดินตามหลังอย่างไร้
เรี่ยวแรง
หางเจียซิ่นจึงเดินเข้าไปตบไหล่เธอ “เสียใจด้วยนะ”
แล้วเหยียนอันอี้ก็กระซิบเตือน “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณแค่ฟัง
คำพูดของปรมาจารย์จี้ไจ่ก็พอแล้ว ไม่ต้องไปคำพูดของคนอื่น ๆ เลย
แม้แต่ประโยคเดียว!”
ฝานจื้อก็กดมุมปากที่แทบจะหุบยิ้มไม่ได้ของตัวเองลง แล้วพูด
อย่างจริงจัง “ถ้ากลัวจริง ๆ ก็ไปขอยันต์ที่ปรมาจารย์ฉู่อีกสักสองผืน
นะครับ จำไว้นะว่าให้ดูพวกเขาสองคนไว้ดี ๆ อย่าให้พวกเขาสองคน
แตะต้องอะไรมั่วซั่วหรือเดินเพ่นพ่านไปไหน”
ไอดอลสาวมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์นัก “นายคิดว่าฉันจะดู
พวกเขาสองคนได้เหรอ?”
พอนึกถึงตัวเองเมื่อรายการตอนที่แล้ว ฝานจื้อก็หุบปากแล้วทำ
ได้เพียงตบไหล่ “เสียใจด้วยนะครับ”
เย่อวิ๋นชูอยากจะร้องไห้แล้ว
หลังจากเฉียวโจวพูดคุยกับครอบครัวของสตีฟแล้วก็พาพวกเขา
เข้าไปในคฤหาสน์
สองสามีภรรยาเล่าเรื่องเหนือธรรมชาติรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
ในคฤหาสต์หลังนี้
จี้ไจ่จึงเดินไปข้าง ๆ ฉู่ลั่ว กล่าวเสียงเคร่งขรึม “พลังหยินรุนแรง
มาก”
“อืม”
“แต่ไม่มีวิญญาณร้าย”
ฉู่ลั่วพยักหน้าอีกครั้ง
สีหน้าของจี้ไจ่ดูตึงเครียดขึ้นมาแล้ว
มีพลังหยินแต่ไม่มีวิญญาณร้าย ก็แสดงว่าเคยมีวิญญาณร้ายอยู่
ในสถานที่แห่งนี้
แต่แค่เคยอยู่ก็เหลือพลังหยินที่รุนแรงขนาดนี้ไว้
อย่างนั้นวิญญาณร้ายตนนี้… ต้องแข็งแกร่งขนาดไหนเชียวนะ?
“ลั่วลั่ว! มานี่เร็ว! มอริสบอกว่าเคยดูไลฟ์ของเธอ เขาเป็นคน
ติดต่อทางรายการไปว่าอยากจะเชิญเธอมา”
ในเวลาเพียงสิบนาที ฉู่หร่านก็ไปเล่นคุ้นเคยกันกับเด็ก ๆ
ครอบครัวสตีฟแล้ว
โดยเฉพาะลูกชายคนโตอย่างมอริส ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไป
ด้วยรอยยิ้มสดใส โดยเฉพาะตอนที่เห็นฉู่หร่าน รอยยิ้มนั้นก็ยิ่งกว้าง
ขึ้นอีก
“มอริส นี่คือฉู่ลั่วค่ะ”
มอริสเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ตอนนี้ผมจะมองเห็นปรมาจารย์ฉู่ได้
ยังไง ในเมื่อสายตาของผมมีแค่คุณ”
ฉู่หร่านหน้าแดง “คุณพูดอะไรคะเนี่ย! คนต่างชาติเขาพูดจา
เปิดเผยกันขนาดนี้เลยเหรอ!”
หล่อนพูดจบ ก็รีบบอกกับฉู่ลั่วว่า “ลั่วลั่ว ขอโทษด้วยนะ! เมื่อกี้
มอร์ริสอยากเจอเธอมากจริง ๆ ฉันคิดไม่ถึงเลยว่า…”
หล่อนทำหน้าเกรงอกเกรงใจ แต่ในดวงตากลับมีความลำพองอยู่
หลายส่วน
ฉู่ลั่วมองมอริสที่ในดวงตามีแค่ฉู่หร่านเท่านั้น ก่อนจะมองฉู่ห
ร่านที่กำลังได้ใจ
เธอเลิกคิ้วขึ้น “คุณสตีฟมีสถานการณ์ในบ้านอะไรที่อยากจะเล่า
ให้ฟังไหมคะ?”
มอริสส่ายหน้า “ไม่มีครับ! คุณมีอะไรอยากถาม ก็ไปถามพ่อแม่
ของผมได้เลย!”
พูดจบ เขาก็มองฉู่หร่านด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูคนสวยคนนี้
ต้องการให้ผมช่วยเหลืออะไรไหมครับ?”
ฉู่หร่านกำลังจะเอ่ยปาก ฉู่ลั่วก็เข้ามาคว้าแขนหล่อนเสียก่อน
พลางเอ่ยด้วยน้าเสียงจริงจัง “รู้ไหมว่าตัวเองทำอะไรอยู่? ครอบครัว
ของพวกเขาถูกพลังหยินตามหลอกหลอน จะให้เขามาอยู่ใกล้อีก
เหรอ”
ไม่รอให้ฉู่หร่านพูด มอริสก็คว้าแขนฉู่ลั่วออกด้วยความโกรธ
แล้วดึงออกไป “นี่เป็นความต้องการของผม ผมยินดีช่วยเหลือ
คุณหนูคนสวยคนนี้”
เขาขวางหน้าฉู่หร่านไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ
ฉู่ลั่วปล่อยมือพร้อมสีหน้าก็กลับมาเป็นปกติแล้ว เธอพยักหน้า
เล็กน้อย “ทราบแล้วค่ะ”
ฉู่หร่านดึงชายเสื้อของมอริสเบา ๆ “มอริส คุณอย่าโกรธเลยนะ
คะ ลั่วลั่ว… ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ฉันชินมานานแล้วล่ะ”
มอริสปลอบหล่อนอย่างปวดใจ
[ว้าว! หร่านหร่านของพวกเราคู่จิ้นสาธารณะจริง ๆ แค่อยู่กับ
หนุ่มหล่อ ก็กลายเป็นคู่จิ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ]
[นี่มันคู่จิ้นเทพสร้างอะไรกันเนี่ย!]
[ฉันจิ้นแล้วนะ!]
[ฉู่ลั่วน่าเบื่อเกินไปแล้ว!]
[เธออิจฉาไงล่ะ! อิจฉาที่หร่านหร่านของพวกเราเป็นที่ชื่นชอบ
ของคนอื่นได้ง่าย ๆ]
[เหอะ ๆ ๆ ความอิจฉาทำให้ความร้ายกาจที่แท้จริงเผยออกมา]