เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 953 เอวา
ฉู่ลั่วสังเกตครอบครัวนี้จากไกล ๆ แต่ไม่พบความผิดปกติ
ทีมงานรายการพาพวกเขาไปเยี่ยมชมบ้านของครอบครัวสตีฟ
ทีมที่แพ้จะอยู่ภายใต้การนำของจี้ไจ่ และคืนนี้ต้องนอนค้างที่บ้านของ
ครอบครัวสตีฟหนึ่งคืน
ฉู่ลั่วมอบยันต์ให้พวกเขาคนละแผ่น
เย่อวิ๋นชูแอบตามหลังมาด้วยท่าทางเขินอาย จนกระทั่งไปส่งฉู่ลั่ว
ถึงที่รถ หล่อนถึงได้ดึงชายแขนเสื้อของฉู่ลั่วเบา ๆ
“พี่ลั่ว ให้ยันต์ฉันเพิ่มอีกสักแผ่นได้ไหมคะ?”
เธอมองฉู่ลั่วท่าทางน่าสงสาร
“ทำไมล่ะ”
“จะเพราะอะไรได้อีกล่ะคะ!” ทันทีที่ได้ยินคำถามของฉู่ลั่ว เย่อวิ๋น
ชูก็ตื่นตระหนก “ก็เพราะเพื่อนร่วมทีมของฉันนั่นแหละค่ะ! พี่ลั่ว คุณ
ลองคิดดูนะคะ รายการในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา…”
“เวลามีพวกเขาสองคนเป็นเพื่อนร่วมทีม เคยมีผลลัพธ์ที่ดีไหม
คะ?”
“ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้ที่หยินแข็งแกร่งมากด้วย!”
เย่อวิ๋นชูหยิบยันต์อีกแผ่นที่ได้มาเพิ่ม แล้วใส่ลงไปในกระเป๋าที่
อยู่ด้านในเสื้อผ้าของตนเองด้วยความระมัดระวัง
ตั้งแต่เธอแพ้ และรู้ว่าเพื่อนร่วมทีมของตนเองคือฉู่หร่านกับฝาง
ไคจี้ เธอก็เปลี่ยนมาสวมชุดกีฬาทันที
นี่เป็นชุดเดียวของเธอ ที่ด้านในเสื้อผ้ายังมีกระเป๋าอยู่ด้านใน
ทีมของผู้ชนะกลับไปที่โรงแรม
ฉู่ลั่วกลับมาที่โรงแรมเพื่อหารือเกี่ยวกับกำหนดการในขั้นตอน
ต่อไป ก่อนจะถูกทีมงานเชิญลงมาข้างล่าง
“ปรมาจารย์ฉู่ คือว่า… เอ็กซอร์ซิสต์เอวามาถึงแล้วครับ เธอบอก
ว่าอยากพบคุณ”
ทีมงานเตือนอย่างมีน้าใจว่า “ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้มาด้วย
เจตนาดีนะครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ”
หลังจากถึงที่พวกเฉียวโจวใช้ทำงาน เมื่อเดินเข้าไป สายตาของ
ฉู่ลั่วก็ตกอยู่ที่ผู้หญิงสวมชุดเดรสยาวสีดำ ผมสีแดงเข้มคนนั้น
บนตัวเธอมีเครื่องประดับโลหะแบบต่าง ๆ ห้อยอยู่ แต่ที่เห็นได้ชัด
เลยก็คือจิวที่ปาก
เธอแต่งหน้าหนาเกินจริง จนมองใบหน้าที่แท้จริงไม่ออก
ตอนที่ฉู่ลั่วกำลังมองเอวาอย่างพิจารณา เอวาก็มองฉู่ลั่วเช่นกัน
ทีมงานที่อยู่รอบ ๆ มองพวกเขาทั้งสองคนด้วยความระมัดระวัง
หางเจียซิ่นเสียงที่เบาที่สุดกระซิบว่า “เมื่อกี้เอ็กซอร์ซิสต์เอวา
ไม่ได้วางท่าสูงส่งอะไรเลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนเห็นพี่ลั่ว สีหน้าถึง
ได้เปลี่ยนไปเลย”
ฝานจื้อส่ายหน้า “ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นการลองเชิงของยอด
ฝีมือล่ะมั้ง!”
ฉู่ลั่วกับเอวาต่างฝ่ายต่างไม่พูด พวกเขาเพียงแค่มองอีกฝ่ายให้
ละเอียด
จนกระทั่งเอวายิ้มออกมา เธอพูดด้วยภาษาจีนกลางที่
คล่องแคล่วว่า “สวัสดีค่ะ! ฉันคือเอวา อาเมีย!”
“คุณเรียกฉันว่าเอวาก็ได้ค่ะ!”
“ฉันเรียกคุณว่าฉู่ลั่วตรง ๆ ได้ไหมคะ?”
“ได้ค่ะ”
ทั้งสองคนจับมือกัน
กล้องจับภาพไปที่มือของทั้งสองคน นี่ทำให้ผู้ชมในช่องไลฟ์
สตรีมผิดหวังเป็นอย่างมาก
[ตอนแรกฉันอยากเห็นปรมาจารย์ทั้งสองคนแข่งกัน คิดไม่ถึงว่า
จะเข้ากันได้ดีขนาดนี้!]
[นี่… แค่นี้เองเหรอ ไม่มีคนตีกัน ไม่มีดราม่าอะไรเลย?]
[คิดไม่ถึงว่าภาษาจีนของเอ็กซอร์ซิสต์เอวาจะดีขนาดนี้?]
[ไม่หรอกมั้ง! ภาษาจีนนี่… เก่งจนฉันชักจะสงสัยในสัญชาติของ
เธอแล้วสิ]
ในช่องไลฟ์สตรีมทะเลาะกันไม่หยุด แต่เอวากลับจับมือของฉู่ลั่ว
ท่าทางสนิทสนม ทั้งยังดึงเธอมาตรงหน้าจอมอนิเตอร์ ชี้ให้ดูคน
หลายคนบนจอพลางถามว่า “คุณคิดว่าวันนี้พวกเขาจะเอาตัวรอดไป
ได้ไหมคะ?”
ในวิดีโอ พวกฉู่หร่านยังคงเดินเล่นอยู่ในคฤหาสน์
ฉู่ลั่วเอ่ย “อาคารนี้มีพลังหยินกดข่มผู้คน แต่ไม่มีวิญญาณชั่ว
ร้าย เป็นเพราะคุณสะกดเอาไว้แล้ว ใช่ไหมคะ?”
ก่อนจะเจอกับเอวา เจ้านิกายยังแค่สงสัย
แต่หลังจากได้เจอกันแล้ว เธอก็มั่นใจ
เอวาหัวเราะร่า หล่อนกะพริบตาท่าทางเกินจริง “สมกับเป็นเมฆ
ใสเฝ้ามองตะวัน เก่งมาก!”
“แล้ว… คุณคิดว่าพวกเขาจะเอาตัวรอดผ่านคืนนี้ไปได้ไหม?”
ฉู่ลั่วจ้องมองหน้าจอมอนิเตอร์ “ไม่ค่ะ”
เอวาเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา “คุณคิดว่าฉันจะสะกดพวก
เขาไม่อยู่เหรอคะ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า จากนั้นก็ส่ายหน้า “ไม่ใช่การสะกดของคุณหรอก
ค่ะที่เป็นปัญหา”
เอวาขมวดคิ้ว “การสะกดของฉันแข็งแกร่งมาก ไม่มีทางมีปัญหา
แน่นอน ขอแค่การสะกดไม่เกิดปัญหา แล้วจะมีอะไรมาทำร้ายพวก
เขาได้อีกเหรอคะ?”
สีหน้าของหางเจียซิ่น ฝานจื้อและเหยียนอันอี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ทั้งสามคนมองไปในคลิปวิดีโอพร้อมกัน สายตาจับจ้องไปที่ฉู่ห
ร่านกับฝางไคจี้
ถ้าพูดออกไป อาจจะไม่มีใครเชื่อ
เอ็กซอร์ซิสต์เอวาไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่อง
แต่พวกเขารู้!
แถมพูดไม่ได้ด้วย!