เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 957 ท าลายอักขระ
เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ
เย่อวิ๋นชูทนไม่ไหว ขดตัวนอนหลับบนโซฟาไปแล้ว
ฝางไคจี้ก็นอนพิงเก้าอี้หลับไปเช่นกัน
ฉู่หร่านกับมอริสนั่งอยู่ด้านหน้าโต๊ะอาหารให้ห้องรับแขก และ
ยังคงไลฟ์สตรีมอยู่
หล่อนถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “น่าเบื่อจังเลย!”
มอริสมองห้องรับแขกที่เงียบสงบ จึงถามขึ้นมาว่า “ผมแอบพา
คุณไปที่อื่นดีไหม?”
ฉู่หร่านส่ายหน้า “ปรมาจารย์จี้ไจ่กำชับเอาไว้แล้วค่ะ ว่าไม่ให้
พวกเราไปไหนตามใจชอบ”
“ถ้าอย่างนั้น…”
มอริสมองไปรอบ ๆ ก่อนจะมองตามสายตาของฉู่หร่านไป
พลันเห็นอักขระที่อยู่บนกำแพง
ถึงฉู่หร่านจะไม่พูดอะไรออกมาสักคำ แต่แววตากลับเผย
ความคิดที่อยู่ในใจออกมาจนหมด
มอริสกลืนน้าลาย “ถ้าอย่างนั้น… ผมทำลายอักขระแล้วกัน ยังไง
อักขระก็ไม่มีประโยชน์…”
“แบบนี้ไม่ค่อยดีนะคะ!”
“ไม่มีอะไรไม่ดีหรอก! ยังไงมันก็เป็นแค่อักขระไร้ประโยชน์ แค่ทำ
ให้คนสวยยิ้มได้ ก็เป็นเกียรติของผมแล้ว”
พูดจบ เขาก็เดินตรงเข้าไปหาอักขระ
ฉู่หร่านเดินตามไปอย่างระมัดระวัง พลางพูดเสียงเบาที่สุด “แบบ
นี้ไม่ค่อยดีนะคะ! ถ้าถูกปรมาจารย์จี้ไจ่เห็นเข้า เขาต้องโกรธแน่”
“อักขระไร้ประโยชน์ เก็บไว้ก็ไม่มีความหมายอะไรหรอก”
ฉู่หร่านมีน้าเสียงลังเล “ไม่ดีมั้งคะ! ไม่แน่ว่าปรมาจารย์จี้ไจ่อาจจะ
ว่าฉันได้ อีกอย่าง…”
เธอกดเสียงต่าลง ย้าว่า “ลั่วลั่วก็จะโกรธด้วย เวลาที่เธอโกรธก็
โทษว่าเป็นความผิดของฉัน”
“มอริส ช่างมันเถอะค่ะ! พวกเราอย่าทำเลย!”
แค่ได้ยินว่าฉู่ลั่วจะโทษฉู่หร่าน สีหน้าของมอริสก็เปลี่ยนไป เขา
หัวเราะอย่างเย็นชา “ผมจะทำ ถ้าเธอกล้ารังแกหรือโทษคุณ ผมจะ
ออกรับแทนเอง”
พูดจบ มอริสก็หยิบมีดปอกผลไม้ที่วางไว้ด้านข้างขึ้นมากรีด
ปลายนิ้วตัวเองเล็กน้อย “เอวาคนนั้นบอกว่า ต้องใช้เลือดของผม
เท่านั้น ถึงจะทำลายอักขระนี้ได้”
เขาใช้ฝ่ามือที่มีเลือดติดอยู่ทาบลงบนอักขระ จนกระทั่งเลือด
เปื้อนทั่วทั้งอักขระ
เลือดเปื้อนบนอักขระ ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังเปรี๊ยะ ดูเหมือน
อักขระจะถูกเลือดกัดกร่อน
อักขระหลายเป็นของเหลว ไหลลงมาตามผนัง
ฉู่หร่านมองภาพนี้ด้วยความตกใจพร้อมร้องอุทานออกมา
“กรี๊ดด ทำไมถึงเป็นแบบนี้”
จี้ไจ่ลืมตาขึ้นมาอย่างแรง “เกิดอะไรขึ้น?”
ภายในห้องเต็มไปด้วยพลังหยินกดดันผู้คนทันที
เย่อวิ๋นชูก็ตกใจตื่น ห้องรับแขกที่แต่เดิมเงียบสนิท ตอนนี้กลับ
เย็นยะเยือกขึ้นมาหลายส่วน
หล่อนเดินไปหาฉู่หร่านตามสัฐชาติญาณ ก็เห็นฉู่หร่านกับมอ
ริสยืนอยู่หน้าอักขระ
เย่อวิ๋นชูรู้สึกภาพตรงหน้าดำมืด จนแทบจะเป็นลมล้มลงไปแล้ว
“บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอย่าไปแตะต้องอักขระน่ะ!”
“ทำไมพวกคุณถึงไม่ฟัง?”
“ปรมาจารย์จี้ไจ่คะ ตอนนี้จะทำยังไงดี?!”
เงาสีดำลอยผ่านนอกหน้าต่างเป็นครั้งคราว
จี้ไจ่กวาดตามองด้วยสายตาเย็นชา “พลังหยินรุนแรงเกินไป
พวกคุณ…”
ยังไม่ทันพูดจบ หน้าต่าง โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา จาน ถ้วยชามภายใน
ห้อง… ต่างก็สั่นสะเทือนและแตกร้าวขึ้นมา
“กรี๊ด!”
ทั่วทั้งคฤหาสน์ ราวกับมีชีวิต
ของทุกอย่างลอยเข้ามาหาพวกเขาทุกคน
จี้ไจ่หยิบกระบี่ดอกท้อออกมา มือหนึ่งก็หยิบยันต์ขึ้นมาปึกหนึ่ง
ก่อนโยนขึ้นไปกลางอากาศ อักขระจากยันต์ขวางหน้าเย่อวิ๋นชูกับ
ฝางไคจี้เอาไว้ เพื่อปกป้องทั้งสองคน
“ปรมาจารย์จี้ไจ่ ช่วยฉันด้วยค่ะ!”
ฉู่หร่านร้องเรียกด้วยความเจ็บปวด
เมื่อหันไปมองก็เห็นมอริสกำลังใช้มือข้างหนึ่งบีบคอฉู่หร่าน แล้ว
กดหล่อนลงบนพื้น
ดวงตาของมอริสเป็นสีแดง แยกเขี้ยวยิงฟัน มีจิตมุ่งร้ายแผ่
ออกมาทั่วทั้งตัว
จี้ไจ่ “…”
“หร่านหร่าน!” ฝางไคจี้ร้องเรียกด้วยน้าเสียงเจ็บปวด เขาจะพุ่ง
เข้าไป
แต่ถูกปรมาจารย์หนุ่มคว้าแขนเอาไว้ก่อน “คุณเข้าไปตอนนี้ ก็
เท่ากับไปตาย ผมไปเอง…”
เขาส่งพลังวิญญาณไปที่กระบี่ดอกท้อ ทันใดนั้นมันก็เปล่งแสงสี
แดงจาง ๆ ออกมา
เขาใช้กระบี่ดอกท้อเปิดทางเปิดเส้นทางที่ไม่เล็กไม่ใหญ่สายหนึ่ง
ขึ้นมา
ก่อนรีบวิ่งไปตรงหน้าฉู่หร่านกับมอริส ฟาดฟันกระบี่ใส่ฝ่ายชาย
ที่กำลังบ้าคลั่ง แล้วดึงฉู่หร่านออกมา
แต่หล่อนกลับดึงชายแขนเสื้อเขา “ปรมาจารย์จี้ไจ่ คุณช่วยมอ
ริสด้วยนะคะ! ทำไมจู่ ๆ เขาถึงกลายเป็นแบบนี้? เขาถูกสิงหรือเปล่า
คะ!”
จี้ไจ่เม้มปาก กัดฟัน “ผมต้องรับรองความปลอดภัยของคุณก่อน
ค่อยไปช่วยเขา คุณวางใจ เขาไม่เป็นอะไรหรอก”
“แต่ว่า…”
ฉู่หร่านมองมอริสด้วยสีหน้าเจ็บปวด “แต่ฉันกับมอริสเป็นเพื่อน
กันนะคะ! ฉันปล่อยเขาไว้โดยที่ไม่สนใจไม่ได้หรอกค่ะ!”
“ปรมาจารย์จี้ไจ่ ขอร้องล่ะ ช่วยเขาด้วยนะคะ! ช่วยเขาได้ไหม
คะ?”
จี้ไจ่ “…”
เขาคว้าข้อมือของฉู่หร่านโดยไม่ได้สนใจเธอ แต่ลากเธอเดิน
เข้าไปกลางอาณาเขตยันต์
“คุณจะทำอะไร?!”
ฝางไคจี้ร้องตะโกนเสียงดัง ก่อนจะพุ่งเข้ามา