เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 959 ถูกช่วยไว้แล้ว
ฝางไคจี้คว้าแขนฉู่หร่านไว้ “ได้ พี่จะไปกับเธอด้วย”
ขณะที่พูด เขากลับเห็นว่าฉู่หร่านยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม จึงมองตาม
สายตาของหล่อนไป
เห็นว่าบนต้นไม้ที่ห่างออกไปไม่ไกล มีมอริสกำลังนอนอยู่บน
ต้นไม้ด้วยท่าทางประหลาด เขาเอียงศีรษะ จ้องมองมาที่พวกเขาด้วย
แววตาชั่วร้าย
ฉู่หร่านชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะโบกมือให้มอริส “มอริส คุณไม่
ต้องกลัว! พวกเราจะไปตามคนมาช่วยคุณเดี๋ยวนี้!”
พูดจบ หล่อนก็จะวิ่งต่อไปข้างหน้า
แต่วิ่งไปได้นิดเดียว มอริสก็พุ่งเข้ามาหาหล่อน
เขาตะครุบฉู่หร่านลงไปบนพื้น มือสองข้างคว้าคอฉู่หร่านทันที
ผัวะ!
ฝางไคจี้หยิบท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่มอริส
อีกฝ่ายหันหน้ามามองเขาด้วยสายตาดุร้าย
แต่ก็ถูฏฝางไคจี้ใช้ไม้ฟาดลงไปอีกครั้ง พร้อมกับพูดเสียงสั่น
“แน่จริงก็มาเจอกับฉันสิ รังแกผู้หญิงคนหนึ่งจะมีประโยชน์อะไร!”
“เข้ามาสิวะ!”
เขาโบกท่อนไม้ไปพลางตะโกนท้าทาย
จนดึงดูดความสนใจของมอริสได้แล้ว อีกฝ่ายปล่อยฉู่หร่าน และ
พุ่งเข้ามาหาฝางไคจี้แทน
ฝางไคจี้หันหลังวิ่งพร้อมร้องตะโกนไปด้วย “หร่านหร่าน! เธอรีบ
กลับเข้าไปในค่ายกลที่ปรมาจารย์จี้ไจ่วาดไว้ซะ!”
“ไม่ค่ะ!” ฉู่หร่านโคลกไอก่อนจะลุกขึ้นมา “พี่ไคจี้ ฉันจะไปหาลั่ว
ลั่วเดี๋ยวนี้เลย! ลั่วลั่วต้องช่วยมอริสได้แน่ ต้องทำให้เขากลับมาเป็น
ปกติได้แน่นอนค่ะ”
หล่อนไม่สนใจเสียงตะโกนของอีกฝ่าย แต่รีบวิ่งไปยังคฤหาสน์
ใกล้ ๆ อีกหลัง
ปึง ปึง ปึง!
ทันทีที่เข้าไปได้ เธอก็เคาะประตูเสียงดัง
พอทีมงานเปิดประตูก็ถูกฉู่หร่านผลักให้พ้นทาง ก่อนที่หล่อนจะ
วิ่งเข้าไปข้างใน
อุปกรณ์ถ่ายทำภายในห้องยังทำงานอยู่ พวกหางเจียซิ่นก็ยังยืน
อยู่ที่นั่น
ฉู่ลั่วยืนอยู่ตรงหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ กำลังพูดคุยกับเอวา
“ลั่วลั่ว!” ฉู่หร่านวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ส่งเสียงดังดึงตัง ก่อนที่
หล่อนจะคุกเข่าลงบนพื้นทั้งน้าตา “ลั่วลั่ว ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเราจะ
มีบุญคุณความแค้นอะไรกัน แต่ตอนนี้ฉันขอร้องล่ะ เธอไปช่วยมอริส
หน่อยเถอะนะ!”
“ตอนนี้มอริสกลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว!”
“ขอแค่เธอช่วยมอริสได้ ให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
“ฉันรู้ว่าก่อนหน้านี้พวกเรามีบุความแค้นต่อกัน แต่เธอจะเห็นคน
เดือดร้อนแล้วไม่ช่วยไม่ได้นะ!”
ฉู่ลั่วกำลังจะพูด แต่ถูกฉู่หร่านพูดแทรกก่อน “อีกอย่าง ตอนนี้
มอริสกำลังจะทำร้ายพี่ไคจี้แล้ว! พี่ไคจี้กับพวกเราถ่ายรายการมา
ด้วยกันตั้งหลายตอน เธอจะไม่ช่วยเขาเหรอลั่วลั่ว?”
หางเจียซิ่นเดินเข้ามา พูดเตือนสติหล่อนเสียงเบาว่า “พี่หร่านห
ร่าน! ตอนนี้กำลังไลฟ์สตรีมอยู่นะครับ!”
“ฉันรู้ว่ากำลังไลฟ์สตรีม! แล้วมันยังไงล่ะ? หรือเพราะกำลังไลฟ์
สตรีม ก็เลยไม่ยอมช่วยคนหรอ” หล่อนคลานเข่าไปหยุดตรงหน้า
ฉู่ลั่ว พร้อมทั้งจับชายกระโปรงอีกฝ่ายไว้ “ลั่วลั่ว ขอร้องล่ะ…”
“ฮือ ๆ เธอต้องให้ฉันทำยังไงถึงจะยอมช่วยพวกเขา?”
ฉู่ลั่วนั่งไขว่ห้าง “ฉันช่วยพวกเขาเสร็จแล้ว”
ฉู่หร่านที่เตรียมจะร้องไห้ต่อ “…”
น้าตาของหล่อนค้างอยู่ที่ปลายหางตา เหมือนจะไหลแต่ก็ไม่ไหล
สีหน้ายังคงแข็งค้าง
หางเจียซิ่นชี้ไปที่หน้าจอใหญ่ “พี่ลั่วลงมือไปแล้วครับ ทั้งมอริส
กับพี่ไคจี้ถูกช่วยเอาไว้หมดแล้ว”
“…ตั้งแต่ตอนที่พี่หร่านหร่านพุ่งเข้ามาคุกเข่านั่นแหละครับ!”
ในหน้าจอใหญ่ ซู่เซี่ยงหยางกำลังดึงเย่อวิ๋นชูออกมาด้วยมือ
เดียว มืออีกข้างหนึ่งก็ลากฝางไคจี้ เพื่อพาทั้งสองคนอออกมาจาก
คฤหาสน์
“มอริสล่ะ” ฉู่หร่านมองสำรวจในหน้าจอใหญ่อีกครั้ง “มอริสไป
ไหนแล้ว?”
ไม่มีใครตอบ
หล่อนร้อนใจมาก ถึงกับพุ่งไปตรงหน้าฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว เธอช่วยแค่พี่
ไคจี้เหรอ เธอไม่ได้ช่วยมอริสด้วยเหรอ?”
“ทำไมถึงไม่ช่วยมอริส หรือเป็นเพราะคำพูดที่มอริสพูดกับเธอใน
รายการ เพราะเขาสนใจฉัน เธอเลยไม่ช่วยเขาใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วเชิดหน้า เหลือบมองฉู่หร่านด้วยแววตาเรียบเฉย “ถ้าแค่
เพราะถูกต่อว่าไม่กี่ครั้ง เลยไม่ช่วยเขา แล้วทำไมฉันถึงช่วยฝางไคจี้”
“เขาไม่ได้พุ่งเป้าฉันมากกว่าหรอกเหรอ?”
ฉู่หร่าน “…”