เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 990 แล้วพี่ใหญ่จะโกรธไหม (รีไรต์)
เห็นพวกเธอสองแม่ลูกคืนดีกัน ฉู่เหว่ยฮ่าวก็ถอนหายใจด้วย
ความโล่งอก
“ฉันคิดว่าพวกเธอจะทะเลาะกันซะอีก”
“ไม่ทะเลาะกันก็ดีแล้ว”
ระหว่างพูดคุย เสียงกริ่งที่ประตูก็ดังขึ้น
ฉู่เหว่ยฮ่าวเดินไปข้างนอก พลางบอกไปด้วยว่า “ต้องเป็นพี่ใหญ่
ของลูกแน่เลย พอได้ยินว่าแม่จะมาเอาเรื่องลูก ก็กระวนกระวายใจ
มาก”
ประตูเปิดออก คนที่อยู่ข้างนอกคือฉู่เหิงจริง ๆ
เขามีสีหน้ารีบร้อน หน้าผากมีแต่เหงื่อ “แม่ล่ะครับ?”
ฉู่เหว่ยฮ่าวเผยสีหน้าผ่อนคลาย พยักพเยิดไปที่ห้องรับแขก “อยู่
ข้างใน สองแม่ลูกคืนดีกันแล้ว…”
“พวกเราคิดว่าพวกเธอจะทะเลาะกัน แต่โชคดีที่คุยกันเข้าใจ ดี
แล้วล่ะ”
ฉู้เหิงชะงักไปเล็กน้อย “คืนดีกันแล้ว?”
เขาเดินเข้าไปในห้องรับแขกก็เห็นซ่งเชียนหย่ากอดฉู่หร่านไว้
ในอ้อมแขน
ฉู่หร่านเอ่ยทักทายเขา “สวัสดีค่ะพี่ใหญ่!”
เสียงหวานจนเลี่ยน แต่แววตากลับเย็นเยียบราวกับน้าค้างแข็ง
แต่เพียงครู่เดียว สายตาเย็นชาเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตา
บริสุทธิ์ไร้เดียงสา
ฉู่เหิงอารมณ์ดิ่งวูบ “แม่ครับ… แม่ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ!”
ซ่งเชียนหย่าพูดอย่างอารมณ์ไม่ดี “แม่จะเป็นอะไร? ไม่ต้องห่วง
แม่คุยกับน้องสาวของลูกชัดเจนแล้ว”
“เธอก็อธิบายให้ฟังแล้ว ว่าเป็นเพราะอิจฉาลั่วลั่วเลยจ้างหน้าม้า
มา ลูกว่านิสัยเด็กน้อยไหมล่ะ ถูกพวกเราตามใจจนเสียคนแล้ว”
พูดจบ แม่ยังจิ้มหน้าผากของฉู่หร่านเบา ๆ อย่างเอ็นดู
“เป็นเจ้าหญิงน้อยจริง ๆ นะ ใครก็ยุ่งกับลูกไม่ได้เลย”
“ก็หนูเป็นเจ้าหญิงของตระกูลฉู่นี่คะ ใครก็มายุ่งกับหนูไม่ได้”
ฉู่หร่านซบไหล่ซ่งเชียนหย่า สายตาจ้องไปที่ฉู่เหิง แล้วย้าอีกรอบ
“ใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น…”
“…” ฉู่เหิงสบตาฉู่หร่าน ผ่านไปสักพักจึงละสายตากลับมา เขา
เดินไปข้างหน้าแล้วคว้าแขนของซ่งเชียนหย่า “แม่ครับ อาจ้านเชิญ
ปรมาจารย์คนใหม่มาแล้ว พวกเราไปดูกันเถอะครับ!”
เมื่อพูดถึงฉู่จ้าน ซ่งเชียนหย่าก็เผยสีหน้ากังวล “เข้าใจแล้ว พวก
เรารีบไปกันเถอะ ขาเขาสำคัญมาก ”
ฉู่เหิงจับดึงแขนพ่อกับแม่ พาออกไปจากคอนโด
ฉู่หร่านเดินตามมาถามด้วยใบหน้ากังวล “เรื่องของพี่สามสำคัญ
มาก หนูไปด้วยดีไหมคะ?”
ฉู่เหิงหันกลับมาเหยียดยิ้ม “ไม่ต้องหรอก ช่วงนี้หร่านหร่านยุ่ง
กับการถ่ายทำ คงเหนื่อยมามากแล้ว ถ้าอาจ้านรู้ คงอยากให้เธอ
พักผ่อนอยู่ที่บ้านแน่นอน ไม่อยากให้เธอเหนื่อยเพราะเรื่องเล็ก ๆ
ของเขาหรอก”
“อ๋อ เหรอคะ” ฉู่หร่านเอนตัวพิงกรอบประตู กำลังมองดูเล็บสวย
ที่เพิ่งทำมาใหม่ของตนเอง “หนูไม่ไป พี่สามจะไม่โกรธเหรอคะ?”
“ไม่หรอก”
“แล้วพี่ใหญ่จะโกรธไหมคะ?”
“…” ฉู่เหิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “ไม่หรอก!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ!”
“พี่ใหญ่ก็พาคุณพ่อกับคุณแม่ไปหาพี่สามดี ๆ นะคะ” ฉู่หร่าน
เงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบสายตาคู่กรณี “ใช่แล้ว พี่ใหญ่ก็ต้องดูแลตัวเอง
ให้ดีด้วยนะคะ! ถ้าพี่ใหญ่เป็นอะไรไป หร่านหร่านต้องเสียใจแน่เลย”
ฉู่เหิงแค่นเสียงไร้อารมณ์ “…เธอเองก็ดูแลตัวเองให้ดีล่ะ ถ้าเกิด
อะไรขึ้นกับเธอ พี่ใหญ่คงเสียใจเหมือนกัน”
“พี่ใหญ่ดีที่สุดเลยค่ะ”
รอจนกระทั่งฉู่เหิงพาซ่งเชียนหย่ากับฉู่เหว่ยฮ่าวขึ้นไปบนรถ
แล้วขับออกไป
เมื่อเห็นรถขับออกไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่หร่านก็
หายไปทันที
หล่อนหันหลังเดินกลับเข้าไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดัง เดิน
ทอดน่องไปที่ห้องรับแขก แล้วหยิบเอกสารที่วางกระจัดกระจายอยู่บน
โต๊ะมาอ่าน
จากนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะเยาะ พร้อมกับโยนเอกสารพวกนั้นลงถัง
ขยะ!
…
ฉู่เหิงหน้าเครียดไม่พูดไม่จามาตลอดทาง หลังจากมาส่งซ่งเชียน
หย่ากับฉู่เหว่ยฮ่าวที่โรงพยาบาลแล้ว และพาพวกเขาไปส่งให้ฉู่จ้าน
เขาก็รีบเดินมาที่บรรไดหนีไฟ
พอไม่มีคน เขาก็พ่อลมหายใจอย่างหนักเพื่อระบายความอัดอั้น
ตันใจ
ฉู่เหิงนึกถึงแววตาของฉู่หร่านไม่หยุด
เย็นชา
หยิ่งผยอง
เหยียดหยาม
ภาคภูมิใจ
หล่อนเล่นกับความรู้สึกของพวกเขา …ทำเหมือนกำลังเล่นกับ
ตุ๊กตา
ฉู้เหิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาด้วยมือสั่นเทา เขาโทรไปหา
ฉู่ลั่วแล้วเล่าสถานการณ์ให้ฟังอีกครั้ง
“เธอคงรู้แล้วสินะ”
ฉู่ลั่วยืนอยู่ตรงหน้าต่าง มองคนข้างล่างที่ตัวเล็กเหมือนมด “ไม่
ต้องตื่นตระหนกไปค่ะ ถ้าเธอมีวิธีจัดการกับพวกคุณจริง ๆ ก็คงไม่เส
แสร้งมาตลอดแบบนี้”
ได้ยินน้าเสียงสงบของฉู่ลั่ว อารมณ์สับสนวุ่นวายของฉู่เหิง ก็
ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ “แต่ว่าก่อนหน้านี้แม่… แต่หลังจากวันนี้ ก็
กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว”
ฉู่ลั่วเอ่ย “เข้าใจแล้วค่ะ รอให้หนูจัดการเรื่องทางนี้เสร็จก่อน หนู
จะกลับไปดู”
“อืม” ฉู่เหิงได้ยินเสียงดังวุ่นวายมาจากทางฝั่งของน้องสาวตัว
จริง “เธอดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าหักโหมเกินไปล่ะ”
“ค่ะ”