เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 989 แม่ลูกคืนดีกัน (รีไรต์)
ซ่งเชียนหย่าบุกมาถึงหน้าคอนโดอย่างเดือดดาล
เพราะตระกูลหลินก็อยู่ที่ประเทศอี ก่อนหน้านี้พวกเขากังวลว่า
หลังจากฉู่หร่านแต่งงานเข้าตระกูลหลินจะถูกรังแก จึงซื้อคอนโดที่
ประเทศอีเอาไว้ภายใต้ชื่อของฉู่หร่าน
หลังจากถ่ายรายการจบแล้ว หล่อนก็มาพักอยู่ที่นี่
ซ่งเชียนหย่ากดกริ่งหน้าประตู แต่ไม่มีคนตอบรับ เธอจึงหยิบ
กุญแจสำรองออกมาเปิดเข้าไป
หลังจากซื้อคอนโดนี้ ฉู่หร่านก็เป็นคนจัดการเรื่องการตกแต่ง
ทั้งหมดเอง พวกเขาไม่ได้ยื่นมือเข้ามายุ่ง
นอกจากเห็นผ่านวิดีโอ นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เป็นแม่ได้เข้ามา
คอนโดตกแต่งหรูหราสไตล์ยุโรป
ซ่งเชียนหย่ามองกระโปรงที่ทิ้งไว้บนโซฟา กับรองเท้าที่ถูกโยน
ไว้ลวก ๆ ก็ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย
เธอก้มลงไปเก็บกระโปรงกับรองเท้าไปวางไว้ให้เรียบร้อย
จากนั้นจึงวางกระเป๋าและเอกสารไว้ด้านข้าง ก่อนจะเดินสำรวจ
ภายในคอนโด
ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวางมาก ตอนนั้นเธอไม่อยากให้ฉู่หร่านเสียใจ
จึงเลือกทั้งทำเลและขนาดพื้นที่ที่ดีที่สุด
ซ่งเชียนหย่าเดินสำรวจไปรอบ ๆ ทันใดนั้นสายตาก็ตกอยู่ที่
ประตูห้องห้องหนึ่ง
การตกแต่งบานประตูบานนั้นแตกต่างออกไป
ประตูบานอื่นเป็นสีขาวสไตล์ยุโรป แต่มีบานหนึ่งที่เป็นสีดำ และ
รูปแบบก็ไม่ใช่สไตล์ยุโรป แต่เป็นแบบจีนโบราณ
ท่ามกลางการตกแต่งสไตล์ยุโรป มันจึงดูผิดปกติมาก
ซ่งเชียนหย่าเดินเข้าไปด้วยความสงสัย
จนกระทั่งเดินเข้าไปใกล้ถึงได้เห็น บนประตูสีดำบานนี้มีอักขระสี
แดงฉานเขียนอยู่เต็มไปหมด
หากไม่ใช่เพราะเคยเห็นยันต์ของฉู่ลั่ว เธอก็คงมองไม่ออกว่านี่
คืออักขระ
อักขระสีชาดบนประตูสีดำ มองจากไกลดูน่าขนลุกมาก
ซ่งเชียนหย่ารู้สึกกลัวขึ้นมา แค่ยืนอยู่หน้าประตูบานนี้ เธอก็
หายใจลำบากแล้ว
แกร๊ก
ซ่งเชียนหย่าเปิดประตูออก
ภายในห้องมืดสนิท แม้กระทั่งแสงไฟข้างนอกก็ดูเหมือนจะทะลุ
เข้ามาในบานประตูนี้ไม่ได้
เธอเอื้อมมือไปคลำไปบนกำแพง แต่คลำหาสวิตช์เปิดไฟไม่เจอ
ทำได้เพียงหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดไฟฉาย ภายในห้องมืดมิด
ถึงมีแสงสว่างขึ้นมา
เธอชูโทรศัพท์ขึ้นส่องไปทั่ว
ทันใดนั้น …เธอก็เห็นศีรษะมนุษย์ขนาดใหญ่
“กรี๊ด!”
ซ่งเชียนหย่าร้องอุทานออกมาเบา ๆ แต่พอมองดี ๆ ถึงเห็นว่า
เป็นรูปปั้นขนาดเท่าตัวจริงของฉู่หร่าน
เธอยกมือขึ้นมาลูบอกตัวเอง “หร่านหร่านทำห้องน่ากลัวขนาดนี้
แถมยังเอาของแบบนี้มาวางในห้อง ตกใจหมด”
ตอนที่กำลังจะออกไป แสงไฟฉายจากมือถือก็ไปที่หนึ่ง ซึ่งมีแสง
สีขาวปรากฏขึ้นมาเป็นแนวยาว
ซ่งเชียนหย่าเดินเข้าไป
ใต้รูปปั้นขนาดเท่าคนจริ มีกล่องหยกสีขาวแปดกล่องวางอยู่
แต่ละกล่องมียันต์แปะเอาไว้หนึ่งแผ่น และถูกมัดทับไว้ด้วยด้ายสี
แดง
ปลายด้ายแต่ละเส้น ผูกติดกับนิ้วโป้งเท้าของรูปปั้นฉู่หร่าน
กล่องหยกหนึ่งในนั้นเปิดออก ด้านในไม่มีอะไรวางอยู่บนผ้า
กำมะหยี่สีแดงแล้ว
เชือกแดงก็หลุดไปกองอยู่ด้านข้างแบบหลวม ๆ
ซ่งเชียนหย่า “…”
เธอหยิบกล่องหยกขาวขึ้นมาดู แต่ก็ไม่พบอะไรเลย
ขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องหยกขาวอีกใบที่อยู่ข้าง
กัน
ก็มีเสียงกระซิบแผ่วเบาดังมาจากข้างหลัง
“แม่… กำลังดูอะไรคะ?”
…
ฉู่เหว่ยฮ่าวรีบมาถึงหน้าคอนโดด้วยท่าทีร้อนรน แล้วกดกริ่งที่
หน้าประตูห้อง
ผ่านไปพักหนึ่ง ประตูก็เปิดออก
ฉู่หร่านทำหน้าสงสัย “พ่อคะ พ่อก็มาด้วยเหรอ”
“แม่ของลูกล่ะ?”
“แม่อยู่ข้างในค่ะ” ฉู่หร่านเบี่ยงตัวหลบ พลางทำหน้าเหมือนหมด
คำจะพูด “แม่บอกว่าหนูทำให้ห้องกลายเป็นบ้านหมาไปแล้ว หนูบอก
ไปแล้วนะคะว่าพอกลับจีน หนูจะจ้างคนมาทำความสะอาด”
“แต่แม่ก็บอกว่าจะต้องเก็บกวาดให้สะอาดเดี๋ยวนี้เลย!”
หล่อนเดินเข้าไปข้างในด้วยท่าทางไม่พอใจ
ฉู่เหว่ยฮ่าวเบิกตากว้างด้วยความงุนงง เมื่อเข้ามาในห้องรับแขก
ก็เห็นซ่งเชียนหย่าเทอาหารบนโต๊ะอาหารที่ทานไม่หมดลงในถุงขยะ
“แม่บอกลูกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ากินอาหารค้างคืน”
ฉู่หร่านออดอ้อนพลางถอนหายใจ “แม่คะ หนูรู้แล้ว”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “…”
ผู้เป็นพ่องงเป็นไก่ตาแตกเมื่อเห็นสองแม่ลูกคู่นี้ ได้แต่เดินเข้าไป
หาซ่งเชียนหย่าอย่างไม่เข้าใจ เขากระซิบถามว่า “คุณบอกว่าจะมา
เค้นถามหร่านหร่านว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของลั่วลั่วหรือเปล่าไม่ใช่
เหรอ?”
ซ่งเชียนหย่าไม่ได้คุมระดับเสียงเลย “ฉันถามแล้วค่ะ! หร่านห
ร่านบอกว่าเธอแค่อิจฉาลั่วลั่ว!”
“เด็กคนนี้นี่จริง ๆ เลย พวกลูกเป็นพี่น้องกันมีอะไรต้องอิจฉาอีก”
ฉู่หร่านทำเสียงไม่พอใจ เธอนั่งลงบนโซฟาอ่อนนุ่ม สองมือกอด
หมอนอิงเอาไว้ “หนูก็แค่อิจฉาเธอ ทุกคนเอาแต่พูดว่าลั่วลั่วสวย”
“บอกว่าลั่วลั่วเก่ง”
“พี่ใหญ่ก็เหมือนกัน ปกป้องแต่ลั่วลั่ว ยังมีพี่รองกับพี่สามอีก
หลังจากลั่วลั่วกลับมา ก็ไม่ดีกับหนูเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
“หนูก็เลยโกรธ… ก็เลยอิจฉาค่ะ”
ซ่งเชียนหย่าถอนหายใจอย่างจนปัญญา พลางเดินเข้าไปกอด
ฉู่หร่านไว้ในอ้อมแขน “ลูกนี่นะ! ไม่คิดบ้างเหรอว่า ลั่วลั่วต้องร่อนเร่
อยู่ข้างนอกมาตลอด พอเธอกลับมา พวกเราก็ต้องให้ความสำคัญ
กับเธอมากหน่อย ก็เป็นเรื่องปกติมากนะ”
ฉู่หร่านยังโกรธมาก “แต่แม่ก็ดุด่าหนูเพราะลั่วลั่วนี่คะ! ครั้งก่อน
หนูไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย…”
“ครั้งก่อนเป็นความผิดของแม่เอง แม่คิดว่าเกิดเรื่องขึ้นกับลั่วลั่ว
แล้วจริง ๆ ถึงได้โกรธ ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าไม่ใช่ความผิดของหร่านห
ร่าน”