เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 992 คุณหนูเอาแต่ใจ (รีไรต์)
ฉู่ลั่วกวาดตามองเช็กอีกครั้ง พลางเม้มริมฝีปากสีแดงระเรื่อแน่น
หรงอวี่ซีเห็นปรมาจารย์ขมวดคิ้ว ก็รีบรั้งแขนของเฮ่อเข่อเอ๋อร์
เอาไว้ แล้วดึงให้หล่อนนั่งลง
“ทำไมเธอถึงดูถูกท่านปรมาจารย์แบบนี้!”
“ท่านเป็นผู้บำเพ็ญนะ เธอรู้ไหมว่าท่านเก่งแค่ไหน?”
“ผู้บำเพ็ญไม่สนใจของแบบนี้หรอก ไม่มีทางถูกล่อลวงอยู่แล้ว”
เฮ่อเข่อเอ๋อร์ยกมือกอดอก หล่อนทำเสียงเย็นชา “เป็นไปไม่ได้!
บนโลกนี้ไม่มีใครไม่ชอบเงิน”
“หรือเป็นเพราะฉันยังให้ไม่มากพอเหรอ?”
หล่อนเงยหน้ามองฉู่ลั่ว พลางกัดริมฝีปากด้วยความโกรธ “เช็ก
สองใบนี้ก็เยอะแล้วนะ! หรือคุณยังอยากได้มากกว่านี้อีก… คุณ…”
“ต่อให้คุณเป็นปรมาจารย์ แต่คุณจะเรียกราคาสูงขนาดนี้ไม่ได้
นะ!”
ทุกคนรีบพากันห้ามเฮ่อเข่อเอ๋อร์
“ท่านปรมาจารย์อย่าโกรธเลยนะคะ เข่อเอ๋อร์เป็นคุณหนูเอาแต่
ใจ”
“เฮ่อเข่อเอ๋อร์ พวกเรามาขอให้ท่านปรมาจารย์ช่วยชีวิต แต่เธอ
กลับใช้เงินมาดูถูกท่านปรมาจารย์ได้ยังไง!”
“ทุกคนที่ยืนกันอยู่ตรงนี้ใครบ้างไม่มีเงิน! คิดว่าบ้านเธอมีเงินอยู่
บ้านเดียวเหรอ?”
“ใช้เงินฟาดหัวคนอื่นให้มันน้อย ๆ หน่อย!”
เฮ่อเข่อเอ๋อร์ยิ่งถูกตักเตือนก็ยิ่งโกรธ “แต่เธอเรียกราคาสูง
เกินไปนะ! ฉันคนเดียวก็ให้มากขนาดนี้แล้ว บวกกับของทุกคนไปอีก
เธอ… เงินที่เธอจะได้รับไปทั้งหมด มากกว่ามรดกที่ฉันจะได้รับใน
อนาคตซะอีก!”
พูดจบหล่อนก็มองฉู่ลั่วด้วยดวงตาแดงก่า
“ปรมาจารย์ที่ไหนใช้เงินซื้อได้เหรอยัยบ้า!?” เยว่ฝานถลึงตามอง
คุณหนูใหญ่เฮ่อ ก่อนยิ้มอย่างสุภาพแล้วยื่นมือไปหยิบเช็กสองใบที่
วางอยู่บนโต๊ะ “ปรมาจารย์ฉู่ ขอโทษด้วยนะคะ เข่อเอ๋อร์ผิดไปแล้ว
หล่อนไม่ควรใช้เงินมาดูถูกท่านปรมาจารย์…”
ปัง
มือของฉู่ลั่วกดเช็กสองใบนั้นลงกับโต๊ะ
“!?” ทุกคนต่างก็มองไปที่เธอ
เยว่ฝานยังคงโน้มตัวมามองปรมาจารย์สาวด้วยสายตางุนงง
ฉู่ลั่วเอ่ยเสียงเรียบ “เงินพวกนี้ฉันรับไว้ไม่ได้”
เหล่าคนรวยรุ่นสองมีสีหน้าผิดหวัง
“แต่ว่า… ฉันช่วยพวกคุณติดต่ออีกฝ่ายได้ พวกคุณไปเจอเธอ
โดยตรงเลยแล้วกัน”
“เงินนี่ พวกคุณให้เธอเถอะ”
ความยินดีในดวงตาของเยว่ฝาน “ขอบคุณท่านปรมาจารย์มาก
ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะท่านปรมาจารย์ พวกเราจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลย!”
หรงอวี่ซีปล่อยแขนเฮ่อเข่อเอ๋อร์ แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า
“เห็นแล้วใช่ไหม! ท่านปรมาจารย์ไม่ได้เห็นแก่เงิน ชอบเอาเงินฟาด
หัวคนอื่น คิดว่าศักดิ์ศรีทุกคนบนโลกมีค่าน้อยกว่าเงินเธอกันหมด
หรือไง?”
เฮ่อเข่อเอ๋อร์ยังคงทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ทุกคนได้รับข้อมูลมาแล้วจึงทยอยจากไป
เฮ่อเข่อเอ๋อร์เดินอยู่หลังสุด เอาแต่ก้มหน้ามองเช็กที่อยู่ในมือ
ของตัวเอง “คุณไม่เห็นแก่เงินจริงเหรอ? เงินเยอะขนาดนี้ คุณไม่ชอบ
เหรอ?”
ฉู่ลั่วก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้เอ่ยอะไร
ท่าทางของเฮ่อเข่อเอ๋อร์เปลี่ยนไป แต่ยังคงพูดอย่างดื้อรั้น “เส
แสร้งให้น้อย ๆ หน่อยเถอะ! จะมีคนที่ไม่ชอบเงินได้ยังไง แถมยังไม่
ชอบเงินเยอะขนาดนี้อีก!”
“เข่อเอ๋อร์! ไปได้แล้ว!”
เยว่ฝานกับหรงอวี่ซีเดินเข้ามาขอโทษฉู่ลั่วแทนคุณหนูเอาแต่ใจ
อีกครั้ง แล้วลากเฮ่อเข่อเอ๋อร์ออกไป
ประตูปิดลง
สายตาของฉู่ลั่วมองไปยังคนสุดท้ายที่อยู่ในห้องรับแขก
“ในร่างกายของคุณไม่มีหนอนกู่ แล้วคุณมาทำอะไร?”
จิ่งอันฉิงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา พลางถือเถาองุ่นที่อยู่บนโต๊ะ
กาแฟในท่วงท่าสง่างาม แล้วหยิบทานทีละลูก
“ถ้าฉันไม่มา พวกเขาก็รู้รู้หมดสิว่าในตัวฉันไม่มีหนอนกู่”
ฉู่ลั่ว “…”
จิ่งอันฉิงทำหน้าเหน็บแนม “พวกนั้นดูตลกมากไม่ใช่เหรอ คิดว่า
ตัวเองเกิดมาในตระกูลที่ดี มีเงิน ก็สามารถใช้เงินจัดการกับทุกคน
บนโลกได้”
“ไม่รู้จักให้เกียรติคนอื่น ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ใช้เงินฟาดหัวไปหมด
เรื่องพื้นฐานอย่างมารยาทเวลาขอให้ช่วยก็ไม่รู้”
“เธอไม่น่าช่วยพวกเขาเลยนะ ควรให้ลองลิ้มรสความทุกข์
ทรมานบ้าง”
ใบหน้าของจิ่งอันฉิงเต็มไปด้วยความดูถูก “เธออย่าลืมนะ เฮ่อ
เข่อเอ๋อร์คนนั้นทำให้นักพรตที่เธอจับมาได้หนีไป ยังจะช่วยพวกเขา
อีกเหรอ”
“เหอะ! เธอมีความเด็ดขาดบ้างหรือเปล่า!”
“วิธีจัดการกับคนแบบนี้ก็คือแก้แค้นคืนให้สาสม แต่นี่เธอยังไป
ช่วยพวกเขาอีก!”
ว่าแล้วหล่อนก็ส่ายหน้า มองฉู่ลั่วด้วยสายตาเย้ยหยัน
“ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันไม่มีทางช่วยพวกเขาหรอก”
“ฉู่ลั่ว ฉันรู้ว่าเธอเป็นเหมือนฉัน” เห็นฉู่ลั่วเดินมาตรงหน้าตนเอง
หล่อนจึงวางจานผลไม้ลง “พวกเรามาร่วมมือกันเถอะ!”
“ฉันไม่มีเงื่อนไขอื่น มีแค่ข้อเดียวคือให้เธอออกห่างจากฮั่ว
เซียวหมิง”