เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 993 ระบบของฉันช่วยจัดการไม่ได้ (รีไรต์)
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 993 ระบบของฉันช่วยจัดการไม่ได้ (รีไรต์)
“ขอแค่เธอเลิกยุ่งกับเขา พวกเราจะร่วมมือกันได้ทุกอย่าง”
“ให้ช่วยทวงตำแหน่งในตระกูลฉู่ของเธอกลับคืนมา หรือช่วยแก้
แค้นฉู่หร่าน หรือจะเป็นคนในครอบครัวโง่ ๆ ของเธอ ฉันช่วยได้”
“ขอแค่เธอไปจากฮั่วเซียวหมิงซะ!”
จิ่งอันฉิงลุกขึ้นยืนช้า ๆ ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับฉู่ลั่ว
“หรือว่าเรื่องพวกนี้เทียบไม่ได้กับผู้ชายคนเดียว?”
“ฉู่ลั่ว ทุกอย่างที่ฉันกับเธอเจอมา คิดจะฝากความหวังทั้งหมด
เอาไว้กับผู้ชายคนเดียวเหรอ?”
ฉู่ลั่วเชิดหน้าขึ้นทันที พลางพูดด้วยน้าเสียงเย็นชา “คุณมีสิทธิ์
อะไร คิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติพอที่จะร่วมมือกับฉัน?”
วินาทีต่อมา เจ้านิกายก็ยกมือขึ้นกดศีรษะของจิ่งอันฉิงลงบน
โซฟา! มืออีกข้างหยิบมีดปอกผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟดดลงบน
ใบหน้าของอีกฝ่าย
“คุณพูดถูก คนเราควรเด็ดขาด”
“คุณขังฉันไว้ในค่ายกล บังคับให้ฉันตัดสินใจ ฉันควรจะแก้แค้น
ใช่ไหม?”
“พวกเขาก็เหมือนกับคุณนั่นแหละ คิดว่าตัวเองสูงส่ง คิดว่า
ตัวเองสามารถ…” ฉู่ลั่วกดเสียงต่า และกระซิบข้างหูจิ่งอันฉิง “คิดแค่
อาศัยอำนาจที่ตัวเองมีควบคุมชีวิต และความเป็นความตายของทุก
คนได้แล้วใช่ไหม?”
“คุณคิดว่าแค่ตัวเองมีของพวกนั้นก็กุมชีวิตทุกคนไว้เล่นสนุกบน
ฝ่ามือได้แล้วเหรอ?”
ใบหน้าของจิ่งอันฉิงแดงขึ้นมา หล่อนอับอายจึงกัดฟันพูดตอบ
โต้ “ฉันแค่ต้องการแก้แค้นคนที่เคยทำร้ายฉัน ฉันผิดเหรอ?!”
ฉู่ลั่วเอ่ยเสียงเรียบ “แล้วฉันเคยทำร้ายคุณเหรอ?”
จิ่งอันฉิง “…”
“ฉันไม่เคยทำร้ายคุณ แต่ฉันขวางทางคุณเลยสมควรตายใช่
ไหม?”
จิ่งอันฉิงไม่พูดอะไร
ฉู่ลั่วคลายมือออกไป พลางวางมีดปอกผลไม้ลงบนจานใส่ผลไม้
เหมือนเดิม
เธอมองจิ่งอันฉิงที่นอนหมอบอยู่อีกด้านพร้อมกับไอไม่หยุด
“อย่าเอาฉันไปเหมารวมกับคนอย่างคุณ และไม่ต้องหาวิธีบังคับให้
ฉันไปจากฮั่วเซียวหมิงอีก”
“ไม่ต้องเป็นพันธมิตรกับฉัน”
“พวกเราไม่ใช่พวกเดียวกัน และไม่มีทางเป็นได้ด้วย”
จิ่งอันฉิงหันไปมองฉู่ลั่ว
หล่อนลุกขึ้นมาช้า ๆ ที่แก้มขึ้นสีแดงจากการขาดอากาศ แต่ก็
ยังหัวเราะเยาะฉู่ลั่ว “เธอจะต้องเสียใจ ความใจอ่อนจะนำพาหายนะมา
ให้ไม่มีสิ้นสุด บนโลกนี้มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้น ที่จะอยู่รอด!”
“เพื่อผู้ชายคนเดียว เธอถึงกับทิ้งพันธมิตรอย่างฉัน”
“ฉู่ลั่ว คนที่เอาแต่หลงงมงายในความรักไม่เคยมีจุดจบที่ดี”
“นี่คือคำเตือนสุดท้ายที่ฉันจะให้เธอ”
หล่อนกุมคอเดินออกไปจากห้อง
ประตูห้องเพิ่งปิดลง พวกซู่เซี่ยงหยางจึงพากันออกมาจากใน
ห้อง
จี้ไจ่ขมวดคิ้ว “จิ่งอันฉิงคนนี้แปลกมาก”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า “พวกเราทดสอบด้วยเครื่องมือแล้ว บนตัว
เธอมีคลื่นพลังบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่คุณใช้มีดข่มขู่
เธอ”
ฉู่ลั่วตอบแค่อืมคำเดียว
คนอื่น ๆ กำลังศึกษาพลังงานบนตัวของจิ่งอันฉิง
แต่ฉู่ลั่วกลับเดินไปที่หน้าต่างซึ่งสูงจากพื้นจรดเพดาน สายตา
ทอดมองไปไกล หล่อนถึงตั้งคำถามกับระบบ
“ในตัวจิ่งอันฉิงมีระบบใช่ไหม?”
[…]
ฉู่ลั่วเอ่ย “เธอไม่ใช่ผู้บำเพ็ญ แต่กลับมีพลังวิญญาณ
หมายความว่ามีคนบังคับให้เธอเปิดจิตวิญญาณ”
เงียบไปพักหนึ่ง ฉู่ลั่วก็พูดต่ออีกว่า “เหมือนกับนายก่อนหน้านี้
นายบังคับให้ฉันเปิดมัน แล้วนายก็เข้ามาอยู่ในจิตวิญญาณของฉัน”
ระบบสั่นสะท้าน
[นายหญิง คุณ… จงใจทำให้เธออับอายเหรอ เพราะอยากจะ
ทดสอบดูว่าในตัวเธอมีระบบหรือเปล่าใช่ไหม?]
ฉู่ลั่วตอบ “ใช่”
น้าเสียงของระบบตื่นตระหนกขึ้นกว่าเดิม
[แต่ว่า… ถ้าในร่างกายของเธอมีระบบอยู่จริง คุณไปทำกับเธอ
แบบนี้ ไม่กลัวว่าระบบในตัวเธอจะพุ่งเป้ามาที่คุณเหรอ?]
ฉู่ลั่วหัวเราะเย้ยหยันเสียงเบา “เธอมีระบบ แล้วฉันไม่มีเหรอ?”
[…]
ฉู่ลั่วยหมุมปาก “ระบบของเธอจัดการฉันได้ แต่ระบบของฉัน
ช่วยจัดการเธอไม่ได้สินะ?”
[…]
ฉู่ลั่วไม่ได้แค่นถามของไร้ประโยชน์ต่อไป แต่มองออกไปนอก
หน้าต่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย
…
ในที่สุดรายการซุปตาร์ล่าผีเดินทางมาถึงตอนจบแล้ว
ทุกคนมารวมตัวกันที่สนามบินเพื่อไลฟ์สตรีมฉากสุดท้าย
แขกรับเชิญทั้งหกกับปรมาจารย์อีกสองท่าต่างยืนอยู่หน้ากล้อง
เพื่อกล่าวอำลาผู้ชม
แขกรับเชิญทั้งหกคนก็ขอบคุณฉู่ลั่วกับจี้ไจ่
จนกระทั่งมาถึงคราวของฝางไคจี้ เขาพูดอย่างไร้อารมณ์ว่า
“ขอบคุณปรมาจารย์จี้ไจ่”
จากนั้นจึงมองไปที่ฉู่ลั่ว “ขอบคุณปรมาจารย์ฉู่ คุณเก่งมาก แต่
ต่อไปอย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาข้องเกี่ยวกับเรื่องงานอีกนะ”
“นายพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?!” เย่อวิ๋นชูไม่ทนแล้ว หล่อน
พุ่งเข้ามาทันที
หางเจียซิ่นอยากดึงไอดอลสาวไว้ แต่ดึงไว้ไม่อยู่
ทำได้แค่เตือนหล่อนผ่านทางสายตาว่า ‘ตอนนี้ยังไลฟ์สตรีมอยู่’
เย่อวิ๋นชู “…”
ไลฟ์สตรีมแล้วยังไง?
สองคนนี้ไม่เห็นจะสนใจเลยว่ากำลังไลฟ์สตรีม แล้วเธอต้อง
สนใจเหรอ?!
วันสุดท้ายแล้ว สองคนนี้จะอยู่อย่างสงบสักนิดไม่ได้เลยหรือไง!