เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 995 แดนมายา (รีไรต์)
จี้ไจ่ยืนอยู่ที่เดิม มองคนในองค์กรที่ยืนกระจายกันอยู่ทั้งแปด
ทิศทาง ในมือแต่ละคนถืออาวุธปืนลักษณะคล้ายกัน แต่ที่บรรจุอยู่
ข้างในไม่ใช่กระสุนธรรมดา แต่เป็นกระสุนพิเศษที่เต็มไปด้วยอักขระ
ซู่เซี่ยงหยางอธิบาย “นี่เป็นงานวิจัยใหม่ล่าสุด พวกเราได้พัฒนา
กระสุนที่ใช้กันทั่วไปให้สามารถทำลายค่ายกลได้เพียงใช้แค่ไม่กี่นัด”
“ตอนนี้ ต้องให้คนแปดคนยืนอยู่ในทิศทางที่กำหนดเท่านั้น ถึง
จะทำลายค่ายกลได้ครับ”
“หวังว่าในอนาคตจะสามารถทำกระสุนที่ทำลายค่ายกลได้ในนัด
เดียว”
เพิ่งพูดจบ คนที่ยืนอยู่ทั้งแปดด้านก็ยิงกระสุนออกมาพร้อมกัน
ปัง ๆ ๆ ๆ
กระสุนพิเศษพุ่งเข้าใส่ค่ายกล อักขระบนกระสุนราวกับมีชีวิต
มันออกจากกระสุนปีนป่ายไปบนค่ายกลอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งอักขระกระจายไปทั่วทั้งค่ายกล
ก็ได้ยินเสียงแตกหัก
เพล้ง!
ค่ายกลพังทลาย
“พังแล้ว!” จี้ไจ่ตกตะลึง
เจ้าหน้าที่ทั้งแปดคนไม่ใช่ผู้บำเพ็ญ แต่เป็นทหารธรรมดา
แต่ซู่เซี่ยงหยางกลับไม่พอใจ “ยังช้าเกินไป! ได้บันทึกเวลาไว้
ไหม?”
เขาถามเจ้าหน้าที่ที่คอยบันทึกกระบวนการทั้งหมดอยู่ข้าง ๆ
เจ้าหน้าที่ยกกล้องขึ้นมา “บันทึกไว้แล้วครับ พวกเขาใช้อุปกรณ์
ตามที่กำหนดไว้มาด้วย”
“หลังกลับไปจะทำสรุป แล้วเขียนประสบการณ์การใช้งานส่งไป
ข้างบน ให้องค์กรวิจัยเพิ่มประสิทธิภาพ”
“ครับ”
ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ที่ยืนมองซูเซี่ยงหยางที่กำลังมอบหมายเรื่องนี้อยู่
ด้านข้าง
ในใจของจี้ไจ่เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา เขาใช้
น้าเสียงที่ได้ยินแค่สองคนกระซิบถามเธอว่า “คนธรรมดาก็ทำลาย
ค่ายกลได้เหรอครับ?”
“อืม”
“ต่อไป… คนธรรมดาก็จะจับผีได้เหมือนกันเหรอครับ?”
“…”
ฉู่ลั่วมองจี้ไจ่ที่กำลังสับสนมึนงง “นี่เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ? จะได้
ไม่มีช่องว่างระหว่างลัทธิเต๋ากับคนธรรมดา”
จี้ไจ่ไม่ได้ตอบคำถาม
เขาทำได้แค่จ้องมองอุปกรณ์ที่คนเหล่านั้นวิจัยออกมาเขม็ง
มองเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนธรรมดากำจัดกับดักของลัทธิเต๋าที่อยู่
รอบตัวอย่างเป็นระเบียบแบบแผน
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่จัดการกับดักทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ทุกคนจึง
เดินเข้าไปข้างใน
บ้านไม้ที่ดูเล็กมาเมื่อมองจากด้านนอก เมื่อเปิดประตูเข้าไปกลับ
พบว่าพื้นที่ด้านในนั้นใหญ่จนน่าประหลาด!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ซู่เซี่ยงหยางมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย
จี้ไจ่อธิบาย “แดนมายา เป็นวิชาของลัทธิเต๋า”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
ด้านในเป็นทางเดินทอดยาว สองข้างเป็นกำแพงหิน ที่มีกลิ่น
อายเยือกเย็นกระจายออกมา
ทันทีที่เดินเข้าไป ทุกคนก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งร่างกาย
“มิน่าบริเวณรอบ ๆ นี้ถึงไม่มีร่องรอยของมนุษย์อยู่เลย ที่แท้บ้าน
ไม้หลังนี้ก็เป็นแค่วิชาลวงตา”
นี่มันบ้านไม้ที่ไหนกัน เห็นได้ชัดว่าเป็นพื้นที่ที่ไหนสักแห่งที่ขุด
ลึกลงไปต่างหาก
“อยู่ข้างหน้า” ฉู่ลั่วชี้ไปข้างหน้า
เจ้าหน้าที่เดินเข้าไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวัง หลังจาก
สำรวจดูแล้ว “ในนี้ มีเด็กอยู่ครับ”
“แต่ข้างในนั้นมีพลังหยินรุนแรงเกินไป…”
เจ้าหน้าที่ธรรมดาอย่างพวกเขาไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้แล้ว
ฉู่ลั่วจึงเดินไปอยู่ข้างหน้าสุด มีจี้ไจ่ตามมาข้างหลัง ส่วนไจ๋โหรว
ก็ตามหลังจี้ไจ่มาอีกที
จนกระทั่งพวกเขาเดินมาถึงหน้าประตูบานหนึ่งซึ่งมีกระดาษยันต์
แปะไว้จนเต็ม
ด้านในมีเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังออกมา
จี้ไจ่เดินไปข้างหน้า ประสานมือเพื่อทำลายค่ายกล
ทันทีที่ค่ายกลถูกทำลาย ประตูเหล็กที่ปิดตายก็เปิดออกแล้ว
ฟุบ!
เงาดำสายหนึ่งลอยออกมาจากด้านในอย่างรวดเร็ว
ฉู่ลั่วตามขึ้นไป “พวกคุณช่วยเด็กนะคะ ฉันจะตามไป!”
…
เสวียนเฉิงจื่อหนีออกไปตามทางเดินอย่างรวดเร็ว จนกระทั่ง
มาถึงนอกบ้านไม้
เขาหันหลังกลับไปเพื่อจะลงผนึกบ้านไม้ และท่องคาถา
ยังไม่ทันจะลงมือ ด้านหลังก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “นายย้ายผล
สะท้อนกลับไปให้คนที่มีดวงชะตาคล้ายกับตัวเองหลายต่อหลายครั้ง
ไม่กลัวถูกสวรรค์ค้นพบเหรอ?”
มือที่กำลังสร้างผนึกของเสวียนเฉิงจื่อชะงักงัน เขาหันหลัง
กลับไปด้วยความตกใจ ก็เห็นว่าฉู่ลั่วมาอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่
ไม่รู้
“ท่าน… ทำไมเธอ…”
ทั้งที่เธอตามหลังเขามาแท้ ๆ แล้วทำไมถึงออกมาถึงก่อน
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปหาเสวียนเฉิงจื่อ “นายมีวิธีปิดบังสวรรค์อย่างนั้น
เหรอ?”
ท้องฟ้ามืดลงเรื่อย ๆ
รอบตัวมีเพียงฉู่ลั่วคนเดียวเท่านั้น
ดวงตาของเสวียนเฉิงจื่อเป็นประกาย “เธอก็อยากปิดบังสวรรค์
ใช่ไหม? ในยุคที่คุณธรรมเสื่อมทราม พลังวิญญาณลดน้อยลง ไม่
ง่ายเลยที่จะบำเพ็ญ ไม่มีผู้ที่บำเพ็ญจนบรรลุวิถีเต๋ามาเป็นพันปีแล้ว”
“มีแต่ต้องปิดบังสวรรค์ แค่ทางนี้เท่านั้นถึงจะบำเพ็ญสำเร็จได้”
ฉู่ลั่วหัวเราะเบา ๆ “มีแค่การปิดบังสวรรค์เท่านั้นเหรอ …ถึงจะทำ
ให้การบำเพ็ญบรรลุผล?”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”