เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 996 คลื่นลูกใหญ่ซัดสาดทราย (รีไรต์)
แววตาของฉู่ลั่วเย็นยะเยือก
แต่เสวียนเฉิงจื่อยังคงอวดดี “ฉันรู้จักเธอ เธอไม่มีสำนักไม่มี
นิกาย ไม่ได้เรียนรู้วิชามาจากต้นตระกูล และยังไม่มีอาจารย์ถ่ายทอด
วิชาให้ด้วย”
“ถ้าไม่ใช่เพราะหยางเสียนยินดีมอบตำแหน่งเจ้านิกายให้ เธอไม่
มีวันได้รับการยอมรับจากลัทธิเต๋าหรอก”
ฉู่ลั่ว “…”
“เธออาจจะมีพรสวรรค์ แต่ไม่ได้รับการสืบทอดวิชาใด ๆ ไม่มี
ทางบำเพ็ญจนบรรลุเต๋าได้แน่”
“แต่การปิดบังสวรรค์ เป็นเพียงวิธีการเดียวที่คนอย่างเธอจะ
บรรลุได้!” น้าเสียงของเขาเต็มไปด้วยการล่อลวง “ฉันสอนวิธีปิดบัง
สวรรค์ให้เธอ ส่วนเธอก็ให้หนทางรอดกับฉัน… เป็นยังไง?”
ภายใต้ราตรีมืดมิด กิ่งก้านของต้นไม้สูงกวัดแกว่งดูราวกับผีร้าย
ฉู่ลั่วเหวี่ยงกระบี่ชิงเจวี๋ยเบาของตนเบา ๆ พลันมีแสงเยือกเย็น
สว่างวาบขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องดู ว่าของที่นายเสนอมาจะคุ้มค่า
พอให้ฉันปล่อยนายไปหรือเปล่า?”
เสวียนเฉิงจื่อหัวเราะอย่างผู้ชนะ
ไม่มีผู้บำเพ็ญคนไหนไม่อยากปิดบังสวรรค์เพื่อให้ตนเองบรรลุ
เต๋า
…
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เสวียนเฉิงจื่อปากแห้งลิ้นแห้ง แต่ยังคงแสดงท่าทางอวดดี เขา
เลิกคิ้วมองฉู่ลั่ว “เป็นยังไง? ของพวกนี้ มากพอให้เธอปล่อยฉันแล้ว
ใช่ไหม? พวกนี้ล้วนเป็นวิธีการปิดบังสวรรค์”
ฉู่ลั่วไม่ตอบอะไร แต่ค่ายกลบ้านไม้ด้านหลังเสวียนเฉิงจื่อกลับมี
การเคลื่อนไหว
เขามีสีหน้าตื่นตระหนก “ฉันบอกวิธีปิดบังสวรรค์กับเธอแล้ว ฉัน
ขอตัวก่อน วันหน้าพวกเราค่อยติดต่อกันใหม่”
เสวียนเฉิงจื่อก้าวเท้ากำลังจะใช้พลังวิญญาณเพื่อหลบหนีให้เร็ว
ที่สุด แต่ไปได้แค่หนึ่งก้าว กระบี่ชิงเจวี๋ยก็กดลงบนคอของเขาอย่าง
รวดเร็วราวกับสายฟ้า
“หมายความว่ายังไง? ฉันบอกวิธีปิดบังสวรรค์ทั้งหมดที่ฉันรู้ให้
เธอหมดแล้ว!”
สิ้นเสียงตั้งคำถามของเสวียนเฉิงจื่อ บ้านไม้ก็เปิดออก
ซู่เซี่ยงหยางรอให้คนอื่น ๆ ออกไปก่อน
ในนั้นยังมีเด็กหกคนที่กำลังร้องไห้อยู่ด้วย
เสวียนเฉิงจื่อกดเสียงต่า เอ่ยเตือนว่า “ฉู่ลั่ว เธออย่าให้มันเกินไป
นัก ฉันบอกทุกอย่างที่ฉันรู้ให้เธอหมดแล้ว เธอยังคิดจะทำอะไรอีก!”
“ฉันไม่ได้บอกว่าจะปล่อยนายนี่ ฉันบอกว่า… อยากเห็นว่าสิ่งที่
นายเสนอมาคุ้มค่าพอหรือเปล่า” ฉู่ลั่วเอ่ยน้าเสียงเรียบเฉย “เห็นได้
ชัดว่าราคาที่นายเสนอมาไม่เพียงพอให้ฉันปล่อยนาย”
เธอมองซู่เซี่ยงหยาง “บันทึกไว้แล้วใช่ไหม?”
“ครับ ทางนี้บันทึกเอาไว้แล้ว เครื่องบันทึกเสียงบนตัวคุณก็
บันทึกกระบวนการทั้งหมดเอาไว้แล้ว”
พูดจบก็ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับตัวเสวียนเฉิงจื่อไว้
เขาถูกมัดไว้กับยันต์ มองฉู่ลั่วด้วยความตกตะลึง “เธอ… เธอ…
เธอหลอกฉันมาตั้งแต่ต้นเลยเหรอ”
“ไม่เคยคิดจะปล่อยฉันตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม”
“ใช่”
เสวียนเฉิงจื่อเบิกตากว้าง ผิวเป็นสีแดงผิดปกติหลังจากถูกผล
สะท้อนกลับ เขาหอบหายใจ “เธอไม่ได้อยากรู้วิธีปิดบังสวรรค์มา
ตั้งแต่แรก ไม่อยากบรรลุเรอะ”
“ฉันอยากบรรลุอยู่แล้ว” น้าเสียงของฉู่ลั่วสงบ “แต่เดิมทีวิถีแห่ง
เต๋าก็เหมือนคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดทราย มันคือบททดสอบเพื่อเฟ้นหา
ผู้ข้ามผ่านไปได้”
“การบำเพ็ญฝึกฝนร่างกายและจิตใจ หากนายยอมแพ้กลางทาง
ย่อมไม่มีทางฝึกฝนสำเร็จ”
ฉู่ลั่วขยับกระบี่ชิงเจวี๋ยด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะเดินไป
ตรงหน้าเสวียนเฉิงจื่อที่พยายามดิ้นรน “พวกเรารู้เรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มต้น
บำเพ็ญแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ถ้านายทนต่อไปไม่ได้ก็ยอมแพ้เถอะ”
“เลือกใช้ทางลัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำร้ายผู้อื่นเพื่อการ
บำเพ็ญของตัวเอง”
“นายคงจะลืมไปนานแล้ว… ว่าทำไมมนุษย์ถึงบำเพ็ญเซียนได้
แล้วทำไมถึงต้องบำเพ็ญ?”
เสวียนเฉิงจื่อที่ขัดขืนชะงักไป เขามองหญิงสาวอายุน้อยที่งดงาม
ตรงหน้า
สบสายตาคู่สวยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ราวกับไม่กลัวเวลาและ
ความยากลำบากเลยแม้แต่น้อย
เขาไหล่ทรุดลงไป พร้อมเสียงหัวเราะเยาะแผ่วเบา “ไม่ก้าวหน้า
ไปอีกหลายสิบปี เธอก็ยังจะรักษาแนวคิดนี้ไว้เหรอ?”
“ไม่ก้าวหน้าไปอีกหลายร้อยปี เธอจะยังคิดแบบนี้อยู่ไหม”
“คนอื่นอาศัยเส้นทางนอกรีตเพื่อพัฒนาไปไกลหลายพันลี้ แต่
เธอที่ปฏิบัติตามสวรรค์กำหนดกลับไม่ได้รับอะไรเลย”
“เธอยอมไหมล่ะ…” เสวียนเฉิงจื่อเบิกตากว้างมองฉู่ลั่วอย่างดุดัน
ไม่รอให้เธอตอบกลับมา เขาก็ตอบเองแล้วว่า “ฉันไม่ยอมหรอก!”
เขาส่ายหน้า “ฉันไม่ยอม! ในเมื่อมีแค่เส้นทางนอกรีตเท่านั้นที่
ทำให้บรรลุได้ แล้วทำไมฉันจะไม่ทำล่ะ”
“ฉันไม่ผิด!”
ฉู่ลั่วโบกมือ ให้เจ้าหน้าที่พาเสวียนเฉิงจื่อไป
เสียงของเขาดังก้องอยู่ในป่า “ฉันไม่ผิด …ฉันไม่ผิด!”
จี้ไจ่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ถ้าที่เขาพูดมาเป็นเรื่องจริง
ถ้าอย่างนั้นครั้งนี้ก็มีคนของลัทธิเต๋าเข้าไปพัวพันไม่น้อยเลยนะครับ”
ฉันลั่วเหลือบมองเขาแต่ไม่ตอบอะไร