เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 486 นี่......นี่ข้าควรจะชี้แนะเช่นไร
‘รักนายท่านของเจ้างั้นหรือ ? ’
เมื่อได้ยินดังนั้น หนิงซู่ซู่พลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป อดมิได้ที่ต้อง พินิจพิจารณาผู้เฒ่าชุดดาใหม่อีกครั้ง
‘จิตวิญญาณอาวุธผู้นี้หาใช่คนธรรมดาไม่’
‘แล้วผู้ที่น่ากลัวเช่นเขา จะมีนายท่านที่ร ้ายกาจเพียงใดกัน ? ’
‘ยิ่งไปกว่านั้น เขากลับถามว่าข้ารักนายท่านของเขาหรือไม่ ? ’
‘เช่นนั้นแล้วนายท่านของเขาคือผู้ใดกัน ? ’
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาคู่งามของหนิงซู่ซู่พลันเปล่งประกายขึ้น
‘จริงสิ ! ’
‘นายท่านของจิตวิญญาณอาวุธที่น่ากลัวผู้นี้ คงมิใช่เย่ฉางชิง หรอกกระมัง ? ’
‘แต่หากเป็ นเย่ฉางชิงจริง ๆ ’
‘ก่อนหน้านี้จู่ ๆ เขาก็พาจิตวิญญาณของนักพรตเสวียนจีหนีไป เรื่องนั้นก็คงจะสามารถอธิบายได้แล้ว’
‘อืม ! ’
‘คงจะเป็ นเย่ฉางชิง’
‘มิใช่สิ ! ’
‘ต้องเป็ นเย่ฉางชิงอย่างแน่นอน ! ’
‘มิเช่นนั้นต้องเป็ นบุคคลเช่นไร ที่จะทาให้เขาเรียกขานว่านาย ท่านได้ ’
ใคร่ครวญอยู่สักพัก หนิงซู่ซู่จึงเอ่ยถามผู้เฒ่าชุดด าว่า “ก่อน หน้านี้ที่วังเสวียนจีถูกฆ่าล้างสานัก เป็ นฝีมือของท่านใช่หรือไม่ ? ”
ผู้เฒ่าชุดดานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะยอมรับออกมาตรง ๆ “ถูกต้อง วังเสวียนจีถูกข้าท าลายเอง”
หนิงซู่ซู่เอ่ยถามต่ออีกว่า “เพราะเหตุใดกัน ? ”
ผู้เฒ่าชุดด าหัวเราะออกมาเสียงเย็น “มิมีอันใดมาก เพราะเหอเส วียนจีทาให้ข้าเกือบต้องมีเรื่องแค้นเคืองกับนายท่าน ดังนั้นผลกรรม นี้วังเสวียนจีทั้งหมดจะต้องรับเอาไว้”
เอ่ยเพียงเท่านั้น ผู้เฒ่าชุดดาก็เหมือนกังวลว่าหนิงซู่ซู่จะรู ้สึกมิ พอใจ จึงมีท่าทีอ่อนลง พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนว่า “เจ้าอย่าได้ โกรธเคืองข้าเลย”
“ข้าจะบอกความจริงบางอย่างกับเจ้า ก่อนหน้านี้หากมิใช่เพราะ ข้ายื่นมือเข้าช่วย เกรงว่าตอนนี้เจ้าคงดับสูญไปแล้ว แม้หอกสีเลือดที่ สร ้างจากหลักเต๋าด้ามนั้น ในสายตาของข้าเป็ นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่ มันกลับสามารถสังหารเจ้าได้อย่างง่ายดาย”
หนิงซู่ซู่พยักหน้ารับรู ้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาเรียวยาวคู่ นั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เดิมทีนางคิดว่าเป็ นเย่ฉางชิงที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนางเอาไว้ แต่คิด มิถึงว่าจะเป็ นจิตวิญญาณอาวุธตรงหน้า
แต่……เหตุใดเขาต้องช่วยนางด้วย ?
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก หนิงซู่ซู่ก็ค่อย ๆ คลายความระแวงลง พลางถามขึ้นอย่างสงสัยว่า “เหตุใดท่านต้องช่วยข้าด้วย หรือว่าช่วย ข้าแล้วท่านได้ประโยชน์อันใดกัน ? ”
“ประโยชน์งั้นหรือ”
ผู้เฒ่าชุดดายิ้มกว้าง ก่อนเอ่ยด้วยน้าเสียงอ่อนโยนว่า “จุดประสงค์ที่ข้าช่วยชีวิตเจ้าและมาหาเจ้าในยามนี้ก็คือ ข้าจะทาให้ เจ้าเป็ นที่โปรดปรานของนายท่าน”
“ส่วนเหตุผลตอนนี้ยังมิถึงเวลา และข้ายังมิสามารถบอกเจ้าได้ แต่ว่าข้าขอรับประกันว่า หลังจากที่นายท่านปลดผนึกความทรงจา แล้ว ความจริงทุกอย่างย่อมปรากฏขึ้น”
หนิงซู่ซู่ลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยอย่างอึกอักว่า “ข้ายังมีอีกหนึ่ง ค าถาม”
ผู้เฒ่าชุดดายังคงตอบคาถามของนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “เชิญกล่าวมาได้เลย”
“ผู้ที่เก่งกาจเช่นท่านยังยอมเป็ นลูกสมุนให้เขา เช่นนั้นตัวตนที่ แท้จริงของเย่ฉางชิงเป็ นผู้ใดกันแน่ ? ”
หนิงซู่ซู่เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “หรือพวกท่านมาจากแดนเซียน โบราณในตานาน ส่วนตัวตนที่แท้จริงของเขาก็คือ เซียนผู้เป็ นผู้นา ท่านใดท่านหนึ่งของแดนเซียนโบราณเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“แดนเซียนโบราณ ? ”
ผู้เฒ่าชุดดามีสายตาดูแคลน ก่อนจะส่ายหน้ายิ้ม ๆ
“ข้าตอบเช่นนี้ก็แล้วกัน แดนเซียนโบราณหาใช่ปลายทางของ วิถีเซียนไม่ ส่วนตัวตนที่แท้จริงของนายท่านเป็ นผู้ใดกันแน่นั้น ตอนนี้เจ้าอย่าเพิ่งรู ้เลยจะดีกว่า”
“เจ้าแค่จาเอาไว้ว่า นายท่านผนึกความทรงจาก็เพื่อสัมผัส เส้นทางการบาเพ็ญเพียร เขาในตอนนี้เป็ นเพียงผู้บาเพ็ญเพียร ธรรมดาผู้หนึ่งเท่านั้น”
“ส่วนเจ้ารักเขามิใช่หรือ เช่นนั้นก็แค่พยายามทุกวิถีทางเพื่อ สานสัมพันธ ์กับเขาซะ หากสามารถร่วมหอลงโรงกันได้ยิ่งดี”
สิ้นเสียงนี้ หนิงซู่ซู่พลันนิ่งงัน ใบหน้าพริ้มเพราแดงระเรื่อขึ้นมา อย่างเห็นได้ชัด
‘หรือการที่จิตวิญญาณอาวุธบอกว่าจะช่วยข้า ก็คือช่วยจับคู่ให้ ข้ากับเย่ฉางชิงเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘หากเป็ นเช่นนั้นด้วยความสัมพันธ ์ที่เขามีต่อเย่ฉางชิง ข้าก็จะ สามารถเรียนรู ้และใกล้ชิดเย่ฉางชิงมากขึ้น ผ่านสิ่งที่เขาชื่นชอบ ได้น่ะสิ’
“ท่านจะช่วยข้าเช่นไร ? ” หนิงซู่ซู่เอ่ยถามผู้เฒ่าชุดด า
“ง่ายมาก เพียงแค่เข้าหาด้วยสิ่งที่เขาชื่นชอบ”
ผู้เฒ่าชุดด ากลอกตาไปมา แล้วค่อย ๆ เอ่ยว่า “นายท่านเก่งกาจ ในทุกวิถี แต่มีความสนใจในวิถีดนตรี ภาพวาด หมากล้อมมากที่สุด”
“ตัวเจ้าบ าเพ็ญเพียรวิถีดนตรี แม้ว่าคุณสมบัติจะด้อยไปสัก หน่อย แต่ในสวรรค์บูรพาแห่งนี้ก็นับได้ว่าเป็ นยอดสตรีผู้หนึ่ง อีกทั้ง รูปลักษณ์ของเจ้าก็มิเลว หากเจ้าพยายามเข้าหานายท่านบ่อย ๆ เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป นายท่านจะต้องรู ้สึกดีกับเจ้าอย่างแน่นอน”
“ทว่าต่อจากนั้นต้องทาเช่นไร ข้าเองก็มิรู ้เหมือนกัน คงต้อง ขึ้นอยู่กับวาสนาของเจ้าแล้ว”
……
……
วันรุ่งขึ้น
เนื่องจากมีสุดยอดอาวุธสังหารอย่างตาหนักเทพวาสนาอยู่ในมือ เย่ฉางชิงในตอนนี้จึงมิเกรงกลัวสิ่งใดอีก ดังนั้นคืนที่ผ่านมาเขาหาได้ บาเพ็ญเพียรไม่ แต่กลับปล่อยใจแล้วนอนหลับสนิทอย่างที่มิเคย เป็ นมาก่อน
เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้ าด้านนอกหน้าต่างก็สว่างจ้า เสียแล้ว
“ท่านเย่”
หลังจากเย่ฉางชิงจัดการล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ ที่สะอาดสะอ้านแล้ว จึงได้ผลักประตูออกมา ก็พบว่าเจี้ยนอู๋เหินกาลัง ยืนอยู่ที่หน้าประตูอย่างนอบน้อม พร ้อมกับเอ่ยเรียกเขาเบา ๆ
“เสี่ยวเจี้ยน เจ้ามารอตรงนี้มีธุระกับข้างั้นหรือ ? ”
เมื่อเห็นท่าทีระมัดระวังตัวของเจี้ยนอู๋เหิน เย่ฉางชิงจึงเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “ข้าบอกแล้วเยี่ยงไรว่าต่อหน้าข้ามิต้องระวังอันใดมากมาย ทาตัว ตามสบายเถอะ”
‘บัดนี้มีสุดยอดอาวุธสังหารอย่างตาหนักเทพวาสนาใน ครอบครอง ความรู ้สึกของพวกเจ้าเป็ นเช่นไรนั้น ข้าไม่อยากรับรู ้แต่ ส าหรับข้าแล้ว กลับรู ้สึกสบายอารมณ์อย่างที่มิเคยเป็ นมาก่อน’
เจี้ยนอู๋เหินนิ่งไปสักพัก ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา “ท่านเย่ ในเมื่อ ท่านกล่าวเช่นนี้ ศิษย์ก็ขอเอ่ยตามตรงเลยนะขอรับ”
เย่ฉางชิงพยักหน้ายิ้ม ๆ
เจี้ยนอู๋เหินเอ่ยอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวว่า “ท่านเย่ ความจริงแล้ว ระหว่างที่ท่านเข้าฌานบ าเพ็ญเพียร ศิษย์เองก็ท าความเข้าใจในวิถี กระบี่อยู่ตลอด อีกทั้งยังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วด้วยขอรับ”
“ดังนั้นศิษย์จึงอยากจะแสดงเพลงกระบี่สักสามสี่กระบวนท่าให้ ท่านชม ขอท่านได้โปรดชี้แนะด้วยขอรับ”
‘ชี้แนะเพลงกระบี่งั้นหรือ ? ’
เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ภายในใจจะรู ้สึกเบิกบาน
หากชี้แนะอย่างอื่น เขาเองก็มิกล้ารับประกัน แต่หากชี้แนะเพลง กระบี่ นี่ถือเป็ นจุดแข็งอย่างหนึ่งของเขาก็ว่าได้ เพราะบัดนี้เขารู ้แจ้ง
ภาพกระบี่ไร ้สิ้นสุดจนหมดแล้ว และเชื่อว่าความแตกฉานในวิถีกระบี่ อยู่ในระดับที่สูงประมาณหนึ่งแล้ว
‘ชี้แนะเพลงกระบี่ดีเลย ! ’
‘เจ้าเป็ นคนบีบให้ข้าต้องวางตัวเป็ นผู้สูงส่งเองนะ เช่นนั้นข้าจะทา ตามที่เจ้าต้องการ’
“ย่อมได้”
เย่ฉางชิงยิ้มอย่างมีความสุข พร ้อมกับเดินเอามือไพล่หลังตรง ออกไปนอกลาน
ส่วนเจี้ยนอู๋เหินเมื่อเห็นเย่ฉางชิงตอบตกลงรวดเร็วเช่นนี้ ร่างทั้ง ร่างพลันนิ่งงัน ท่าทางเต็มไปด้วยความแปลกใจ
‘คิดมิถึงว่าท่านเย่จะตอบตกลงรวดเร็วเพียงนี้ ! ’
‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’
‘อีกอย่างหากได้คาชี้แนะจากท่านเย่ ด้วยพรสวรรค์ในวิถีกระบี่ ของข้า…เจี้ยนอู๋เหิน เชื่อว่าความแตกฉานในวิถีกระบี่จะต้องรุดหน้า อย่างรวดเร็วเป็ นแน่’
‘ตาเฒ่าขงเอ่ยเอาไว้มิผิด การได้อยู่ข้างกายท่านเย่ ทุกสิ่งล้วน แต่เป็ นโอกาสและวาสนาอันยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น’
หลังจากเงียบอยู่สักพัก เจี้ยนอู๋เหินก็รีบเดินตามหลังไปทันที
จนมาถึงนอกลาน
“ท่านเย่ ศิษย์เริ่มแสดงเลยนะขอรับ”
เจี้ยนอู๋เหินประสานมือคารวะให้แก่เย่ฉางชิงอีกครั้ง จากนั้นก็ เหาะไปด้านหน้าทันที
ทว่าหลังจากนั้น เย่ฉางชิงก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป
เมื่อเห็นเจี้ยนอู๋เหินยืนอยู่กลางอากาศ รอบกายพลันเกิดพลัง ปราณพวยพุ่ง พร ้อมกับเปล่งแสงออกมา
เขาชูนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นมา ปลายนิ้วปรากฏจิตกระบี่ราง ๆ
วินาทีต่อมาแขนของเขาสะบัดออก ไอกระบี่อันรุนแรงสายหนึ่ง ราวกับตัดอากาศออกไป และทาให้ยอดเขาลูกหนึ่งถูกตัดออก ในทันที
“นี่……นี่ข้าควรจะชี้แนะเช่นไร ! ”
เย่ฉางชิงกะพริบตาปริบ ๆ พลางลอบเอ่ยกับตนเองอย่างหนักใจ
ตอนที่ 487 มิต้องเล่นละครแล้ว ข้าเป็ นผู้แข็งแกร่งที่ แท้จริง
ด้วยความแตกฉานในวิถีกระบี่ของเย่ฉางชิงในตอนนี้ ย่อม สามารถสัมผัสได้อย่างง่ายดายว่าจิตแท้ของเจี้ยนอู๋เหินนั้นร ้ายกาจ เพียงใด
จิตแท้อยู่ในใจ ไอกระบี่นิ่งสงบ
ร่างเกิดจากจิต ใช ้ไอกระบี่เป็ นพลัง นั่นคือ จิตกระบี่
ซึ่งเย่ฉางชิงมองว่า เจี้ยนอู๋เหินมิเพียงทาได้ดี ทว่าความเข้าใจใน จิตกระบี่ยังอยู่ในระดับที่สูงมากอีกด้วย เช่นนี้ก็มิมีความจาเป็ นที่เขา จะต้องชี้แนะอันใดอีกแล้ว
ทว่ากลับมีหนึ่งจุด ที่เย่ฉางชิงคาดมิถึงนั่น ก็คือ จิตกระบี่มีพลานุ ภาพที่รุนแรงเพียงนี้เชียวหรือ
ยอดเขาลูกหนึ่งถูกตัดออกเป็ นสองท่อนอย่างง่ายดาย อีกทั้ง ร่องรอยยังเรียบสนิท
“จิตกระบี่ของเสี่ยวเจี้ยนยังมีพลานุภาพน่ากลัวเพียงนี้ เช่นนั้น ด้วยความแตกฉานในวิถีกระบี่ของข้าจะน่ากลัวยิ่งกว่านี้หรือไม่ ? ”
เย่ฉางชิงพึมพากับตนเอง ใบหน้าหล่อเหลาไร ้ที่ติเผยสีหน้าลังเล ออกมา
ก่อนหน้านี้เขารีบบรรลุระดับตบะบารมี และท าความเข้าใจใน ภาพกระบี่ไร ้สิ้นสุด ทว่ากลับยังมิเคยลองเลยสักครั้ง ว่าจิตกระบี่จะมี พลังทาลายล้างที่รุนแรงเพียงใด
แต่ปัญหาก็คือ ตบะบารมีของเขาในตอนนี้ยังอยู่ในระดับแดน ก่อกาเนิดขั้นกลางเท่านั้น
หากจิตกระบี่อันรุนแรงของเจี้ยนอู๋เหิน เกี่ยวข้องกับระดับตบะ บารมีด้วยเล่า
ซึ่งแน่นอนว่าตบะของเจี้ยนอู๋เหินนั้นย่อมเหนือกว่าเขาอย่าง แน่นอน
‘เช่นนั้นหากพลานุภาพของจิตกระบี่ที่ข้าจะสาแดงออกมา สู้จิต กระบี่ของเจี้ยนอู๋เหินมิได้ คงจะน่าอายมากทีเดียว’
‘อีกอย่างถึงตอนนั้นแล้ว ข้าจะอธิบายกับเจี้ยนอู๋เหินเช่นไรเล่า ? ’
‘ข้ารักธรรมชาติ หวงแหนต้นไม้ใบหญ้า ดังนั้นจึงมิได้ปล่อยพลัง ทาลายล้างทั้งหมดออกมาเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘หรือว่านาตาหนักเทพวาสนาออกมา แล้วบอกเจี้ยนอู๋เหินว่าสิ่งที่ ข้าถนัดจริง ๆ ก็คือการใช ้สมบัติวิเศษอย่างต าหนักเทพวาสนา ? ’
‘มิเหมาะ ! ’
‘ทาเช่นนั้นมิเหมาะจริง ๆ ! ’
‘เพราะจะเป็ นการขัดต่อภาพลักษณ์ยอดฝีมือผู้ไร ้เทียมทานของ เขาได้ ! ’
จนเวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป
เจี้ยนอู๋เหินก็ได้เหาะกลับมายืนตรงหน้าของเย่ฉางชิงอีกครั้ง
“ท่านเย่ จิตกระบี่ของศิษย์มีข้อบกพร่องตรงไหนหรือไม่ขอรับ ? ”
เจี้ยนอู๋เหินยิ้มกว้าง พร ้อมกับเอ่ยถามหยั่งเชิง เพราะนับตั้งแต่ ที่เย่ฉางชิงเข้าฌาน เนื่องจากเขาต้องการบรรลุระดับตบะบารมี ดังนั้นจึงทาให้ยอดเขามีปราณวิญญาณปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
ทว่าหลังจากเย่ฉางชิงสามารถบรรลุได้ถึงระดับแดนก่อก าเนิด ขั้นกลางแล้ว จึงหันมาถอดภาพกระบี่ไร ้สิ้นสุดต่อ จึงทาให้ยอดเขา พลันแปรเปลี่ยน และปกคลุมไปด้วยไอพลังวิถีกระบี่อันบริสุทธิ์ มากมายแทน
แน่นอนว่าเจี้ยนอู๋เหินต่างก็ได้รับประโยชน์ไปด้วย ทาให้ความ เข้าใจในวิถีกระบี่ของเขารุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
มินานมานี้ เขาได้รู ้แจ้งในจิตกระบี่หยั่งรู ้ระดับสี่ได้สาเร็จ จึงได้ ออกมาจากสถานที่เข้าฌาน
บัดนี้เวลาเพิ่งจะผ่านพ้นไปได้มิเท่าไร
อาศัยไอพลังวิถีกระบี่อันน่าอัศจรรย์ อีกเพียงก้าวเดียวเขาก็จะ สามารถก้าวเข้าสู่จิตกระบี่หยั่งรู ้ระดับห้าได้แล้ว
แค่คิดก็รู ้แล้วว่าช่วงที่ผ่านมา เขาได้รับวาสนาที่ยิ่งใหญ่เพียงใด
ได้ยินดังนั้นเย่ฉางชิงเพียงแค่พยักหน้าน้อย ๆ ด้วยท่าทางสงบนิ่ง
“ต้องบอกว่าเจ้านั้น นับว่าเป็ นผู้ที่มีพรสวรรค์ในวิถีกระบี่มิ ธรรมดาเลยทีเดียว ความแตกฉานในวิถีกระบี่ก็นับว่ามิเลว”
เย่ฉางชิงเอ่ยออกมาเรียบ ๆ “แต่การฝึกกระบี่ก็ส่วนหนึ่ง ทางที่ดี อย่าได้สร ้างความเสียหายมากมายเช่นนี้จะดีกว่า”
เอ่ยจบเย่ฉางชิงก็เอามือไพล่หลัง ก่อนจะหมุนกายเดินไปทาง ประตูลาน
เมื่อเห็นดังนั้นเจี้ยนอู๋เหินก็นิ่งไป และอดมิได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น
‘ท่านเย่ ท่าน……ยังมิได้ชี้แนะศิษย์นะขอรับ ? ’
‘หากท่านมิอยากชี้แนะ จะแสดงฝีมือให้ศิษย์ได้เปิดหูเปิดตาแทน ก็ได้นะขอรับ’
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เจี้ยนอู๋เหินก็รีบเดินตามหลังไป
“ท่านเย่……” เจี้ยนอู๋เหินอ้าปากหมายจะเอ่ยอันใดบางอย่าง
ทว่าเย่ฉางชิงกลับชะงักฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน ก่อนจะปรายตา มองเจี้ยนอู๋เหินที่มองเขาตาปริบ ๆ
“ยังมีเรื่องอื่นอีกงั้นหรือ ? ”
เย่ฉางชิงเอ่ยถามทั้งที่รู ้อยู่แล้ว
เจี้ยนอู๋เหินอ้าปากพะงาบ ๆ พร ้อมกับอย่างระมัดระวังถ้อยคาว่า “ท่านเย่ หากเป็ นไปได้ศิษย์อยากจะชื่นชมฝีมือของท่านขอรับ”
ดวงตาของเย่ฉางชิงพลันมีประกายบางอย่างพาดผ่าน
‘เห็นได้ชัดว่าเจี้ยนอู๋เหินกาลังบีบให้เขาแสดงฝีมืออยู่ ! ’
‘ทว่าหากจิตกระบี่ของเขาสู้เจี้ยนอู๋เหินมิได้ นั่นจะมิน่าอายหรอก หรือ ? ’
‘หรือว่าจะต้องน าสุดยอดอาวุธสังหารอย่างต าหนักเทพวาสนา ออกมาใช ้จริง ๆ ? ’
‘ช่างเถอะ ! ’
‘เยี่ยงไรซะตอนนี้ก็มีสุดยอดอาวุธสังหารอย่างตาหนักเทพวาสนา อยู่ในมือ ต่อให้แสดงฝีมือล้มเหลว ก็มีวิธีทาให้ผู้อื่นเกรงกลัวอยู่ดี’
“ในเมื่อเจ้ากล่าวเช่นนี้ ข้าก็จะแสดงให้เจ้าดูสักครั้ง”
เย่ฉางชิงรับคาสั้น ๆ ก่อนจะหมุนกายและทะยานขึ้นฟ้ าไป
มิกี่อึดใจต่อมา
เมื่อเขาได้ยืนอยู่ยังตาแหน่งเดียวกับเจี้ยนอู๋เหินก่อนหน้านี้ เรียบร ้อยแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างก็ปิดลง จากนั้นก็ใช ้เคล็ดวิชากระบี่ ไร ้สิ้นสุด ทาการถอดจิตกระบี่หยั่งรู ้ของเจี้ยนอู๋เหิน
ทันใดนั้นภายในหัวของเขา พลันมีมนุษย์สีทองตัวจิ๋วปรากฏตัว ขึ้นมามากมาย และมนุษย์สีทองตัวจิ๋วเหล่านี้ต่างก็แสดงกระบวนท่า ของจิตกระบี่หยั่งรู ้ออกมา
เวลาผ่านไปมิถึงหนึ่งเค่อ
มนุษย์สีทองตัวจิ๋วมากมายก็ได้ผสานกายเข้าด้วยกัน จนตอนนี้ เหลือเพียงแค่มนุษย์สีทองตัวจิ๋วเพียงตัวเดียวเท่านั้น
ขณะเดียวกันจิตใจของเย่ฉางชิงพลันสงบและว่างเปล่า ก่อนจะ เริ่มเคลื่อนไหวด้วยท่วงท่าเดียวกับมนุษย์สีทองตัวจิ๋วเมื่อครู่
ยืนอยู่กลางอากาศ นิ้วชี้และนิ้วกลางกดไปที่หว่างคิ้ว
ทว่าวินาทีต่อมา
ก็เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น
เมื่อรอบกายของเย่ฉางชิงเปล่งประกายเจิดจ้า มีไอหมอกแผ่ ออกมา ราวกับสุดยอดกระบี่เซียนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางอากาศ
มินานร่างของเขาก็สั่นน้อย ๆ พร ้อมกับมีภาพลวงตามากมาย ปรากฏขึ้นรอบกายเขา
มิเพียงเท่านั้นภาพลวงตาเหล่านั้นยังมีไอพลังจาง ๆ แฝงอยู่ เพียงชั่วพริบตาก็กลายร่างเป็ นกระบี่
ใช่แล้ว !
จิตกระบี่เปลี่ยนร่าง !
จิตกระบี่เช่นนี้เจี้ยนอู๋เหินกลับรู ้สึกคุ้นเคยอย่างมาก
เพราะมัน ก็คือ จิตกระบี่หยั่งรู ้ที่เขาทาความเข้าใจมาโดยตลอด นั่นเอง
ทว่าสิ่งที่ทาให้ตาของเขาเกือบจะถลนออกมาจากเบ้า ก็คือ ต่อ ให้เขาแสดงฝีมือทั้งหมดออกมา ก็ทาได้เพียงกลั่นจิตกระบี่หยั่งรู ้ได้ บางส่วนเท่านั้น
แต่ท่านเย่ผู้นี้ กลับสามารถทาให้จิตกระบี่เปลี่ยนรูปร่าง ทั้งยัง แปลงเป็ นกระบี่ยาวสามเชียะได้ถึงสิบกว่าเล่มอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็ นจิตกระบี่หยั่งรู ้
เมื่อได้เห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
เจี้ยนอู๋เหินรู ้สึกราวกับมีเสียงวิ๊งดังขึ้นในโสตประสาท สมองเกิด อาการมึนงง มิสามารถแยกแยะได้ว่าภาพตรงหน้าแท้จริงแล้ว เป็ น ภาพลวงตาหรือว่าเป็ นเรื่องจริงกันแน่
‘นี่มัน ? ? ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
‘หรือว่านี่จะเป็ นขั้นสุดของจิตกระบี่หยั่งรู ้’
‘จิตกระบี่แปลงร่างเป็ นกระบี่ ! ’
‘สาแดงกระบี่ 18 เล่ม ! ’
‘เช่นนี้แล้ววิถีกระบี่ของท่านเย่สูงส่งเพียงใดกันแน่ แค่ออกแรง เพียงเล็กน้อยก็สามารถควบคุมขั้นสุดของจิตกระบี่หยั่งรู ้ได้แล้ว’
‘น่าเหลือเชื่อ ! ’
‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’
ตอนนั้นเองเย่ฉางชิงก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พร ้อมสะบัดแขนข้าง หนึ่ง จิตกระบี่ทั้งสิบแปดเล่มที่ลอยวนอยู่รอบกายของเขา พลันพุ่ง ออกไปทั่วทุกทิศทุกทาง
แต่ที่น่าแปลก ก็คือ จิตกระบี่ทั้งสิบแปดเล่มนี้กลับหายไปใน อากาศ มิได้ส าแดงนิมิตใด ๆ ออกมา
เย่ฉางชิงจึงอดมิได้ที่จะตกตะลึง
‘นี่มันหมายความว่าเยี่ยงไร ? ’
‘หรือข้าล้มเหลว ? ’
‘แต่มิน่าใช่ ! ’
‘เมื่อครู่นี้ข้าใช ้เคล็ดวิชากระบี่ไร ้สิ้นสุด ถอดจิตกระบี่ของเจี้ยนอู๋ เหิน และสามารถถอดได้อย่างสมบูรณ์แล้วนี่นา’
‘แต่จิตกระบี่จู่ ๆ กลับหายวับไป เหตุใดถึงมิมีอันใดเกิดขึ้นเลย ? ’
ทว่าขณะที่เย่ฉางชิงกาลังรู ้สึกสงสัยอยู่นั้น
เพียงชั่วประกายไฟแลบ
ภายในรัศมีสิบลี้รอบกายของเย่ฉางชิง ห้วงอากาศก็เกิดการ สั่นสะเทือนขึ้น ก่อนเกิดรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวมากมาย
อีกทั้งรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้ ต่อให้จะมีพลังของกฎ สวรรค์อยู่ ก็มิสามารถซ่อมแซมให้เป็ นเช่นเดิมได้ในเวลาสั้น ๆ
ซึ่งหมายความว่าจิตกระบี่ที่เย่ฉางชิงปล่อยออกมานั้น อยู่เหนือ ข้อจากัดของพลังแห่งกฏสวรรค์อีกงั้นหรือ ?
เมื่อเห็นดังนั้นเย่ฉางชิงที่ยืนหันหลังให้กับเจี้ยนอู๋เหิน ก็เผย รอยยิ้มยินดีออกมาในทันที
‘กระบี่ไร ้สิ้นสุดเป็ นเคล็ดวิชาที่ไร ้เทียมทานจริง ๆ คิดมิถึงว่าเพียง แค่ใช ้ภาพกระบี่ไร ้สิ้นสุดถอดจิตกระบี่ของเจี้ยนอู๋เหิน ก็จะมีพลานุ ภาพอันน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ได้’
‘ดี ดีมาก เยี่ยมไปเลย ! ’
เย่ฉางชิงลอบทอดถอนใจ ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า
‘ข้ายังมีสุดยอดอาวุธสังหารอย่างตาหนักเทพวาสนาด้วย อีกทั้ง เวลานี้ความแตกฉานในวิถีกระบี่ก็ยังสูงถึงระดับที่น่ากลัว’
‘เช่นนั้นแล้วข้ายังจะต้องเล่นละครตบตาผู้ใดอีก ? ’
‘มิต้องเล่นละครแล้ว เพราะข้าเป็ นผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง ! ’