เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 497 เจ้ากล้างั้นหรือ
ขณะที่เย่ฉางชิงเอ่ยถามขึ้น ภายในใจของเขาก็มีคาถามหนึ่งผุด ขึ้นเช่นกัน
‘บทเพลงโศกา ควรหาคนรู ้ใจที่ใดกัน’
‘เพลงนี้มิเลวจริง ๆ ! ’
‘แต่ก่อนหน้านี้หนิงซู่ซู่บอกว่าเพลงนี้เป็ นเคล็ดวิชาสังหารมิใช่ หรือ ? ’
‘ทว่าเหตุใดเขาถึงยังเล่นเพลงนี้ได้อย่างสบาย ๆ จนจบ และกลับ มิได้รู ้สึกถึงสิ่งใดเลย ? ’
‘หรือเป็ นเพราะข้ายังมิได้รู ้แจ้งวิถีแห่งดนตรี ? ’
‘คงจะใช่ ! ’
ขณะเดียวกันเมื่อหนิงซู่ซู่ได้สติขึ้นมา กลับรู ้สึกทาอันใดมิถูก
‘เป็ นเช่นไรบ้าง ? ’
‘เขาหมายความว่าเช่นไร ! ’
นางเพียงแค่กวาดตามองต าราเพลงผ่าน ๆ ยังรู ้สึกราวกับธาตุไฟ จะเข้าแทรก จนมิสามารถทาความเข้าใจเนื้อหาในตาราเพลงได้
และระหว่างที่เย่ฉางชิงดีดพิณนั้น เพียงแค่นิมิตที่ปรากฏขึ้น ด้านหลังของเขาก็ดึงจิตวิญญาณทั้งหมดของนางไปได้แล้ว จึงมิมีกะ จิตกะใจฟังเพลงที่เขาเล่นอีก
แต่สิ่งหนึ่งที่นางมั่นใจได้ ก็คือ เย่ฉางชิงมิได้ใช ้เคล็ดวิชาสังหาร ที่แฝงอยู่ภายในเพลงบทนี้ มิเช่นนั้นคงมิได้มีเพียงภาพนิมิตเท่านี้เป็ น แน่
ทว่าเคล็ดวิชาสังหารที่แฝงอยู่ในเพลงบทนี้ แท้จริงแล้วน่า สะพรึงกลัวเพียงใดกัน ?
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก หนิงซู่ซู่ก็ฉีกยิ้มออกมาพร ้อมกับพยัก หน้าน้อย ๆ “เพลงนี้มีพลังมหาศาล จังหวะน่าตื่นตระหนก เป็ นเพลงที่ หาฟังได้ยากยิ่งเจ้าค่ะ”
แต่ความจริงแล้วหนิงซู่ซู่อยากถามเย่ฉางชิงเหลือเกินว่า ภายใน เพลงบทนี้แท้จริงแล้วแฝงกลสังหารอันน่าสะพรึงกลัวเช่นไรเอาไว้กัน แน่
แต่เมื่อไตร่ตรองดูอีกที นางถึงขนาดมิสามารถมองเนื้อเพลงใน ตาราได้ ต่อให้รู ้ว่าเป็ นกลสังหารที่น่ากลัวแล้วจะทาอันใดได้ ?
ในทางกลับกันหากสัมผัสได้ถึงเคล็ดวิชาสังหารอันน่ า สะพรึงกลัวนี้จริง ๆ เกรงว่าอาจจะส่งผลต่อการบาเพ็ญเพียรของ นางในภายภาคหน้าก็เป็ นได้
ดังนั้นหลังจากใคร่ครวญอยู่พักใหญ่ นางก็เลือกที่จะปล่อยวาง เรื่องนี้ไป
สิ้นเสียงเย่ฉางชิงก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันอีกสักครู่ หนิงซู่ซู่ก็ได้ขอตัวลา
ทว่าเมื่อหนิงซู่ซู่กลับมาถึงยอดเขาสตรีหยก ก็ได้พบกับ ผลกระทบที่รุนแรงของเรื่องนี้
ก่อนหน้านี้ตอนที่เย่ฉางชิงดีดเพลงนั้น แม้มิได้ใช ้เคล็ดวิชา สังหารที่แฝงอยู่ในเพลงนั้น แต่อย่างใด ทว่าก็ยังคงมีนิมิตอันน่า สะพรึงกลัวปรากฏขึ้น
ดังนั้นจึงทาให้นางลืมสิ่งที่สาคัญที่สุดไป นั่นก็คือ ขณะที่เย่ฉาง ชิงดีดพิณเพลงนั้น ก็ได้แผ่ไอพลังมหามรรคาอันบริสุทธิ์ออกมาโดย มิรู ้ตัว
ทาให้ระดับและความรู ้แจ้งในมหามรรคาของนางในตอนนี้ก็ เกือบจะสมบูรณ์แล้ว
นั่นหมายความว่านางมีโอกาสที่จะบรรลุระดับได้ตลอดเวลา
“ตอนนี้ควรทาเช่นไรดี ? ”
“ความสัมพันธ ์ระหว่างข้ากับเขาเพิ่งจะใกล้ชิดกัน หากเกิดบรรลุ ในเวลานี้ มิเท่ากับต้องพลาดวาสนาครั้งนี้ไปหรอกหรือ ? ”
“มิได้ ข้าจะบรรลุตอนนี้มิได้อย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะต้องเสียใจ ไปชั่วชีวิตเป็ นแน่ เยี่ยงไรซะเขาก็เป็ นบุรุษเพียงผู้เดียว ที่ทาให้ข้า หนิงซู่ซู่รู ้สึกหวั่นไหวได้……”
หนิงซู่ซู่เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าร ้อนรน ขณะที่ฝืนสะกดตบะบารมีของ ตนเองไปด้วย
ทว่าแม้จะเป็ นเช่นนั้น แต่บัดนี้รอบกายของนางกลับมีแสงเปล่ง ประกายออกมาอย่างมิอาจควบคุมได้ หมอกแสงแผ่ออกมา เกิดคลื่น แสงเป็ นชั้น ๆ สาดส่องออกมาอย่างต่อเนื่อง ทาให้ความว่างเปล่า โดยรอบเกิดการบิดเบี้ยวขึ้นในทันที
โดยเฉพาะวงแสงแห่งมหามรรคามากมายทางด้านหลัง ที่กาลัง หมุนอย่างช ้า ๆ มีเปลวไฟลุกโชน สัญลักษณ์มหามรรคาต่าง ๆ ปรากฏขึ้น เป็ นปรากฏการณ์ที่มหัศจรรย์อย่างมาก
เวลาเพียงมิกี่อึดใจ
เรื่องที่หนิงซู่ซู่เป็ นกังวลก็เกิดขึ้น
ทันใดนั้นเกิดลมกรรโชกแรง ฟ้ าดินเปลี่ยนสีในทันใด
เวลามิถึงหนึ่งเคอ
มิเพียงแต่นิกายกระบี่สวรรค์ ทว่ารอบนิกายกระบี่สวรรค์ภายใน รัศมีหนึ่งร ้อยลี้ บัดนี้ท้องฟ้ าก็ได้มืดลงภายในพริบตา ให้ความรู ้สึก กดดันราวกับจะหายใจมิออก
เปรี้ยง !
หลังจากเสียงอันน่าสะพรึงกลัวดังสนั่นหวั่นไหวมาจากส่วนลึก ของหมู่เมฆ
สายฟ้ าสีขาวแสบตาที่ห่อหุ้มไอพลังทาลายล้างก็สาดส่องความ มืดลงมา และฟาดฟันทาลายความว่างเปล่าของบริเวณนี้ทันที
ถูกต้อง !
นี่ก็ คือ ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่ผู้แข็งแกร่งเหนือกว่าระดับเซียนใน ตานานหวั่นเกรงนั่นเอง
ทันใดนั้นทัณฑ์สวรรค์ก็ได้ฟาดฟันใส่หนิงซู่ซู่ ที่ยืนอยู่บนยอด เขาสตรีหยกในทันที
ขณะเดียวกันเมื่อเห็นภาพอัศจรรย์เช่นนั้น ทั้งยังสัมผัสได้ถึงไอ พลังหลักเต๋าอันโกลาหลที่แผ่ไปทั่วทุกทิศทุกทาง ส่งผลให้ทั้งนิกาย กระบี่สวรรค์ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นในทันที
“นี่มัน ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตในตานานนี่นา ! ”
“ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตฟาดฟันลงมาที่ยอดเขาสตรีหยก นี่ก็ หมายความว่าท่านบรรพจารย์หนิงในที่สุดก็สามารถทะลวง พันธนาการได้แล้ว และก าลังจะก้าวเข้าสู่ระดับเทพพิภพในต านาน ! ”
“ใช่แล้ว ขอเพียงท่านบรรพจารย์หนิงบรรลุได้สาเร็จ เช่นนั้น ชื่อเสียงของนิกายกระบี่สวรรค์ของเราจะต้องเลื่องลือออกไปอย่าง แน่นอน อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะได้เป็ นสานักเซียนอันดับหนึ่งของหลิง โจวอีกด้วย”
“พวกเราผู้บาเพ็ญเพียรตั้งใจฝึ กฝนมาร ้อยปี พันปี ก็เพื่อให้ ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตฟาดฟัน และก้าวเข้าสู่เส้นทางโบราณ เพื่อขึ้นสู่ จุดสูงสุดของวิถีเซียนมิใช่หรือ ? ”
“แต่น่าเสียดายที่นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้แข็งแกร่งที่ สามารถก้าวถึงระดับไร ้เทียมทานที่แท้จริงมีสักกี่คนกัน ? ”
“วิถีเซียนยาวไกล เต็มไปด้วยขวากหนาม สุดท้ายแล้วส่วนใหญ่ กลับเหลือเพียงเถ้าธุลี ช่างน่าอนาถยิ่งนัก ! ”
“ตาเฒ่าสวี่ เจ้ามิต้องเศร ้าไปหรอก ท่านบรรพจารย์หนิงสามารถ ก้าวมาถึงขั้นนี้ได้ นั่นหมายความว่าเส้นทางนี้ยังคงสามารถก้าวเดิน ต่อไปได้ ขอเพียงพวกเรามีโอกาสและวาสนา เชื่อว่าจะต้องสามารถ ก้าวสู่เส้นทางโบราณและขึ้นไปจุดสูงสุดของวิถีเซียน เช่น ท่านบรรพ จารย์หนิงได้เหมือนกัน”
“ก็จริง พวกเราต้องยินดีกับท่านบรรพจารย์หนิงสิถึงจะถูก ! ”
“……”
“……”
มินานเมื่อเวลาผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูป
ระหว่างที่หนิงซู่ซู่มีสีหน้ามิพอใจและมีสภาพสะบักสะบอมนั้น
นางก็ได้ยินเสียงดังแว่วออกมาจากด้านนอกประตู
“ผู้น้อยยินดีด้วยขอรับ ! ”
เมื่อได้ยินดังนั้นหนิงซู่ซู่พลันมีสีหน้าเข้มขึ้น อดมิได้ที่จะเผยสี หน้าโกรธเกรี้ยวออกมา
เจ้าพวกนี้มาแสดงความยินดีกับนางช่างมิรู ้เวลาร่าเวลาจริง ๆ นี่ มิเท่ากับตั้งใจทาให้นางหงุดหงิดหรอกหรือ !
เพียงชั่วประกายไฟแลบ
สายฟ้ าสีขาวแสบตาที่ห่อหุ้มด้วยไอพลังพิฆาต พลันแปลงกาย เป็ นมังกรสายฟ้ าตัวหนึ่งและพุ่งเข้ามาทางหนิงซู่ซู่ หวังที่จะกลืนกิน นางเข้าไป
เมื่อเห็นดังนั้นหนิงซู่ซู่ก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะรวบรวม สมาธิและกระตุ้นพลังวิญญาณมหาศาลภายในร่างอย่างรวดเร็ว ท า ทุกวิถีทางเพื่อต้านทานทัณฑ์สวรรค์พิฆาตสายนั้น
ขณะเดียวกันนางก็ยังคงสะกดตบะบารมีของตนเองเอาไว้ เพื่อมิ ให้ตนเองก้าวเข้าสู่ระดับเทพพิภพในเวลานี้
วินาทีต่อมาขณะที่นางเพ่งสมาธิ นาพิณโบราณตัวหนึ่งมาวางไว้ ด้านหน้า หวังที่จะโจมตีทัณฑ์สวรรค์พิฆาต
ทว่าเสียงเย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของนาง
“เด็กน้อย เจ้าฝืนสะกดตบะบารมีของตนเอง และคิดที่จะต้านทาน ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตไว้อีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“เจ้ารู ้หรือไม่ต่อให้เจ้าก้าวสู่ระดับเทพพิภพในเวลานี้ แต่เมื่อ เผชิญหน้ากลับทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่แฝงพลังแห่งกฎเอาไว้ เยี่ยงไร ซะก็จะยังคงได้รับบาดเจ็บอยู่ดี ? ”
เมื่อได้ยินดังนั้นร่างของหนิงซู่ซู่ก็สั่นเทาน้อย ๆ ก่อนจะหันไป มองผู้เฒ่าชุดดาที่อยู่ทางด้านหลัง
“ผู้อาวุโสท่านหมายความว่าให้ข้าเลื่อนขึ้นเป็ นระดับเทพพิภพ ในเวลานี้จริง ๆ หรือเจ้าคะ ? ”
หนิงซู่ซู่ส่ายหน้าไปมาอย่างมิยอมแพ้ พลางเอ่ยด้วยสีหน้าแน่ว แน่ว่า “แต่หากเลื่อนขึ้นเป็ นระดับเทพพิภพ ข้าก็จะต้องไปจากที่นี่ เพื่อค้นหาเส้นทางโบราณ ค้นหาโอกาสขึ้นแดนเซียนโบราณ มิ เช่นนั้นก็จะต้องตายเพราะทัณฑ์สวรรค์พิฆาต”
“เด็กน้อย ข้าขอถามอันใดเจ้าสักอย่าง”
ผู้เฒ่าชุดด าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะมีท่าทางอ่อนลง พร ้อมกับ เอ่ยด้วยน้าเสียงอ่อนโยนว่า “หากเจ้าต้องละทิ้งตบะบารมีของตนเพื่อ นายท่าน เจ้าจะยอมท าหรือไม่ ? ”
ห๊ะ !
หนิงซู่ซู่พลันตกตะลึงงันและแข็งค้างราวกับหินในทันที
เพราะการที่นางสามารถมีตบะบารมีเช่นทุกวันนี้ได้มิใช่เรื่อง ง่ายดายเลย เรียกได้ว่าประสบกับอันตรายมากมายจนนับมิถ้วน อดทนต่อความโดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงา ที่มนุษย์ธรรมดามิสามารถ ทานทนได้
ตอนนี้จะให้นางละทิ้งทุกสิ่งเพื่อเขา นางจะทาได้จริง ๆ น่ะหรือ ?
อีกอย่างหากนางยอมละทิ้งตบะบารมีทั้งหมด ถึงตอนนั้นเขาจะ คิดเช่นไร ?
จะรู ้สึกอันใดกับนางบ้างหรือไม่ ?
หลังจากนิ่งเงียบไปสักพัก หนิงซู่ซู่ก็มีท่าทางแน่วแน่ และเอ่ยกับ ผู้เฒ่าชุดดาด้วยน้าเสียงจริงจังว่า “ข้ากับเขาจะมีโอกาสจริงหรือ ? ”
ทันทีที่สิ้นเสียง ครั้งนี้กลับเป็ นผู้เฒ่าชุดดาที่เอ่ยอันใดมิออกเสีย เอง และในตอนนั้นเอง ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่แปลงร่างเป็ นมังกร สายฟ้ า ก็ได้ปรากฏขึ้นยังด้านบนของหนิงซู่ซู่
เมื่อเห็นดังนั้นหางตาของผู้เฒ่าชุดดาก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อน จะค ารามเสียงดังว่า
“เจ้ากล้างั้นหรือ !”