เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 498 ชางโจวเปลี่ยนไป
ผู้เฒ่าชุดดาเงยหน้าขึ้นคารามเสียงดัง พลังอันน่าสะพรึงกลัว ระเบิดออกมาจากร่างภายในพริบตา
ขณะเดียวกันก็สะบัดแขนเสื้อหนึ่งครั้ง กระดานหมากเฉียนคุนก็ ปล่อยล าแสงสีด าคลุมด้านบนศีรษะของหนิงซู่ซู่เอาไว้ทันที
ทันใดนั้นเองเมื่อมังกรสายฟ้ าที่ก่อกาเนิดจากทัณฑ์สวรรค์ พิฆาตพุ่งเข้าดูดกลืน
กระดานหมากเฉียนคุนก็เปล่งแสงออกมา สัญลักษณ์มหา มรรคามากมายโปรยปรายลงมา ก่อนที่ลาแสงขาวดาอันเจิดจ้าจะ สาดส่องออกมา
วินาทีต่อมา ภาพสุดพิลึกพิลั่นก็ปรากฏขึ้น !
เมื่อมังกรสายฟ้ าอันน่าเกรงขามที่เกิดจากทัณฑ์สวรรค์พิฆาต ถูกกระดานหมากเฉียนคุนดูดกลืนจนหายวับไปอย่างไร ้ร่องรอย
เมื่อเห็นภาพตรงหน้าร่างของหนิงซู่ซู่ก็สั่นน้อย ๆ พร ้อมกับแข็ง ค้างอยู่ที่เดิม
ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตน่ากลัวเพียงใดนั้น นางย่อมรู ้ซึ้งดี แต่บัดนี้ กลับถูกกระดานหมากโบราณกระดานหนึ่งดูดกลืนเข้าไปอย่าง ง่ายดาย
ทว่านี่มิใช่สายฟ้ าธรรมดา แต่แฝงไว้ซึ่งพลังแห่งกฎ เป็ นทัณฑ์ สวรรค์พิฆาตที่มีผู้บาเพ็ญเพียรระดับเทพพิภพต่างหวาดหวั่น !
แต่กระดานหมากนี้เป็ นของล้าค่าเช่นไรกันแน่ ถึงสามารถ ดูดกลืนทัณฑ์สวรรค์พิฆาตได้อย่างง่ายดาย !
‘น่าเหลือเชื่อ ! ’
‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’
ในขณะที่หนิงซู่ซู่จิตใจมิอยู่กับเนื้อกับตัวนั้น เสียงที่เต็มไปด้วย ความน่าเกรงขาม แต่กลับแยกมิออกว่าเป็ นเสียงของบุรุษหรือสตรีก็ ดังขึ้นกลางอากาศ
“ท่านลงมายังสวรรค์บูรพาโดยพลการ ข้าก็ยอมหลับตาข้างหนึ่ง แล้ว”
“บัดนี้ท่านยังกล้าเข้ามายุ่งกับกฎของสวรรค์บูรพา มิกลัวผล กรรมนี้เลยเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“เพื่อนายท่านแล้ว ผลกรรมแค่นี้จะเป็ นอันใดไป ? ”
ผู้เฒ่าชุดดายืนเอามือไพล่หลัง มองท้องฟ้ าที่มีเมฆสีดาคล้อยต่า ด้วยท่าทางเย็นชา “อีกอย่างเด็กคนนี้ก็ยังมิได้ก้าวสู่ระดับเทพพิภพ แต่เจ้ากลับฟาดฟันทัณฑ์สวรรค์พิฆาตลงมา เจ้าเคยคิดถึงผลกรรมนี้ หรือไม่ ? ”
“วันนี้ข้าจะขอเตือนเจ้าสักอย่าง อย่าว่าแต่เจ้าแห่งสวรรค์บูรพา เล็ก ๆ เช่นเจ้าเลย ต่อให้เป็ นเจ้าแห่งแดนเซียนโบราณ วันหน้าหาก นายท่านกลับไปก็ต้องยอมสยบให้อยู่ดี”
ทันทีที่สิ้นเสียง กลางอากาศก็มีเสียงดูแคลนเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ท่านหยุดเอ่ยวาจาเหลวไหลได้แล้ว ข้ารู ้ดีว่าเจ้าแห่งสวรรค์ บูรพามิได้ยิ่งใหญ่ใด ๆ แต่เบื้องบนยังมีผู้ที่น่ากลัวยิ่งกว่า การปรากฏ ตัวของท่านก็ผิดมากพอแล้ว แล้วข้าก็มิเชื่อว่าจะยังมีผู้ที่จะน่ากลัว กว่านี้อยู่อีก”
“แต่ช่างเถอะ วันนี้ข้าจะเห็นแก่หน้าท่านสักครั้ง แต่ท่านต้อง รับปากว่าสตรีนางนี้จะต้องรีบไปยังเส้นทางโบราณ มิเช่นนั้นวันหน้า จะต้องดับสูญโดยทัณฑ์สวรรค์พิฆาตอย่างแน่นอน”
มิกี่อึดใจต่อมา
เสียงลึกลับนี้แม้จางหายไปในอากาศแล้ว แต่ท้องฟ้ าทั่วทั้งนิกาย กระบี่สวรรค์ก็ยังคงปกคลุมไปด้วยหมู่เมฆ และเสียงฟ้ าคารามกึกก้อง
แต่ทั้งหมดนี้กลับกลายเป็ นเพียงสัญญาณของฝนห่าใหญ่ เท่านั้น หาใช่ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตจะฟาดฟันลงมาอีกไม่
“ผู้อาวุโส เสียงนั้น……” หนิงซู่ซู่หลังจากได้สติขึ้นมา ก็ได้เอ่ยกับ ผู้เฒ่าชุดดาด้วยน้าเสียงตะกุกตะกัก
“เด็กน้อย เรื่องบางเรื่องเจ้ามิรู ้จะดีกว่า” ผู้เฒ่าชุดดาเอ่ยปฏิเสธ อย่างมิไว้หน้า
“ผู้อาวุโสระดับตบะบารมีของข้ารวมทั้งความรู ้แจ้งในมหามรรคา เข้าใกล้ความสมบูรณ์เต็มที จนแทบจะมิสามารถสะกดตบะบารมีได้ อีกแล้ว”
หนิงซู่ซู่พยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ดังนั้นผู้น้อยตัดสินใจ ว่าจะตัดตบะบารมีของตนเองทิ้ง และเริ่มใหม่อีกครั้งเช่นเดียวกับเขา เจ้าค่ะ”
เอ่ยเพียงเท่านั้นภายในกายของหนิงซู่ซู่ก็มีพลังวิญญาณหมุน วน เลือดลมพลุ่งพล่าน ไอพลังต่าง ๆ ที่แผ่อยู่รอบกายแทบจะระเบิด ออกมาภายในพริบตา
ใบหน้าอันงดงามของนางก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทว่ายังแผ่ ความดุดันออกมาด้วย
ผู้เฒ่าชุดดาเห็นดังนั้นก็เกิดความลังเลขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะโบก มือและเอ่ยขึ้นว่า “เจ้ามิจาเป็ นต้องตัดทอนตบะบารมีของตนเอง หาก ข้าสามารถหาสมบัติฟ้ าดินชิ้นหนึ่งเจอ เจ้าก็จะสามารถสะกดตบะ บารมีเอาไว้ได้ และมิสามารถบรรลุภายในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้นร่างของหนิงซู่ซู่ก็สะดุ้งน้อย ๆ ก่อนจะหยุดสิ่งที่ ท าอยู่ลงทันที
แม้นางตัดสินใจที่จะตัดทอนตบะบารมีของตนเองและเริ่มบาเพ็ญ เพียรใหม่อีกครั้ง แต่หากเป็ นไปได้ล่ะก็ นางเองก็มิอยากใช ้วิธีนี้
“ผู้อาวุโส สวรรค์บูรพามีสมบัติฟ้ าดินเช่นนั้นอยู่จริงหรือเจ้าคะ ? ”
หนิงซู่ซู่ขมวดคิ้วน้อย ๆ ขณะเอ่ยถามผู้เฒ่าชุดดา
“มี ! ”
ผู้เฒ่าชุดด าพยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า “แต่ข้าต้องใช ้เวลาสักพัก”
“อีกอย่างระหว่างนี้เจ้าต้องไปจากที่นี่ก่อน และต้องใช ้กระดาน หมากเฉียนคุนช่วยสะกดตบะของเจ้าเอาไว้ตลอดเวลา มิเช่นนั้นเจ้า จะเกิดการบรรลุและถูกเจ้าเฒ่านั่นสัมผัสได้ และฟาดฟันทัณฑ์ สวรรค์พิฆาตลงมาอีกครั้ง”
ในที่นี้ต้องบอกว่าเมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาท่านนี้ ผู้เฒ่าชุดด าเองก็รู ้สึกกลัวมิน้อยเช่นกัน เพราะเดิมทีร่างเดิมของเขา ก็ได้รับความเสียหายไปมิน้อย ท าให้พลังของเขาเสียหายไปเป็ น จ านวนมาก
มิหนาซ้าอีกฝ่ ายยังเป็ นถึงเจ้าแห่งสวรรค์บูรพา และกฎของที่นี่ อีกฝ่ ายก็เป็ นผู้ควบคุม หากสู้กันขึ้นมาเขาคงทาได้เพียงหลบหลีก พลังของอีกฝ่ายเท่านั้น
มิเพียงเท่านั้นก่อนหน้านี้ การใช ้ร่างเดิมดูดกลืนทัณฑ์สวรรค์ พิฆาตสายหนึ่งเข้าไป ก็เรียกได้ว่าเกินขีดจากัดของเขาแล้ว
หากมิใช่เพราะหนิงซู่ซู่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ ์ในภายภาค หน้าระหว่างเขากับนายท่านแล้วล่ะก็ เขาคงมิมีทางยื่นมือเข้า ขัดขวางอย่างแน่นอน
ด้านหนิงซู่ซู่ลังเลอยู่สักพัก จึงประสานมือคารวะให้แก่ผู้เฒ่าชุด ดา “ผู้น้อยขอน้อมรับคาสั่งของผู้อาวุโสเจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าชุดด าพยักหน้า……
….
หลายวันผ่านไป
ชางโจวทางด้านเหนือของมหาสมุทรแท้จริง
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกล มีต้นไม้เก่าแก่ขึ้นหนาแน่น แต่กลับไร ้ ผู้คนอาศัยอยู่
แต่มิได้เป็ นเพราะปราณวิญญาณฟ้ าดินแห้งแล้ง ถึงทาให้ที่นี่ถูก ขนานนามว่า ชางโจว
กลับกันปราณวิญญาณภายในชางโจวนั้นเข้มข้นอย่างมาก มากกว่าปราณวิญญาณของแคว้นที่อยู่ใกล้เคียงเสียด้วยซ้าไป
อีกทั้งทุกพื้นที่ยังเต็มไปด้วยสมบัติล้าค่าที่อยู่มานับพันปี หรือ หมื่นปี เสียด้วยซ้า รวมถึงซากปรักหักพังและแดนวาสนาโบราณ มากมายอีกด้วย
ทว่านับตั้งแต่อดีตมา ชางโจวนั้นถูกเหล่าปีศาจที่แข็งแกร่งและดุ ร ้ายจ านวนมากยึดครอง
ภายในนั้นยังมีสิ่งมีชีวิตโบราณอาศัยอยู่อีกหลายตน มิหนาซ้า พลังที่แท้จริงของพวกเขานั้นเหนือกว่าผู้แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ามนุษย์ อีกด้วย
แต่ในวันนี้เอง
ตู้ม !
ลาแสงที่ทรงพลังสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากส่วนลึกของแดน ต้องห้าม ที่เต็มไปด้วยความลึกลับโดยไร ้ซึ่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า
ทันใดนั้นราวกับหินก้อนหนึ่งที่ทาให้เกิดคลื่นนับพันชั้น กลายเป็ นปรากฏการณ์ที่ตระการตายิ่งนัก
ส่วนด้านล่างของลาแสงสายนั้น เหมือนจะมีแท่นบูชาเก่าแก่แท่น หนึ่งตั้งอยู่ มีสัญลักษณ์และลวดลายโบราณปกคลุมจนแน่นขนัด ไอ พลังด ามืดลอยอบอวล
แผ่นหินที่ผุกร่อนจนเหลือเพียงโครงร่างหลายแผ่น ตั้งอยู่ตามจุด ต่าง ๆ เหมือนกับแบ่งตามรูปแบบบางอย่าง เวลานี้กลับเปล่งแสง ขึ้นมา สายฟ้ าแลบแปลบปลาบ
ใช่แล้ว !
พูดให้ถูก ก็คือ สิ่งนี้หาได้เป็ นแท่นบูชาอันใดไม่ แต่ดูเหมือนจะ เป็ นค่ายกลห้วงเวลาโบราณค่ายกลหนึ่งเสียมากกว่า
ในเวลานี้บุรุษและสตรีที่มีรูปร่างต่างกันหลายคน และมีไอพลังอัน แข็งแกร่งแผ่ออกมา อีกทั้งยังมีเหล่าปีศาจที่มีรูปร่างขนาดใหญ่ราว กับภูผาหลายตนล้อมอยู่ด้านนอก
“ท่านพยัคฆ์ขาว เหมือนยังมิถึงเวลา เหตุใดจู่ ๆ ค่ายกลห้วงเวลา ถึงเปิดขึ้นได้เล่า ? ”
“ชิงหมิง ค่ายกลห้วงเวลาเปิดได้เยี่ยงไรมิใช่เรื่องที่เราควรกังวล แต่บัดนี้เมื่อค่ายกลห้วงเวลาเปิดขึ้นแล้วก็แสดงว่าทางนั้นกาลังมีคน มา”
“เหตุใดถึงมิควรกังวลเล่า ทุกครั้งที่ค่ายกลห้วงเวลาเปิ ดออก ล้วนเป็ นเพราะฝั่งนั้นข้ามมาค้นหายาวิเศษและจิตวิญญาณฟ้ าดิน บัดนี้ผ่านไปยังมิถึงห้าร ้อยปี พวกเขาก็กลับมากันอีกแล้ว พวกเรา ควรจะจัดการเช่นไรดี ? ”
“พี่กิเลนไฟ ที่ชิงหมิงกล่าวมาก็มีเหตุผล เพราะหากคนบาปเช่น พวกเราขัดคาสั่งของเหล่าบรรพบุรุษ ก็ต้องเลื่อนออกไปอีกหมื่นปี กว่าจะกลับไปยังเผ่าได้……”
“หุบปากให้หมด พวกเขามาแล้ว”
เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ
บนค่ายกลห้วงเวลาอันเก่าแก่ก็ปรากฏร่างหลายร่างขึ้น
ทว่าเมื่อร่างทุกร่างทยอยเดินออกมาจากลาแสง เหล่าสตรีและ บุรุษที่เฝ้ าอยู่ด้านนอกพลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป ท่าทางเต็มไปด้วย ความตื่นตระหนก
นี่มัน ! ! !
นี่มันเรื่องอันใดกันแน่ !
เหล่าท่านบรรพบุรุษมาเยือนชางโจว !