เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 499 คิดมิถึงว่าพวกเขาจะนามาให้ถึงที่
“ผ่านไปนานเพียงใดแล้ว คิดมิถึงว่าพวกเราจะได้กลับมาที่รอบ นอกของสวรรค์บูรพาอีกครั้ง”
“ก็ใช่น่ะสิ ครั้งก่อนเพื่อแย่งชิงตาหนักเทพวาสนา ผู้แข็งแกร่ง ของทุกเผ่าล้วนแต่ข้ามมหาสมุทรแท้จริงมายังที่แห่งนี้โดยมิหวั่นเกรง สิ่งใด”
“ใช่แล้ว หวนคิดถึงตอนนั้น หลังจากเจ้ามนุ ษย์ผู้นั้นถูกผู้ แข็งแกร่งของเผ่าต่าง ๆ ล้อมเอาไว้ กลับโยนต าหนักเทพวาสนา ออกไป จนท าให้เกิดศึกครั้งใหญ่ขึ้น”
“ศึกครั้งนั้นเผ่าต่าง ๆ ล้วนต้องสูญเสียไปจานวนมาก โดยเฉพาะ เผ่าปีศาจของข้าเรียกได้ว่าสูญเสียหนักที่สุด สมบัติเซียนมากมาย ของเผ่าถูกทาลาย บรรพบุรุษที่หลงเหลืออยู่เพียง 13 คนก็ได้ตายใน ศึกครั้งนั้นไปถึง 10 คนอีกด้วย”
“แต่ต้องชื่นชมสติปัญญาของบรรพบุรุษท่านนั้นจริง ๆ ก่อนที่ เขาจะดับสูญ ได้ใช ้วิชาพลิกฟ้ าท านายว่าต าหนักเทพวาสนายังอยู่ ที่นี่ ดังนั้นก่อนดับสูญจึงได้กาชับบรรพบุรุษ 3 ท่านที่เหลืออยู่ มิว่า เยี่ยงไรก็จะต้องสร ้างค่ายกลห้วงเวลาที่นี่ให้ได้”
“บัดนี้เมื่อตาหนักเทพวาสนาปรากฏขึ้นมาอีกครา รอยประทับที่ เหล่าบรรพบุรุษทิ้งเอาไว้ด้านบน ในที่สุดก็สามารถสัมผัสได้ว่า ตาหนักเทพวาสนาถูกเจ้ามนุษย์ผู้นั้นซ่อนเอาไว้ที่นี่จริง ๆ ”
“จริงสิ พี่ไก่ฟ้ าเขียวครั้งนี้ท่านได้นาสมบัติเซียนเจิ้นหยวนของ เผ่ามังกรเขียวของท่านมาด้วยใช่หรือไม่ ? ”
“ใช่แล้ว หากมิมีสิ่งใดผิดพลาด เผ่าปี ศาจของเราคงจะมาถึง ก่อนเผ่าอื่น ๆ แต่ตาหนักเทพวาสนานั้นสาคัญยิ่งนัก ดังนั้นมิอาจ ปล่อยให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้เป็ นอันขาด”
“พวกเจ้ามิต้องกังวล ข้ารอวันนี้มานับหมื่นปี แล้วจะมินาสมบัติ ล้าค่าของเผ่ามังกรเขียวมาด้วยได้เยี่ยงไรกัน ? ”
“เช่นนี้ก็ดี หากสามารถได้ตาหนักเทพวาสนามาครอบครอง ตา เฒ่าอย่างพวกเราก็จะสามารถก้าวสู่เส้นทางโบราณ เพื่อตามหา โอกาสขึ้นไปเบื้องบนได้ก่อนที่ความโกลาหลอันดามืดจะเกิดขึ้น”
“ทุกท่าน ช่วงนี้เคยได้ยินเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่มีนามว่า ราชัน ทมิฬ หรือไม่?”
“เจ้า……เจ้าเด็กชั่วผู้นั้นข้าย่อมเคยได้ยินอย่างแน่นอน ก่อนหน้า นี้มินานสุสานของเผ่าสุนัขสวรรค์ของข้าก็เพิ่งถูกเจ้าเด็กนั่นขุด เช่นกัน”
“พี่เซียวเย่ แต่เจ้าเด็กคนนี้ป่ าวประกาศบอกคนนอกว่าเขามา จากเผ่าสุนัขสวรรค์ของท่าน แล้วเหตุใดสุสานของเผ่าสุนัขสวรรค์ ของพวกท่านยังถูกขุดอีกเล่า ? ”
“ถุย ช่างไร ้สาระสิ้นดี เผ่าสุนัขสวรรค์ของข้าจะมีคนที่สารเลว เช่นนี้ได้เยี่ยงไรกัน หากมีจริงข้าคงลงมือกาจัดด้วยตนเองตั้งนาน แล้ว”
“แต่พวกเจ้าอย่าได้เอ่ยไป เพราะที่มาของเจ้าเด็กคนนี้เหมือนจะ มิธรรมดาเลย โดยเฉพาะภาพเทพปีศาจของเขาภาพนั้น แม้แต่ข้าก็ ยังขัดขวางเอาไว้มิได้เช่นกัน”
“……”
“……”
ระหว่างที่บุรุษและสตรีกลุ่มหนึ่งที่อยู่รอบนอกค่ายกลห้วงเวลา และเหล่าสัตว์ปีศาจกาลังตื่นตระหนกอยู่นั้น
เหล่าผู้เฒ่าที่มีรูปร่างประหลาด แต่กลับมีสติปัญญาโดดเด่น ต่างพูดคุยกันอย่างยิ้มแย้มขณะเดินออกมาจากล าแสง
แน่นอนว่าทางด้านหลังของพวกเขายังมีผู้แข็งแกร่งอีกมากมาย ที่ยังคงก้าวออกมาจากลาแสงอย่างต่อเนื่อง
“ผู้น้อยคารวะผู้อาวุโสทุกท่าน”
เหล่าคนที่อยู่รอบนอกเมื่อได้สติขึ้นมา ก็รีบหมอบลงกับพื้น พลางเอ่ยด้วยความเคารพ
ได้ยินดังนั้นผู้เฒ่าที่มีร่างกายก าย า บนศีรษะมีเขาสองข้าง และ แผ่ไอพลังอันรุนแรงที่เดินอยู่ด้านหน้าท่านหนึ่ง ก็ปรายตามองคน เหล่านั้นรวมถึงเหล่าปีศาจร่างใหญ่กลุ่มหนึ่ง พลางเอ่ยเสียงเรียบว่า
“หากครั้งนี้พวกข้าได้ตาหนักเทพวาสนามาแล้ว พวกเจ้าก็มิ จาเป็ นจะต้องอยู่ที่นี่อีก และจะได้เดินทางผ่านค่ายกลห้วงเวลากลับไป ยังเผ่าของตนเสียที”
ทันทีที่สิ้นเสียง ทุกคนในที่นั้นต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ท่าทางเต็ม ไปด้วยความตื่นเต้นยินดี พลางคานับลงกับพื้นให้แก่ชายชราผู้นั้น ในทันที
ตอนนั้นเองผู้เฒ่าคิ้วแดงที่มีหลังค่อม แต่กลับแผ่ไอพลังชีวิต มหาศาลออกมาจากกายผู้หนึ่ง ก็ได้กวาดตามองก่อนจะเอ่ยถามว่า
“พวกเจ้าเฝ้ าสังเกตการณ์ที่นี่มาหลายพันปี เคยได้ตรวจสอบสานัก เซียนต่าง ๆ หรือไม่ ? ”
บุรุษผู้เป็ นหัวหน้าที่มีดวงตาสีแดงและผมสีแดงชะงักไป ก่อนจะ หยิบม้วนหนังสัตว์โบราณแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ พร ้อมมอบให้ ด้วยสองมือ
“ผู้อาวุโส เนื่องจากไอปี ศาจบนกายของพวกเรายังมิหมดสิ้น ดังนั้นจึงทาได้เพียงใช ้เคล็ดจิตวิญญาณควบคุมผู้บาเพ็ญเพียรเผ่า มนุษย์ จากนั้นก็เข้าไปในสานักเซียนแคว้นต่าง ๆ ”
“ทุกสิ่งที่บันทึกบนม้วนหนังสัตว์นี้ คือสิ่งที่พวกเราได้ใช ้เวลา หลายพันปีในการตรวจสอบขอรับ”
ผู้เฒ่าคิ้วแดงกวาดตามองบุรุษผู้นี้ด้วยความสงสัย ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ม้วนหนังสัตว์ออก และพบว่าสิ่งที่อยู่ในม้วนหนังสัตว์เป็ นไปตามที่ บุรุษผมแดงกล่าวเอาไว้มิมีผิด
ข้อมูลในม้วนหนังสัตว์ คือ โครงสร ้างของแคว้นต่าง ๆ ในสวรรค์ บูรพา รวมถึงการแบ่งอ านาจส านักเซียนของแต่ละแคว้นด้วย
มิเพียงเท่านั้นตรงด้านล่างยังมีหมายเหตุ เส้นสนกลในและพลัง ของแต่ละส านักเซียนบันทึกไว้อีกด้วย เรียกได้ว่ามีข้อมูลทุกด้านจริง ๆ
สิ่งนี้ทาให้ผู้เฒ่าคิ้วแดงหัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะ หมุนกายและเอ่ยขึ้นว่า “ทุกท่าน เพื่อป้ องกันเหตุมิคาดฝัน พวกเรา รีบใช ้เคล็ดวิชาลับ ค้นหาต าแหน่งของต าหนักเทพวาสนากันเถอะ”
“คิ้วแดงกล่าวถูกต้องแล้ว ในศึกครั้งนั้นบนตาหนักเทพวาสนา แทบจะมีรอยประทับจิตวิญญาณของผู้แข็งแกร่งจากทุกเผ่าทิ้งเอาไว้ หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดเผ่าต่าง ๆ เองก็คงอยู่ระหว่างการเดินทางมา ที่นี่เช่นกัน”
“เวลามิคอยท่า เช่นนั้นก็สาแดงเคล็ดวิชาลับกันเลยเถอะ”
บรรพบุรุษเผ่าปีศาจทั้งหลายมีความเห็นตรงกัน จากนั้นจึงได้ เหาะขึ้นฟ้ าไปทันที
วินาทีต่อมารอบกายของพวกเขาก็เปล่งแสงและแผ่หมอกแสง ออกมา พลังปราณมหาศาลและพลุ่งพล่านขึ้น
มินาน ห้วงอากาศภายในรัศมีร ้อยจั้งรอบกายของพวกเขา ก็เกิด ระลอกคลื่นเป็ นชั้น ๆ ขึ้นทันที
ขณะที่ทางด้านหลังของพวกเขาได้ปรากฏเงาดาขนาดใหญ่ หลายเงาขึ้นกลางอากาศ และแผ่พลังมหาศาล……
เวลาผ่านไปมิถึงหนึ่งก้านธูป
ภาพลวงตาด้านหลังของพวกเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นมิหยุด หลังจากแสงสีเลือดหลายสายทะยานขึ้นไป ก็เกิดการหลอมรวมที่ แปลกประหลาดขึ้น
สุดท้ายเมื่อนกสีเลือดที่ทั้งร่างปกคลุมไปด้วยสัญลักษณ์แห่งมหา มรรคาต่าง ๆ ส่งเสียงร ้องออกมา จากนั้นก็ได้แปลงกายเป็ นลาแสงสี เลือดพุ่งไปยังทิศทางหนึ่งในทันที
“ตามไป ! ”
ผู้เฒ่าคิ้วแดงคารามก้อง ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะหายวับไป และแปลงเป็ นเงาด าหลายสายตามนกสีเลือดไปติด ๆ
ส่วนเหล่าผู้แข็งแกร่งเผ่าปีศาจที่อยู่ด้านล่าง หลังจากส่งสายตา สื่อสารกันแล้วก็รีบเหาะขึ้นฟ้ าไป
……
……
ขณะเดียวกันผู้เฒ่าชุดด าหลังจัดแจงให้หนิงซู่ซู่พักผ่อน เรียบร ้อยแล้ว และจากไปอย่างรีบร ้อน เวลานี้เขากาลังยืนเอามือไพล่ หลังอยู่ที่ริมมหาสมุทรแท้จริง
เขายอมรับว่าในเวลานี้อดมิได้ที่จะรู ้สึกลังเลขึ้นมา
กระดานหมากล้อมเฉียนคุนอันเป็ นร่างจริงของเขา เนื่องจาก ต้องคอยสะกดตบะบารมีของหนิงซู่ซู่เอาไว้ จึงจาต้องทิ้งเอาไว้ที่หนิงซู่ ซู่
ส่วนเขาที่ต้องออกเดินทางในครั้งนี้ จาเป็ นต้องข้ามมหาสมุทร แท้จริงเพื่อไปยังเผ่าปี ศาจที่อยู่ส่วนกลางของสวรรค์บูรพา เพราะ สมบัติล้าค่าฟ้ าดินที่เขาต้องตามหานั้น คือ สมบัติของเผ่ามังกรเขียว
ดังนั้นการไปในครั้งนี้ย่อมเลี่ยงมิได้ที่จะต้องเปิดศึกกับเผ่าปีศาจ
ทว่าเยี่ยงไรซะเขาก็เป็ นเพียงจิตวิญญาณอาวุธของกระดาน หมากล้อมเฉียนคุน หากอยู่ห่างจากร่างจริงไกลเกินไป พลังก็ย่อม ลดลงตามไปด้วย
แน่นอนว่าเขามิได้กังวลว่าเหล่าบรรพบุรุษของเผ่าปีศาจพวกนั้น จะสู้กับเขาโดยยอมแลกทุกอย่าง ทว่าสิ่งที่เขาเป็ นกังวล ก็คือ เจ้าแห่ง สวรรค์บูรพาจะอาศัยโอกาสนี้กลั่นแกล้งเขาหรือไม่ ?
หลังจากชั่งใจดูแล้ว
“เรื่องมาถึงขั้นนี้ขอเพียงสามารถปรับความเข้าใจกับนายท่านได้ ความเสี่ยงทั้งหมดนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว”
และขณะที่ผู้เฒ่าชุดดาเตรียมข้ามมหาสมุทรแท้จริงไปยังอีกฝั่ง นั้น
หลังจากที่เขาค่อย ๆ ก้าวไปทีละก้าว จู่ ๆ ก็ชะงักลง
“เคล็ดสังเวยเลือดสัตว์เทพทั้งสี่งั้นหรือ ? ”
ผู้เฒ่าชุดดามีท่าทางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา “คิดมิ ถึงว่าพวกเขาจะเอามาให้ถึงที่”
ยังมิทันสิ้นเสียง ร่างของผู้เฒ่าชุดดาก็หายวับไปในอากาศทันที ราวกับภูตผี