เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 517 ข้าเป็นนายของเจ้าจริงหรือ ?
ตอนที่ 517 ข้าเป็นนายของเจ้าจริงหรือ ?
ในที่นี้เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ แล้ว เย่ฉางชิงเองก็เพิ่งจะตื่น ก่อนพวกเขาเพียงสองชั่วยามเท่านั้น
ในระหว่างที่ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งความรู้แจ้ง เนื่องจากกลอนบทนั้นที่เย่ฉางชิงร่ายออกมา
เย่ฉางชิงเองหลังจากที่ครุ่นคิดถึงอดีต มินานเขาเองก็ตกอยู่ในภวังค์อันลึกลับบางอย่างเช่นกัน
หลังจากเกิดความคิดเพ้อเจ้อเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของตนผุดขึ้นมามิหยุด
มิรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด เขาเหมือนอยู่ในความฝันอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง ราวกับได้ประสบจริง ๆ ก็มิปาน
ความรู้สึกเช่นนี้จะอธิบายเช่นไรดี ?
เมื่อทุกสิ่งรอบกาย ในสายตาของเขาดูราวกับมิมีอยู่จริง
ต้นไม้ใบหญ้า ทุกสรรพสิ่ง ล้วนแผ่ไอพลังอันลึกลับจาง ๆ ออกมา
นอกจากนี้ยังเหมือนมีพลานุภาพอันลึกลับและน่ากลัวบางอย่าง แฝงอยู่ภายในไอพลังเหล่านี้ด้วย
ส่วนเขาที่เคยมีพลังสามารถควบคุมพลานุภาพอันลึกลับนี้ได้ เพียงแค่คิดก็สามารถทำลายพลานุภาพลึกลับและน่าสะพรึงกลัวนี้ได้ภายในพริบตา
เช่นนี้ก็หมายความว่าการกำเนิดและดับสูญของทุกสรรพสิ่ง ล้วนขึ้นอยู่กับความคิดของเขาทั้งสิ้น
เพียงแต่เขาในตอนนี้เหมือนมีบางอย่างสะกดเอาไว้ ทำให้ยังมิสามารถควบคุมพลังต้องห้าม ที่เรียกได้ว่าเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งได้ชั่วคราว
และในระหว่างนี้เขายังสามารถได้ยินเสียงที่อยู่ภายในใจของทุกคนในที่นั้นได้ด้วย
ตอนกลางของสวรรค์บูรพามีเผ่าพันธุ์มากมายอาศัยอยู่นับมิถ้วน เหล่าวีรบุรุษต่างต่อสู้แก่งแย่งแข่งขัน และยังเป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์เกินจะจินตนาการได้
เส้นทางโบราณของวิถีเซียน ซุกซ่อนไปด้วยจิตสังหารและอันตรายอันน่ากลัวนับมิถ้วน
ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนทุกคนบนสวรรค์บูรพา หลังจากตบะบารมีถึงขีดจำกัดแล้ว ก็ล้วนแต่ต้องรีบก้าวเข้าไปบนเส้นทางโบราณ เพื่อตามหาโอกาสรอดชีวิต และขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณในตำนาน
หรือก็คือจุดสูงสุดของวิถีเซียนที่ทุกคนต่างใฝ่ฝันถึง !
แต่ว่าสิ่งที่เรียกว่าจุดสูงสุดของวิถีเซียน แดนเซียนโบราณในตำนานคือสิ่งใดกันแน่ ?
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ควบคุมการโคจรทุกสิ่งบนโลกเยี่ยงนั้นหรือ ?
และตัวตนที่แท้จริงของเขาก็มาจากแดนเซียนโบราณเยี่ยงนั้นหรือ ?
จ้าวปีศาจทั้งหลายที่เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของแดนปีศาจ เป้าหมายที่พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อตำหนักเทพวาสนา
และตำหนักเทพวาสนานั่นก็อยู่ที่เขา เช่นนั้นหากอาศัยเพียงตำหนักเทพวาสนาก็จะสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางโบราณ เพื่อตามหาโอกาสที่จะได้ขึ้นไปบนแดนเซียนโบราณได้แล้วเยี่ยงนั้น ?
ส่วนหนิงซู่ซู่เอง ก็ชื่นชอบเขามากถึงเพียงนี้……
แต่สิ่งที่ทำให้เย่ฉางชิงเอือมระอาอย่างมาก ก็คือ เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
พลังต่าง ๆ ก็ได้หายไปอย่างประหลาดอีกครั้ง
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจและงุนงงยิ่งกว่า ก็คือ ขมับทั้งสองข้างของเขากลับมีผมขาวแซมขึ้นมาได้เยี่ยงไรกัน
……
……
ทันทีที่สิ้นเสียงของเย่ฉางชิง
มิเพียงแค่หนิงซู่ซู่ที่ชะงักและยืนนิ่งอยู่กับที่ แม้แต่คนอื่น ๆ เองก็นิ่งค้างไปเช่นกัน
‘นี่มันเรื่องอันใดกัน ! ’
‘หรือท่านเย่จะปลดผนึกความทรงจำออกแล้ว ? ’
‘อืม ! ’
ลักษณะท่าทางที่โดดเด่นขึ้นเช่นนี้ รวมถึงผมขาวที่แซมขึ้นมาตรงขมับทั้งสองข้าง เท่านี้ก็สามารถอธิบายอันใดได้หลายอย่างแล้ว
ขณะเดียวกัน ผู้แข็งแกร่งที่สุดในแดนปีศาจอย่างพวกจ้าวปีศาจเสวียนอู๋ แม้จิตใจของพวกเขาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมาก แต่ก็ยังอดมิได้ที่จะเผยสีหน้าสับสนออกมา
‘นายท่านจะไปแล้วงั้นหรือ ? ’
‘จะไปแล้วงั้นหรือ ? ’
‘อีกอย่างนายท่านจะออกจากนิกายกระบี่สวรรค์ เพื่อไปที่ตอนกลางของสวรรค์บูรพา หรือเขาจะไปจากสวรรค์บูรพาแล้ว ? ’
‘แต่สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสและวาสนาอันสูงสุดของพวกเรา เหตุใดถึงได้หมดลงง่ายดายเช่นนี้เล่า ! ’
‘อีกอย่างหากนายท่านตัดสินใจไปตอนกลางของสวรรค์บูรพา เรื่องที่พวกเขายอมเป็นสัตว์ขี่ของนายท่าน ก็จะต้องกลายเป็นเรื่องเล่าขานไปทั่วทั้งโลกบำเพ็ญเพียรอย่างแน่นอน’
หลังจากเงียบไปชั่วครู่
เย่ฉางชิงจึงเบนสายตาไปมองอู๋ไท่เหอที่มีท่าทางสับสน ด้วยใบหน้าที่ยังคงแฝงรอยยิ้มเรียบนิ่ง
“ข้าทราบความในใจของเจ้าแล้ว ดังนั้นเจ้ามิต้องกังวลไปหรอก”
เย่ฉางชิงเอ่ยกับอู๋ไท่เหอเรียบ ๆ “ก่อนที่ข้าจะจากไป จะทิ้งพวกเขาเอาไว้สองคน ด้วยพลังของพวกเขาเชื่อว่าต่อให้ราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่อันใดนั่นบุกมา ด้วยพลังของพวกเขาก็คงเพียงพอที่จะบีบให้พวกนั้นล่าถอยไปได้”
เอ่ยถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็หันไปมองจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวและจ้าวปีศาจไป๋จือที่เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน
“เสี่ยวชิง เสี่ยวไป๋ ให้พวกเจ้าสองคนอยู่ที่นิกายกระบี่สวรรค์ต่อ หลังจากทำให้คนของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ถอยกลับไปได้แล้ว พวกเจ้าก็สามารถไปได้เช่นกัน”
เย่ฉางชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ได้ยินดังนั้น อู๋ไท่เหอก็มีขอบตาแดงเรื่อขึ้นมาอย่างควบคุมมิได้ ก่อนจะรีบคุกเข่าและจรดศีรษะลงกับพื้น
“ผู้น้อยขอเป็นตัวแทนของนิกายกระบี่สวรรค์ ขอบคุณท่านเย่ที่เมตตาขอรับ” อู๋ไท่เหอเอ่ยออกมาอย่างสะอึกสะอื้น
จ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวและจ้าวปีศาจไป๋จือชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่งสายตาสื่อสารกัน และรีบก้าวออกมาด้านหน้าหนึ่งก้าว เพื่อโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิง
“ผู้น้อยน้อมรับคำสั่งนายท่านขอรับ”
เย่ฉางชิงกวาดตามองพวกเขา พลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ต้องบอกว่าพลังในการอ่านใจผู้อื่นได้เช่นนี้ เป็นสุดยอดเคล็ดวิชาที่ใช้แสดงความสูงส่งได้ดีทีเดียว
น่าเสียดาย ที่ลองใช้ได้มินานก็หายไปเสียแล้ว
ในตอนนั้นเองเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเย่ฉางชิง
“เจ้า…ความทรงจำเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเจ้า ถูกปลดผนึกแล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
‘ตัวตนที่แท้จริง ? ’
‘ความทรงจำถูกปลดผนึก ? ’
‘หรือข้าตัวตนที่แท้จริงของข้าเป็นผู้ร้ายกาจสุด ๆ เยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘แต่เวลานี้ได้ผนึกตบะบารมีและความทรงจำเอาไว้ชั่วคราว ? ’
‘คงมิใช่กระมัง ! ’
‘อย่ามาทำให้ตื่นเต้นเช่นนี้สิ ! ’
เย่ฉางชิงชะงักงัน ก่อนจะถอนสายตามองไปทางหนิงซู่ซู่ พร้อมกับส่ายหน้าน้อย ๆ
“หากมิใช่เช่นนั้น เหตุใดเจ้าถึงรู้ความในใจของพวกเขาได้ ? ”
หนิงซู่ซู่ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเพ่งกระแสจิตถามต่อ
เย่ฉางชิงยังคงส่ายหน้าไปมา ก่อนจะส่งกระแสจิตตอบกลับไปว่า “เรื่องบางเรื่องหาได้ง่ายดายดังที่เจ้าคิดไม่ รอวันหน้าเจ้าย่อมรู้เอง”
หนิงซู่ซู่อ้าปากขึ้นเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะพยักหน้าให้เขาน้อย ๆ
จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม อู๋ไท่เหอและหนิงซู่ซู่ก็ได้ทยอยกลับไป
ส่วนเจี้ยนอู๋เหินและเหล่าจ้าวปีศาจก็ได้กลับไปที่ลานบ้าน
ดังนั้นเวลานี้จึงเหลือเย่ฉางชิงที่ยืนอยู่นอกป่าไผ่ที่เขียวชอุ่ม และอบอวลไปด้วยไอหมอกเพียงลำพัง
‘จากเสียงภายในใจของซู่ซู่ ทำให้ข้ารู้ว่าที่แท้ข้างกายของนางมีผู้ที่น่ากลัวอย่างยิ่งท่านหนึ่งอยู่ด้วย และคนผู้นี้เคยเป็นจิตวิญญาณอาวุธของกระดานหมากกระดานหนึ่งของข้ามาก่อนเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘น่าสนใจมิน้อย หากข้าเรียกเขาในเวลานี้ เขาจะปรากฏตัวขึ้นหรือไม่ ? ’
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก
“ข้ารู้ว่าเจ้าคอยจับตามองที่นี่อยู่ตลอด”
เย่ฉางชิงสูดลมหายใจเข้าน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยกับอากาศว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็มาพบกันสักหน่อยเถอะ”
ทันทีที่สิ้นเสียง ความว่างเปล่าก็สั่นสะเทือนจนเกิดระลอกคลื่นขึ้นเป็นชั้น ๆ พร้อมส่องแสงระยิบระยับออกมา จากนั้นร่างขาวดำร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นทางด้านหน้าของเย่ฉางชิง
เห็นได้ชัดว่าผู้ที่มานั้น ก็คือ ผู้เฒ่าชุดดำนั่นเอง
จิตวิญญาณอาวุธอันน่าสะพรึงกลัวของกระดานหมากเฉียนคุน !
“ผู้น้อยคารวะนายท่านขอรับ ! ”
ทันทีที่ผู้เฒ่าชุดดำปรากฏกายขึ้น ก็รีบหมอบลงตรงหน้าของเย่ฉางชิง พลางเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทว่าเต็มไปด้วยความเคารพในทันที
แต่เย่ฉางชิงกลับมีชะงักไปเล็กน้อย
‘คนผู้นี้ดูน่าเหลือเชื่อมิน้อยเลย ! ’
‘เพียงแค่การปรากฏตัวยังมิธรรมดาถึงเพียงนี้’
‘อีกอย่างตาเฒ่าที่น่าเหลือเชื่อผู้นี้ กลับให้ความเคารพนอบน้อมข้าถึงเพียงนี้ ! ’
‘หรือตัวตนที่แท้จริงของข้าจะเป็นผู้ที่น่ากลัวและร้ายกาจจริง ๆ และบัดนี้เพียงแค่ผนึกตบะบารมีและความทรงจำเอาไว้ ? ’
‘ชักสนุกขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสิ ! ’
‘แต่ทั้งหมดนี้มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ? ’
‘มิเข้าใจ ! ’
‘มิเข้าใจเลยสักนิด ! ’
‘ข้ามิเข้าใจอันใดเลยแม้แต่นิดเดียว ! ’
หลังจากเงียบไปสักพัก เย่ฉางชิงก็ได้เอ่ยขึ้นอย่างลังเลว่า “ข้าเป็นนายของเจ้าจริงหรือ ? ”