เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 518 เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ใดคือจิ่งจิ่ง ?
ตอนที่ 518 เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ใดคือจิ่งจิ่ง ?
สิ้นเสียงของเย่ฉางชิง
ผู้เฒ่าชุดดำก็ตัวสั่นเทาขึ้นมาทันที
‘ข้าควรจะตอบนายท่านเช่นไรดี ? ’
‘อีกอย่างนายท่านถามเช่นนี้ก็แสดงว่าความทรงจำของเขายังมิได้ปลดผนึกออก’
‘มิเช่นนั้นคงมิถามออกมาเช่นนี้แน่ ? ’
‘แต่หากข้าเอ่ยความจริงออกไป ก็เท่ากับทำให้การบำเพ็ญเพียรของนายท่านจบลงเร็วกว่าที่คิดเอาไว้’
‘ผลกรรมเช่นนี้ ไหนเลยข้าจะสามารถรับไหว ? ’
‘ช่างยากยิ่งนัก ! ’
‘หากข้ามิปรากฏตัวตั้งแต่แรกก็คงจะดี ! ’
‘จริงสิ ! ’
‘นายท่านยังมิได้ปลดผนึกความทรงจำนี่นา เหตุใดจึงทราบถึงการมีอยู่ของข้าได้ ? ’
‘หรืออิทธิฤทธิ์บางส่วนของเขาถูกปลุกขึ้นมา ทำให้รู้ถึงการมีอยู่ของข้าจากเสียงภายในใจของเด็กนั่น’
‘อืม ! ’
‘คงจะเป็นเช่นนั้น ! ’
‘มิใช่สิ ! ’
‘ต้องเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน ! ’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก ผู้เฒ่าชุดดำจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
‘นายท่าน ท่านเป็นนายท่านของผู้น้อยจริง ๆ ขอรับ’
ผู้เฒ่าชุดดำฉีกยิ้มราวกับจะร้องไห้ออกมา ขณะเอ่ยตอบเย่ฉางชิงอย่างนอบน้อม
เย่ฉางชิงมีท่าทางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามอย่างสนใจว่า “เช่นนั้นเจ้าลองบอกมาสิ ว่าเหตุใดเจ้าถึงได้มั่นใจว่าข้า คือ นายของเจ้า ? ”
ผู้เฒ่าชุดดำกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “นายท่าน เรื่องบางอย่างผู้น้อยมิสามารถบอกท่านได้ แต่บางอย่างหลังจากที่ความทรงจำของท่านปลดผนึกออกแล้ว ท่านย่อมทราบเองขอรับ”
“มิเช่นนั้นผลกรรมนี้ ผู้น้อยคงมิอาจรับไหวจริง ๆ ขอรับ ! ”
เย่ฉางชิงมองผู้เฒ่าชุดดำ พลางพยักหน้ายิ้ม ๆ
“นายท่าน ข้าจะขออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ นะขอรับ”
ผู้เฒ่าชุดดำเผยท่าทางสับสนออกมา พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ภายในโลกใบนี้มีสรรพสิ่งอยู่เต็มไปหมด และมักจะมีรูปลักษณ์ต่างกันออกไป ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีผู้ที่มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับท่านอยู่ด้วย”
“แต่เหมือนที่ท่านเคยบอกไว้ สรรพสิ่งแม้มีมากมาย แต่ลักษณะท่าทางนั้นย่อมแตกต่างกัน และท่าทางของท่านกลับโดดเด่นยิ่งกว่าผู้ใด ดังนั้นนับตั้งแต่ผู้น้อยได้เห็นท่านแวบแรก ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นท่านขอรับ”
“จากนั้นผู้น้อยก็ได้ตรวจสอบอีกหลายเรื่อง จนแน่ใจว่าท่าน คือ นายท่านเพียงผู้เดียวของผู้น้อยจริง ๆ ขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เย่ฉางชิงก็เลิกคิ้วขึ้นและเอ่ยขึ้นว่า “อธิบายให้ละเอียดกว่านี้หน่อยสิ”
ผู้เฒ่าชุดดำพลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป อดมิได้ที่จะส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตอบไปว่า “นายท่านได้โปรดอภัยให้ผู้น้อยด้วยขอรับ ที่มิสามารถบอกอันใดไปมากกว่านี้ได้แล้ว”
เมื่อเห็นท่าทางแน่วแน่ของผู้เฒ่าชุดดำ
เย่ฉางชิงก็ได้แต่เม้มริมฝีปาก
‘เจ้านี่ดูท่าคบมิได้จริง ๆ ! ’
‘มาทำให้ข้าสนใจ แล้วก็มิอธิบายให้ละเอียด ช่างทำลายบรรยากาศจริง ๆ ’
‘เจ้ารอก่อนเถอะ หากข้าเป็นดังที่เจ้าว่าจริง ๆ ที่ตอนนี้ข้าเพียงผนึกตบะบารมีและความทรงจำเอาไว้’
‘รอวันหน้าเมื่อตบะบารมีและความทรงจำของข้าถูกปลดผนึกแล้ว ข้าจะต้องสั่งสอนเจ้าให้ได้เลยคอยดู’
จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเคอ
เย่ฉางชิงก็ถอนหายใจออกมา จากนั้นก็กวาดตามองผู้เฒ่าชุดดำตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง ก่อนจะโบกมือไล่ราวกับรำคาญ “เจ้าไปได้แล้ว ข้าคิดถึงจิ่งจิ่ง [1] ”
‘จิ่งจิ่งหรือ ? ’
‘มิใช่ซู่ซู่หรอกหรือ ? ’
‘หรือตอนนี้นายท่านมีนางในดวงใจแล้ว และมิใช่เด็กน้อยผู้นั้นหรอกหรือ ? ’
‘แต่จิ่งจิ่งผู้นี้เป็นใครกัน ? ’
หลังจากผู้เฒ่าชุดดำครุ่นคิดซ้ำไปซ้ำมา ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นและโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิงอีกครั้ง พลางเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “เช่นนั้นผู้น้อยขอลาขอรับ”
เอ่ยเพียงเท่านั้น ผู้เฒ่าชุดดำก็ถอยหลังไปสองก้าว จากนั้นร่างทั้งร่างก็ค่อย ๆ เลือนรางลง ก่อนจะหายตัวไปในที่สุด
เมื่อได้เห็นภาพอันแปลกประหลาดเช่นนี้
ดวงตาของเย่ฉางชิงก็เปล่งประกายวิบวับขึ้นมา
‘แม้คนผู้นี้จะมิค่อยได้เรื่องเท่าไรนัก แต่อิทธิฤทธิ์ของเขานั้นมิใช่ธรรมดาเลย’
‘และที่สำคัญ ก็คือ เขายังเกรงกลัวข้าถึงเพียงนี้อีกด้วย’
‘นี่ก็หมายความว่า เพียงแค่ข้าต้องการก็สามารถเรียกเขาออกมาได้ตลอดเวลาน่ะสิ’
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเรียกผู้เฒ่าชุดดำอีกครั้งว่า “เจ้ากลับมาก่อน”
ยังมิทันสิ้นเสียง ผู้เฒ่าชุดดำก็ได้ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศในทันใด ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าเย่ฉางชิงอีกครั้ง
“นายท่าน” ผู้เฒ่าชุดดำเอ่ยอย่างหวั่นเกรง
เย่ฉางชิงยกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยถามว่า “พลังของเจ้าในตอนนี้แข็งแกร่งเพียงใด ? ”
ผู้เฒ่าชุดดำสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอย่างขมขื่นว่า “เรียนนายท่าน ความจริงแล้วตอนนั้นร่างเดิมของผู้น้อยได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้พลังในตอนนี้ยังฟื้นมิถึงหนึ่งในสิบส่วนของตอนนั้นเลยขอรับ”
‘ร่างเดิมได้รับบาดเจ็บ ? ’
‘ยังฟื้นมิถึงหนึ่งในสิบส่วนของตอนนั้น ? ’
‘ขนาดได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังปรากฏตัวได้ลึกลับเพียงนี้เชียวหรือ ? ’
‘บัดซบ ที่แท้ก็เป็นพวกที่ชอบทำตัวสูงส่งหรอกหรือ ! ’
‘หรือคนที่อยู่ข้างกายข้า มิมีผู้ใดปกติเลยเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
เย่ฉางชิงเม้มริมฝีปากอีกครั้งอย่างอดมิได้ ก่อนจะถามต่อว่า “เช่นนั้นพลังของเจ้าในตอนนี้ เทียบกับเซียนทุรชนแล้วเป็นเช่นไร ? ”
ประกายบางอย่างพาดผ่านแววตาของผู้เฒ่าชุดดำ ก่อนที่เขาจะเอ่ยอย่างมั่นใจว่า “เรียนนายท่าน แม้ผู้น้อยจะได้รับบาดเจ็บ แต่ในสายตาของผู้น้อยแล้ว เซียนทุรชนก็เป็นเพียงพวกที่อ่อนแอและไร้ค่าเท่านั้น สามารถสังหารได้อย่างง่ายดายขอรับ”
หลังจากได้ยินคำตอบนั้น
เย่ฉางชิงก็อดมิได้ที่จะพิจารณาผู้เฒ่าชุดดำใหม่อีกครั้ง
‘เจ้าเอ่ยจริงหรือ ? ’
‘นั่นเซียนทุรชนเชียวนะ หาใช่คนธรรมดาที่ไร้ความสามารถไม่ ! ’
‘พลังของเจ้าได้รับความเสียหายรุนแรงเช่นนี้ แต่ยังกล้าคุยโวโอ้อวดเช่นนี้ต่อหน้าข้าอีกเยี่ยงนั้นหรือ’
‘เป็นผู้คนที่ชอบวางก้ามจนเคยตัวจริง ๆ ’
‘แต่ก็ช่างเถอะ ! ’
‘รอวันหน้าได้พบเซียนทุรชนอีกเมื่อไร หวังว่าเจ้าจะยังมีความมั่นใจเช่นนี้อยู่ก็แล้วกัน’
‘มิเช่นนั้นวันหน้าข้าคงมิได้แค่พูดจาสั่งสอนเจ้าเช่นนี้หรอกนะ’
“เอาล่ะ เจ้าไปได้แล้ว”
เย่ฉางชิงโบกมือไล่ เป็นสัญญาณให้ผู้เฒ่าชุดดำกลับไปได้แล้ว
……
……
อีกด้านหนึ่ง
ยอดเขาสตรีหยก
ขณะที่หนิงซู่ซู่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าชวี่เหวินเซี่ย เพื่อชี้แนะการบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรีให้นางอยู่นั้น
เสียงของผู้เฒ่าชุดดำก็ดังขึ้นในหัวของนาง
“เด็กน้อย มาพบข้าที่ส่วนลึกของป่าไผ่เดี๋ยวนี้”
ดวงตาของหนิงซู่ซู่เป็นประกายขึ้นมา จากนั้นจึงแปลงร่างเป็นเงาพุ่งไปทางส่วนลึกของป่าไผ่ในทันที
“ผู้น้อยหนิงซู่ซู่คารวะผู้อาวุโส”
มินานหนิงซู่ซู่ก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าของผู้เฒ่าชุดดำ ก่อนจะโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
ส่วนผู้เฒ่าชุดดำเวลานี้กลับมิได้ดูใจดีดังเช่นก่อนหน้านี้อีก เขากลับยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทางเย็นชา จนรับรู้ได้ถึงความกดดันบางอย่าง
“วันหน้าเจ้ามิจำเป็นต้องเคารพข้าถึงเพียงนี้อีกแล้ว”
ผู้เฒ่าชุดดำโบกมือปัดเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “ที่ข้ามาวันนี้ก็แค่ต้องการจะรู้ว่า หลายวันก่อนเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ? ”
“เหตุใดท่าทางของนายท่านถึงเปลี่ยนไปมากเพียงนี้ อีกทั้งยังรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของข้าอีกด้วย ? ”
“คือว่า……”
หนิงซู่ซู่สบตากับผู้เฒ่าชุดดำเล็กน้อย จากนั้นก็เอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ก่อนหน้านี้เขาเชิญพวกเราไปกินหม้อไฟ และขณะที่ดื่มด่ำกับสุราอยู่นั้น เขาได้ก็ร่ายกลอนขึ้นมาบทหนึ่ง”
“แต่กลอนบทนั้นเหมือนแฝงจิตแท้มหามรรคาอันลึกลับเอาไว้ ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงตกอยู่ในภวังค์ของความรู้แจ้งที่พบได้ยากยิ่ง หลังจากที่พวกเราตื่นขึ้นมา ก็พบว่าเขาเปลี่ยนแปลงไปเช่นกันเจ้าค่ะ”
เอ่ยถึงตรงนี้ หนิงซู่ซู่ก็มีสีหน้าเป็นกังวล พลางเอ่ยถามว่า “ผู้อาวุโส ความทรงจำของท่านเย่ถูกปลดผนึกแล้วจริง ๆ หรือเจ้าคะ ? ”
ผู้เฒ่าชุดดำส่ายหน้าไปมา ก่อนจะเอ่ยอย่างใช้ความคิดว่า “เรื่องนี้ข้าเองก็มิมั่นใจ เยี่ยงไรซะเจ้าและข้าก็มิอาจที่จะคาดเดาในตัวของนายท่านได้”
“ส่วนเรื่องที่นายท่านเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ อธิบายได้เพียงอย่างเดียว”
หนิงซู่ซู่ตาโตขึ้นมา พลางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ “อันใดหรือเจ้าคะ ? ”
ผู้เฒ่าชุดดำถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังตื่นตระหนกอย่างยิ่งออกมา “หากข้าเดามิผิดแล้วล่ะก็ ผนึกบนกายของนายท่านกำลังคลายออก เป็นผลให้อิทธิฤทธิ์บางอย่างถูกกระตุ้นขึ้นมาเป็นระยะ”
“เยี่ยงไรซะการมีอยู่ของเขานั้นน่าเหลือเชื่อมากจริง ๆ หากเขามิอนุญาต ต่อให้ค้นหาไปทุกที่ก็มิมีผนึกใดที่จะสามารถผนึกความทรงจำและอิทธิฤทธิ์ของเขาได้”
เอ่ยเพียงเท่านั้นผู้เฒ่าชุดดำก็มิได้เอ่ยสิ่งใดอีก เพียงหมุนกายและเตรียมจากไป
ทว่าในวินาทีต่อมา จู่ ๆ เขาก็ชะงักฝีเท้าลง ก่อนจะเอ่ยถามหนิงซู่ซู่ขณะที่ยังหันหลังให้ว่า “เด็กน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าจิ่งจิ่งคือผู้ใด ? ”
[1] ข้าคิดถึงจิ่งจิ่ง เป็นการเล่นคำที่มีหลายความหมายในภาษาจีน โดยประโยคนี้จะสามารถแปลได้สองความหมายนั่นก็คือ ข้าอยากอยู่เงียบ ๆ (ซึ่งเป็นความหมายที่เย่ฉางชิงต้องการจะสื่อ) และข้าคิดถึงจิ่งจิ่ง (ซึ่งเป็นความหมายที่ผู้เฒ่าชุดดำเข้าใจ)