เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 551 ผู้อาวุโสท่านนั้นมาจากโลกเหนือสวรรค์ในตำนานเยี่ยงนั้นหรือ ?
- Home
- เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
- ตอนที่ 551 ผู้อาวุโสท่านนั้นมาจากโลกเหนือสวรรค์ในตำนานเยี่ยงนั้นหรือ ?
ตอนที่ 551 ผู้อาวุโสท่านนั้นมาจากโลกเหนือสวรรค์ในตำนานเยี่ยงนั้นหรือ ?
เมื่อถูกหลี่เสวียนเทียนตวาด
ทว่าผู๋ป่อเยว่ผู้มีนิสัยมุทะลุเป็นนิจกลับมิได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดแต่อย่างใด เพียงแค่พยักหน้าให้ยิ้ม ๆ เท่านั้น
“น้องเสวียนเทียน ในเมื่อเป็นเช่นนี้พี่ขอตัวลาก่อนก็แล้วกัน ไว้พวกเราค่อยพบกันใหม่วันหลัง”
ผู๋ป่อเยว่ประสานมือคารวะให้แก่หลี่เสวียนเทียนที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะหมุนกายจากไปทันที
เวลาผ่านไปมิถึงหนึ่งก้านธูป
เมื่อผู๋ป่อเยว่หมุนกายหายตัวไปในอากาศแล้ว มินานเขาก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบนโลกอีกใบหนึ่ง
ที่นี่ก็คือโลกชางหลันที่ชางหลันเป็นผู้ปกครอง
อีกทั้งเรือนที่พักของชางหลันนั้นหาได้อยู่นอกเมืองมนุษย์ไม่
แต่กลับสร้างอยู่ภายในเมืองหลวงของราชวงศ์โบราณ ที่สืบทอดกันมาช้านานแห่งหนึ่ง
เป็นคฤหาสน์ที่มีความหรูหรา และถูกตกแต่งอย่างประณีตหลังหนึ่ง
สิ่งก่อสร้างเก่าแก่ตั้งอยู่เรียงราย สมุนไพรวิเศษที่หายากชนิดต่าง ๆ ล้วนขึ้นอยู่ทั่วลานบ้าน
ภายในนั้นยังตกแต่งได้อย่างวิจิตรบรรจง ภูเขาน้ำตกจำลอง ทางเดินเชื่อมต่อกัน สายน้ำคดเคี้ยว
สรุปแล้วก็คือคฤหาสน์หลังนี้ล้วนใหญ่โตโอ่อ่า แสดงถึงฐานะของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี
เวลานี้บนเกาะที่มีทะเลสาบเทียมขนาดใหญ่ล้อมรอบ ตั้งอยู่ชั้นในของคฤหาสน์ และล้อมรอบไปด้วยต้นไผ่ มีไอหมอกปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น ราวกับแดนเซียนก็มิปาน
ชางหลันกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านหน้าสุด ส่วนทั้งสองฝั่งซ้ายขวาของเขามีกลุ่มคนที่มีลักษณะท่าทางและรูปลักษณ์แตกต่างกันไป แต่กลับมีไอพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมา
กลุ่มคนเหล่านั้นมีทั้งบุรุษ สตรี คนแก่ และเด็ก บ้างก็มีเขาที่ศีรษะ ล้วนแล้วแต่ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
ใช่แล้ว !
พวกเขาหาใช่คนรับใช้ หรือผู้ติดตามของชางหลันไม่
แต่เป็นเจ้าผู้ปกครองโลกต่าง ๆ ที่ชางหลันได้เชิญมา หลังจากที่เขากลับจากสวรรค์บูรพา
“พี่ชางหลัน ต้องยอมรับว่ายากนักที่จะมีคนคิดเหมือนท่านได้”
ชายชราที่มีเขาอยู่กลางหว่างคิ้ว มีผมและหนวดขาวโพลนท่านหนึ่ง ได้ยกจอกสุราขึ้นขณะเอ่ยกับชางหลันอย่างยิ้ม ๆ
“พี่เขาทอง ท่านอย่าล้อข้าเล่นสิ”
ชางหลันโบกมือไปมาด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็กวาดตามองทุกคนก่อนจะเอ่ยว่า “ทุกท่าน ขอเรียนตามตรง”
“ก่อนที่ข้าจะเริ่มบำเพ็ญเพียรนั้น บรรพบุรุษสี่ชั่วอายุคนของข้าล้วนแต่ยากจน ดังนั้นตั้งแต่เด็กข้าจึงปรารถนาถึงชีวิตอันหรูหราเช่นนี้มาโดยตลอด”
“พวกท่านย่อมรู้ดีว่าช่วงเริ่มต้นในการบำเพ็ญเพียรนั้นจิตใจจะต้องบริสุทธิ์ และเมื่อข้าขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณก็ต้องสังหารผู้คนอีกนับมิถ้วน สุดท้ายเมื่อติดอยู่ในรายชื่อเทพแล้ว ก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายแสนปีหรือล้านปี ก่อนจะประสบความสำเร็จเช่นทุกวันนี้ได้”
“บัดนี้ตบะบารมียากที่จะพัฒนาต่อได้แล้ว อีกทั้งความรู้แจ้งในเต๋าก็คงมิอาจสมบูรณ์ได้อีก ดังนั้นข้าจึงได้มีความคิดเช่นนี้ขึ้นมา”
สตรีวัยกลางคนร่างอวบ ใบหน้าสะสวยนางหนึ่งจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ต่อให้จะเป็นเช่นนั้น ทว่าความคิดของพี่ชางหลันก็ยากที่จะมีคนคิดได้อยู่ดี”
ตอนนั้นเอง
“พี่ชางหลัน ต้องยอมรับว่าความอดทนของข้านั้นมีจำกัด”
บุรุษหนุ่มที่อายุยังน้อย และมีนิสัยหุนหันพลันแล่นผู้หนึ่ง ได้ลุกขึ้นพร้อมกับเอ่ยว่า “เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน ท่านช่วยแง้มให้พวกเรารู้ก่อนจะได้หรือไม่ ว่ามีเรื่องสำคัญอันใดกันแน่ถึงต้องให้พี่ผู๋ไปยืนยันที่สวรรค์บูรพาด้วยตนเอง ทั้งยังให้พวกเรามารวมตัวอยู่ที่นี่เป็นนานสองนานเช่นนี้”
“พี่ชิงหลาน ท่านอย่าได้ร้อนใจไป”
ชางหลันส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะเอ่ยอย่างมีลับลมคมในว่า “ขอเพียงรอพี่ผู๋กลับมา ข้าจะอธิบายให้ทุกท่านได้ทราบอย่างแน่นอน”
“แต่ก่อนหน้านั้น ข้าจะต้องขอบอกก่อนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และมิแน่ว่าอีกมินาน เรื่องนี้อาจจะไปเยือนพวกท่านก็เป็นได้”
“พี่ชางหลัน หรือว่าจะมีความโกลาหลอันใดลามไปยังโลกต่าง ๆ เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด หายนะเช่นไรกันจะลามไปยังโลกต่าง ๆ ได้ ช่างน่าขันสิ้นดี”
“ข้าว่ามันก็มิแน่ คิดว่าทุกท่านล้วนทราบดีอยู่แล้วว่าเหนือขึ้นไปจากโลกต่าง ๆ ของพวกเรา ยังมีแดนเซียนโบราณอีกสิบสองแห่งและแดนมารอีกแปดแดน และเหนือขึ้นไปกว่านั้นยังมีโลกเหนือสวรรค์อีกชั้นหนึ่ง”
“แต่โลกเหนือสวรรค์แท้จริงแล้วจะน่ากลัวเพียงใดนั้น จนถึงวันนี้ก็ยังมิมีผู้ใดเคยรู้มาก่อน”
“โลกเหนือสวรรค์คือโลกเช่นไรกันแน่ ? ”
“จริงสิ พี่ชางหลัน หรือท่านทราบบางอย่างเกี่ยวกับโลกเหนือสวรรค์มาเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
เอ่ยเพียงเท่านั้น เจ้าผู้ปกครองโลกทั้งหลายต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ท่าทางของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
พวกเขาต่างหันไปสบตากันเล็กน้อย ก่อนจะมองไปทางชางหลันที่นั่งอยู่ด้านบน
ชางหลัน “……”
‘พวกเจ้ากำลังเอ่ยถึงสิ่งใดกัน ! ’
‘โลกเหนือสวรรค์อันใดกัน ! ’
‘พวกเจ้าประเมินข้าสูงเกินไปแล้วกระมัง ! ’
‘ข้าจะเคยไปได้ยินเรื่องโลกเหนือสวรรค์มาจากที่ใดกันเล่า ! ’
‘จริงสิ ! ’
‘ข้าเองก็เคยข้ามผ่านแดนเซียนโบราณทั้งสิบสองแดนมาแล้ว และเคยเข้าร่วมศึกใหญ่ระหว่างแดนเซียนและแดนมาร แต่ยังมิเคยเจอบุคคลที่ไร้เทียมทานเช่นผู้อาวุโสท่านนั้นมาก่อน’
‘หรือผู้อาวุโสท่านนั้นจะมาจากโลกเหนือสวรรค์ในตำนานเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘อืม ! ’
‘มีความเป็นไปได้ ! ’
‘มิใช่สิ ! ’
‘ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ! ’
จนเวลาผ่านไปหนึ่งเคอ
ขณะที่ทุกคนกำลังมองชางหลันที่นิ่งเงียบไปตาปริบ ๆ
ร่างกำยำร่างหนึ่งพลันปรากฏกายขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคน
ทันใดนั้น !
ผู้ที่มาก็คือผู๋ป่อเยว่ !
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ……”
ทันทีที่ผู๋ป่อเยว่ปรากฏกายขึ้น ก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นออกมาทันที
“น้องชางหลัน ที่เจ้าคิดไว้มิผิดเลย”
ผู๋ป่อเยว่กวาดตามองทุกคน ก่อนจะเอ่ยแกมหัวเราะว่า “คันฉ่องหลิงเสวียนของหลี่เสวียนเทียนถูกทำลายไปแล้วจริง ๆ ”
เอ่ยถึงตรงนี้ ผู๋ป่อเยว่ก็ค่อย ๆ แบมือออก เศษชิ้นส่วนของคันฉ่องหลิงเสวียนชิ้นหนึ่งที่มีแสงเปล่งออกมา ก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคน
‘นี่มัน ! ! ! ’
‘นี่มัน ? ? ? ’
เหล่าเจ้าผู้ปกครองโลกเมื่อสัมผัสได้ถึงไอพลังที่แผ่ออกมาจากเศษชิ้นส่วนนั้น ต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
เพราะคันฉ่องหลิงเสวียนนั้นถือเป็นอาวุธสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดของหลี่เสวียนเทียน !
อีกทั้งยังเป็นสุดยอดสมบัติเซียนของหลี่เสวียนเทียนอีกด้วย
ทว่าบัดนี้กลับถูกทำลายไปแล้วจริง ๆ !
แต่ปัญหาก็คือ ผู้ใดกันที่สามารถทำลายคันฉ่องหลิงเสวียนของหลี่เสวียนเทียนได้
เจ้าผู้ปกครองโลกใบอื่นงั้นหรือ ?
เป็นไปมิได้ !
ขอเพียงหลี่เสวียนเทียนหลบเข้าไปในสวรรค์บูรพาของเขาเสีย
นอกจากเจ้าผู้ปกครองแดนเซียนโบราณทั้งสิบสองท่านแล้ว เจ้าผู้ปกครองโลกใบอื่นอย่าว่าแต่ทำลายคันฉ่องหลิงเสวียนเลย แม้แต่เอาชนะหลี่เสวียนเทียนก็มิมีทางทำได้อย่างเด็ดขาด
หรือจะเป็นหนึ่งในเจ้าผู้ปกครองแดนเซียนโบราณสิบสองท่านนั้น
มิน่าจะเป็นไปได้
ด้วยนิสัยของหลี่เสวียนเทียน จะกล้าล่วงเกินผู้ที่เปรียบดังบุคคลต้องห้ามเหล่านั้นได้เยี่ยงไรกัน
ทว่าเช่นนั้นแล้วจะเป็นผู้ใดกัน ?
“พี่ชางหลัน ท่านมิต้องเก็บงำแล้วบอกพวกเรามาเถอะ ว่าผู้ใดกันแน่ที่ทำลายคันฉ่องหลิงเสวียนของหลี่เสวียนเทียน ? ”
ชายชราที่มีเขาสีทองอยู่กลางหน้าผากอดทนรอมิไหวอีก จึงลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยถามชางหลันทันที
“พี่ชางหลัน คันฉ่องหลิงเสวียนของหลี่เสวียนเทียนถูกทำลาย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ขอท่านได้โปรดตอบคำถามของพวกเราด้วย”
“จริงด้วย ที่ท่านเยว่อิงเอ่ยถูกต้องแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงโลกต่าง ๆ ของพวกเรา จะเอามาล้อเล่นมิได้เด็ดขาด ! ”
“พี่ชางหลัน เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน”
“หากท่านต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทน เชิญท่านบอกมาได้เลย พวกเราจะพยายามทำตามในสิ่งที่ท่านร้องขอ”
“พี่ชางหลัน นี่คือ 1,000 หินกำเนิดเซียน ท่านช่วยรับเอาไว้เถอะ”
“พี่ชางหลัน นี่คือทวนตะวันจันทราที่ข้าเอาชนะท่านในการประชุมเจ้าผู้ปกครองโลกครั้งก่อน ข้าขอคืนให้ท่าน ขอท่านได้โปรดเห็นแก่ส่วนรวมด้วย”
“……”
“……”
เมื่อเห็นสมบัติเซียนที่ทุกคนต่างเอามาวางตรงหน้า
ใบหน้าของชางหลันแม้จะดูเรียบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับแช่มชื่นราวกับดอกไม้ผลิบาน
แต่เมื่อเห็นสมบัติเซียนหายากมากมายเช่นนี้
จู่ ๆ เขาก็เกิดลังเลขึ้นมา
‘หากข้าเก็บสมบัติเซียนของทุกคนเอาไว้ และหากผู้อาวุโสท่านนั้นมิได้ไปปรากฏตัวยังโลกอื่นที่พวกเขาปกครองอยู่ เช่นนั้นข้ามิกลายเป็นเป้าโจมตีของทุกคนหรอกหรือ ? ’
‘อีกอย่างหากเผยเรื่องของผู้อาวุโสท่านนั้นก่อนเวลาอันควร ข้าจะแปดเปื้อนผลกรรมเพราะเหตุนี้หรือไม่ ? ’
และเมื่อนึกถึงสิ่งที่หลี่เสวียนเทียนได้ประสบมา ชางหลันก็เกิดสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมมิได้