เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 552 ความตื่นตระหนกของเหล่าเจ้าผู้ปกครองโลก
ตอนที่ 552 ความตื่นตระหนกของเหล่าเจ้าผู้ปกครองโลก
หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว
ชางหลันก็แสร้งกระแอมออกมาเบา ๆ รอจนทุกคนเอ่ยเงียบเสียงลงแล้ว เขาจึงได้ลุกขึ้นยืน
“ทุกท่าน ในเมื่อพวกท่านถามมาเช่นนี้แล้ว อีกทั้งการที่เชิญพวกท่านมาที่นี่ นั่นก็เพราะข้าคิดว่าทุกท่านคือสหาย”
“แต่ข้ามีบางอย่างที่อยากจะเตือนพวกท่านเสียก่อนนั่นก็คือ หากข้าบอกความลับนี้แก่พวกท่านแล้ว มีความเป็นไปได้สูงที่ข้าจะต้องแปดเปื้อนผลกรรมบางอย่างได้”
ชางหลันกวาดตามองท่าทีที่ตกตะลึงของทุกคน พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
สิ้นเสียง ทุกคนต่างก็สบตากัน ก่อนจะมองไปทางชางหลันจนเป็นตาเดียว
“พี่ชางหลัน ขอท่านได้โปรดเอ่ยมาเถอะ พวกเราจะมิยอมให้ท่านต้องลำบากเพียงลำพังอย่างแน่นอน”
ชายชราเขาทองเอ่ยขึ้น พลางหยิบม้วนตำราโบราณม้วนหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนเอ่ยต่อราวกับรู้สึกเสียดายว่า “ตำราเล่มนี้คือคัมภีร์เซียนว่างเปล่าที่ข้าได้มาจากซากปรักหักพังโบราณแห่งหนึ่งในแดนเซียนโบราณ และถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ข้าสามารถแตกฉานได้เช่นทุกวันนี้”
“สิ่งนี้หมายความเช่นไรนั้น คงมิต้องให้ข้าอธิบายหรอกกระมัง ? ”
ความจริงแล้วในบรรดาเจ้าผู้ปกครองโลกทั้งหมด คุณสมบัติวิถีเซียนของชายชราเขาทองนับว่าอ่อนด้อยที่สุดก็ว่าได้
แต่การที่เขาสามารถแตกฉานเช่นทุกวันนี้ได้
หาใช่เพราะอาศัยโชคชะตาใด ๆ ไม่ แต่เป็นเพราะมีอิทธิฤทธิ์สามารถทำนายอนาคตได้ต่างหากเล่า
เมื่อครู่นี้ทันทีที่เขาเห็นเศษชิ้นส่วนของคันฉ่องหลิงเสวียนในมือของผู๋ป่อเยว่ เขาก็ได้ใช้อิทธิฤทธิ์ของตนเองสัมผัสดู
ผลสุดท้ายเขายังมิทันลงมือ แต่กลับโดนอิทธิฤทธิ์ของเขาเล่นงานเสียได้
คิดดูก็รู้แล้วเบื้องหลังที่คันฉ่องหลิงเสวียนถูกทำลาย แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องกับผู้ที่น่ากลัวเช่นไรอยู่ !
เอ่ยเพียงเท่านั้น ชายชราเขาทองก็ค่อย ๆ แบมือออก คัมภีร์เซียนว่างเปล่าพลันลอยไปทางชางหลันทันที
“พี่เขาทอง นี่มัน……คงจะมิเหมาะกระมัง ? ”
ชางหลันขมวดคิ้วน้อย ๆ ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่คนอื่นยากจะสังเกตเห็นพาดผ่าน
คัมภีร์เซียนว่างเปล่าแท้จริงแล้วมีคุณสมบัติเช่นไรนั้น เขารู้ดีอยู่แก่ใจ
และเท่าที่เขารู้มาเดิมทีชายชราเขาทองหาได้มีคุณสมบัติโดดเด่นอันใดไม่ แต่เพราะอาศัยคัมภีร์เซียนว่างเปล่าม้วนนี้ จึงทำให้ได้โดดเด่นกว่าคนในรุ่นเดียวกัน
ซึ่งเขาเองก็ปรารถนาที่จะได้ครอบครองคัมภีร์เซียนว่างเปล่าม้วนนี้มานานแล้วเช่นกัน
ชายชราเขาทองโบกมืออย่างมิเห็นด้วย “พี่ชางหลัน ท่านรับเอาไว้เถอะ”
ขณะเดียวกันเจ้าผู้ปกครองโลกใบอื่น ๆ เห็นดังนั้น ก็อดมิได้ที่จะสบตากัน ก่อนจะส่งกระแสจิตเพื่อปรึกษากัน
มินาน
“พี่ชางหลัน นี่เป็นภาพเทพวาสนาจือเวยของข้า ท่านลองดูหน่อยเถิด……”
“พี่ชางหลัน ก่อนหน้านี้ข้าได้ดาบสังหารมังกรมาจากแดนโบราณแห่งหนึ่งสองเล่ม ดาบเล่มนี้ข้าขอมอบให้ท่าน……”
“พี่ชางหลัน ข้ามีหญ้าเซียนเลือดหงส์อายุล้านปีอยู่ต้นหนึ่ง ข้าให้ท่านยืมแสนปี……”
“……”
“……”
ทันใดนั้นทุกคนต่างก็แย่งกันมอบสมบัติวิเศษให้ชางหลัน และเมื่อเทียบกับสมบัติวิเศษที่นำออกมาก่อนหน้านี้แล้ว ครั้งนี้เรียกได้ว่าทุกคนต่างยอมสละเลือดอย่างแท้จริง
ชายชราเขาทองมีอิทธิฤทธิ์เช่นไร และมีนิสัยตระหนี่เพียงใด พวกเขาต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ
ดังนั้นพวกเขาจะต้องรู้ความลับเบื้องหลังที่คันฉ่องหลิงเสวียนถูกทำลายให้จงได้
เมื่อได้เห็นสมบัติวิเศษ รวมทั้งเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรมากมายเช่นนี้
แม้ชางหลันจะมิได้แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมามากมายนัก ทว่าภายในใจกลับอดมิได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
‘เทียบกับผลกรรมอันน่ากลัวหนึ่งครั้งแล้วล่ะก็ถือว่ามิได้ลำบากเท่าไรหรอกกระมัง ? ’
ชางหลันนิ่งเงียบครู่ใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนัก ๆ
จากนั้นเขาก็สะบัดแขนเสื้อหนึ่งครั้ง พลันเกาะกลางทะเลสาบก็ถูกปกคลุมไปด้วยม่านแสงขนาดใหญ่
“ทุกท่าน ความลับที่ข้าจะบอกต่อจากนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก วันหน้าข้าหวังว่าพวกท่านจะปิดปากให้สนิท ห้ามแพร่งพรายอีกเป็นอันขาด”
หลังจากป้องกันทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ในที่สุดชางหลันก็ยอมปริปากบอก
“พี่ชางหลัน ขอท่านได้โปรดเอ่ยออกมาตามตรง ข้ารับปากว่าจะมิมีผู้ใดรับรู้เรื่องนี้อีกแน่นอน แต่หากมีคนนำเรื่องนี้ไปแพร่งพราย ต่อให้พวกเราต้องร่วมมือกันก็จะต้องช่วยท่านปิดเป็นความลับให้ได้”
ชายชราเขาทองกวาดตามองทุกคน พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ทุกคนลอบส่งสายตาสื่อสารกันเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย
ชางหลันพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็ได้เอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงออกมา “ขอเรียนทุกท่านตามตรง ตอนที่คันฉ่องหลิงเสวียนของพี่เสวียนเทียนถูกทำลายนั้น เขากำลังใช้คันฉ่องหลิงเสวียนสอดแนมบุคคลไร้เทียมทานท่านหนึ่งอยู่”
สูด !
ทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างก็พากันสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ด้วยความหวาดหวั่นทันที
‘เพียงแค่ใช้สุดยอดสมบัติเซียนอย่างคันฉ่องหลิงเสวียนสอดแนม อีกฝ่ายถึงกับลงมือทำลายคันฉ่องหลิงเสวียนเลยเยี่ยงนั้นหรือ’
‘อิทธิฤทธิ์เช่นนี้ บุคคลท่านนี้แท้จริงแล้วเป็นผู้ใดกันแน่ ! ’
‘น่าเหลือเชื่อ ! ’
‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’
ชางหลันกวาดตามองทุกคนอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “อีกทั้งพวกท่านอาจจะยังมิทราบ ว่าบุคคลไร้เทียมทานท่านนี้ เวลานี้ยังอยู่ในสวรรค์บูรพาที่พี่เสวียนเทียนดูแลอยู่อีกด้วย”
ผู๋ป่อเยว่ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเอ่ยด้วยความตื่นตระหนกว่า “หรือพลังแห่งกฎก็มิอาจสะกดคนผู้นี้ได้เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“มิใช่แค่สะกดมิได้”
มุมปากของชางหลันโค้งขึ้นน้อย ๆ พลางส่ายหน้าไปมา “พวกท่านอาจจะยังมิทราบ ก่อนหน้าได้มีคนผู้หนึ่งทะลวงขั้นสูงสุด และได้เรียกทัณฑ์สวรรค์พิฆาตลงมา”
“ทว่าคนผู้นั้นกลับนำอักษรพู่กันภาพหนึ่งออกมาต้านทานทัณฑ์สวรรค์พิฆาต อีกทั้งภายในภาพอักษรพู่กันยังแฝงไอกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวเอาไว้อีกด้วย จนเกือบจะทำลายกฎและระเบียบของสวรรค์บูรพาไปแล้ว”
“ฝีมือเช่นนี้หมายความเช่นไรนั้น คิดว่าคงมิต้องให้ข้าอธิบายอีกกระมัง ? ”
ตอนนั้นเอง
“มิน่าเป็นไปได้ ! ”
สิ่งมีชีวิตโบราณที่มีศีรษะเป็นพยัคฆ์พึมพำออกมา “บุคคลไร้เทียมทานเช่นนี้ คาดว่าคงมีเพียงตาเฒ่าเหล่าผู้ที่ปกครองแดนเซียนโบราณทั้งสิบสองแดน และแปดแดนมารเท่านั้นที่สามารถทำได้”
“อีกทั้งตาเฒ่าเหล่านั้นก็น้อยนักที่จะเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ที่ผ่านมาล้วนแต่ใช้กระแสจิตเพื่อแจ้งความประสงค์ของตน ดังนั้นจึงมิมีทางที่พวกเขาจะมาเยือนโลกเล็ก ๆ ที่พวกเราปกครองอย่างแน่นอน”
“อีกอย่างต่อให้เป็นหนึ่งในพวกตาเฒ่าเหล่านั้นจริง เช่นนั้นพวกเขามีจุดประสงค์อันใดกัน ? ”
ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความสับสน แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“จริงสิ พวกท่านว่าจะเป็นเช่นนี้ได้หรือไม่”
สตรีวัยกลางคนที่ใบหน้างดงามทว่ามีสองหัวผู้หนึ่ง เอ่ยตามที่ตนเองคาดเดาว่า “พวกท่านคิดว่าบุคคลไร้เทียมทานเช่นนี้ มาจากโลกเหนือสวรรค์ในตำนานหรือไม่ ? ”
“อืม มีความเป็นไปได้ ! ”
“มิใช่ ต่อให้มาจากโลกเหนือสวรรค์ เช่นนั้นการมาเยือนโลกเล็ก ๆ ในครั้งนี้เขามีจุดประสงค์อันใดกันแน่ ? ”
“เฮ้อ ผู้เป็นอมตะระดับนั้น พวกเขาจะทำสิ่งใดหรือไม่ทำสิ่งใด ไหนเลยพวกเราจะสามารถคาดเดาได้ ? ”
“จู่ ๆ ข้าก็รู้สึกขบขันขึ้นมา เมื่อก่อนตอนเริ่มบำเพ็ญเพียรเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนเหล่านั้น พวกเราก็มิต่างอันใดกับมดปลวก มิหนำซ้ำบำเพ็ญเพียรมาจนถึงบัดนี้ ต่อให้ได้ขึ้นเป็นเจ้าผู้ปกครองโลกใบเล็ก ๆ แล้วก็ยังคงไร้อำนาจอยู่ดี”
“ใช่แล้ว วิถีเซียนยาวนาน ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าการบำเพ็ญเพียรวิถีเซียนนี้จะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน”
“……”
“……”
ระหว่างที่ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานานั้น
ชางหลันที่นิ่งเงียบมาพักใหญ่ จึงเอ่ยกำชับขึ้นอีกครั้งว่า “ทุกท่าน ข้ายังมีอีกเรื่องที่อยากจะเตือนพวกท่าน”
“บุคคลไร้เทียมทานท่านนี้ หากเป็นหนึ่งในเจ้าแห่งสิบสองแดนเซียนโบราณจริง และเป้าหมายของเขาเพียงเพื่อท่องชมโลกต่าง ๆ และมิแน่ว่าเขาอาจจะตัดสินใจยึดตำแหน่งของเจ้าผู้ปกครองโลกใบใดใบหนึ่งก็เป็นได้”
“เช่นนี้แล้วพวกเราจำเป็นจะต้องเตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้า ! ”
“ใช่แล้ว พี่ชางหลันกล่าวถูก”
“หากเป็นเจ้าแห่งแดนเซียนท่านใดท่านหนึ่งต้องการท่องโลกจริง มิแน่อาจจะพุ่งเป้าไปที่เจ้าผู้ปกครองโลกใบใดใบหนึ่งก็เป็นได้”
“มิเอ่ยแล้วดีกว่า เวลานี้ข้าควรรีบกลับไปจัดระเบียบกฎ และระเบียบของโลกอวี่ฮว่าแล้ว”
“……”
“……”