เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 558 กลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์ ?
ตอนที่ 558 กลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์ ?
หลังจากที่หนิงซู่ซู่ได้ยินคำกล่าวของเย่ฉางชิงแล้ว
ก็รู้สึกราวกับได้ยินเสียงวิ๊งดังขึ้นในโสตประสาท ราวกับเสียงแห่งมหามรรคา ที่ช่วยอธิบายหลักการจิตแท้ของมหามรรคาได้เป็นอย่างดี
‘ตัวตนที่แท้จริงของฉางชิงเป็นผู้ใดกันแน่ ถึงสามารถอธิบายความหมายที่แท้จริงของมหามรรคาได้ชัดเจนถึงเพียงนี้ ? ’
‘อีกทั้งเมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนี้ของเขา กลับทำให้ความรู้แจ้งในวิถีแห่งดนตรีของข้าเพิ่มขึ้นอีกครั้ง’
‘น่าเหลือเชื่อ ! ’
‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’
วิ๊ง !
มิกี่อึดใจต่อมา
แม้ในร่างของหนิงซู่ซู่จะมีสมบัติล้ำค่าของเผ่ามังกรเขียวอย่างสมบัติเซียนเจิ้นหยวนสะกดตบะบารมีเอาไว้ ทว่าในวินาทีนี้ระดับของนางกลับมิสามารถสะกดเอาไว้ได้อีกต่อไป
ทันใดนั้นไอพลังบนกายของนางก็เริ่มแปรเปลี่ยนและเกิดการปั่นป่วนขึ้นมา
เส้นผมดำขลับปลิวไสว กระโปรงยาวสีขาวโบกสะบัด ลำแสงมากมายไหลเวียนรอบกายอย่างต่อเนื่อง ช่างดูน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
“ฉางชิง ข้ามิสามารถสะกดระดับตบะบารมีเอาไว้ได้อีกแล้ว ดังนั้นข้าจำต้องบรรลุระดับเดี๋ยวนี้”
หนิงซู่ซู่ค่อย ๆ ลอยขึ้นด้านบน ขณะกับเอ่ยกับเย่ฉางชิง
เย่ฉางชิงยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง มีเพียงแค่แววตาของเขาเท่านั้นที่กำลังไหวระริก
‘นี่มันเรื่องอันใดกัน ? ’
‘เหตุใดพวกเจ้าถึงเกิดการบรรลุตบะบารมีในวันเดียวกัน และไล่เลี่ยกันเช่นนี้ได้’
‘นี่มันจะบังเอิญเกินไปหน่อยกระมัง ! ’
‘หรือว่าช่วงเวลานี่จะมีความพิเศษอันใด ? ’
‘แต่เหตุใดข้าถึงมิรู้สึกอันใดเลย ! ’
‘หรือเพราะคำกล่าวก่อนหน้านี้ของข้าได้ไปกระตุ้นให้พวกเขาเกิดการรู้แจ้งเข้า ? ’
‘มิน่าใช่ ! ’
‘ตบะบารมีของข้าต่ำต้อยเพียงนี้ เหตุใดคำกล่าวส่ง ๆ มิกี่คำ กลับทำให้พวกเขาเกิดการรู้แจ้งได้ ? ’
‘เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านี้ยิ่งอยู่ด้วย ข้าก็ยิ่งมิเข้าใจพวกเขาเลยจริง ๆ ’
‘แต่หากเป็นเพราะคำกล่าวของข้าจริง ข้าจะได้รับรางวัลจากบุญกุศลครั้งนี้อีกหรือไม่นะ ? ’
‘อืม ! ’
‘แอบหวังลึก ๆ ’
หลังจากร่างของหนิงซู่ซู่หายลับตาไปแล้ว
เย่ฉางชิงก็ถอนสายตากลับมา ก่อนจะสังเกตเห็นผู้เฒ่าชุดดำ และบรรดาบรรพบุรุษปีศาจทะเลเผ่าต่าง ๆ
‘เหตุใดพวกเขาถึงมิบรรลุ ? ’
‘หรือเป็นเพราะข้ามิได้เอ่ยถามพวกเขาเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่ชั่วขณะ เย่ฉางชิงก็เอ่ยขึ้นว่า “เสี่ยวเหย พวกเจ้าเห็นเป็นเช่นไร ? ”
ผู้เฒ่าชุดดำชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งว่า “เรียนนายท่าน ผู้น้อยเป็นเพียงจิตวิญญาณอาวุธ ไร้ซึ่งความรู้สึก จึงมิเข้าใจความทุกข์ทรมานของสรรพสิ่งขอรับ”
ทันทีที่สิ้นเสียง เหล่าบรรพบุรุษปีศาจทะเลก็สบตากัน ก่อนจะเอ่ยด้วยใบหน้าท่าทางจริงใจว่า “นายท่าน พวกเราน้อมรับคำสั่งของท่านขอรับ”
เย่ฉางชิงพยักหน้ารับ และมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก
จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งวันหนึ่งคืน พวกอวิ๋นจงเอี้ยนจึงทยอยกลับลงมายังเรือวิเศษอีกครั้ง
ทว่าหากเทียบกับก่อนหน้านี้แล้ว ไอพลังของพวกเขารวมทั้งลักษณะท่าทางที่แผ่ออกมาจากภายใน กลับดูเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ไอพลังที่นิ่งสงบ ตบะบารมีที่ถูกสะกดเอาไว้จนสิ้น ให้ความรู้สึกที่พิเศษยิ่งนัก
หลังจากทุกคนกลับมารวมตัวกันบนเรือวิเศษอีกครั้ง
เย่ฉางชิงก็มิลังเลใด ๆ อีก ในเมื่อพวกเขาเองก็ต้องการจะทำให้ทุกสรรพสิ่งอยู่อย่างสงบสุข และแก้ไขความโกลาหลอันดำมืดในครั้งนี้
เช่นนั้นก็สู้ส่งพวกเขาไปจัดการความโกลาหลอันดำมืดครั้งนี้ให้สงบลงเสีย เพราะการอยู่ร่วมกับคนเหล่านี้ก็ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวอยู่แล้ว
ส่วนตบะบารมีของพวกเขาจะแก่กล้าพอที่จะจัดการกับความโกลาหลอันดำมืดครั้งนี้หรือไม่
หรือจะต้องตายด้วยน้ำมือของพวกที่ก่อให้เกิดความโกลาหลอันดำมืด ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามที่ฟ้าลิขิตแล้ว
ส่วนเรื่องความปลอดภัยของเขานั้น ตอนนี้เขามิรู้สึกกังวลเลยแม้แต่น้อย
เพราะจากนี้เขาก็จะเดินทางไปเผ่าสวรรค์ ขนาดอวิ๋นจงเอี้ยนยังมิอาจเอาชนะจิตกระบี่แห่งแสงของเขาได้ มิหนำซ้ำข้างกายก็ยังมีหนิงซู่ซู่อยู่อีกทั้งคน
ยิ่งไปกว่านั้น เวลานี้ชิงเฟิงก็ได้กลายเป็นผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์ไปแล้ว
ดังนั้นเขามองว่าการเดินทางไปเผ่าสวรรค์ครั้งนี้ คงมิมีเรื่องที่มิคาดฝันเกิดขึ้นอีก
“พวกเจ้าทุกคนฟังให้ดี”
เย่ฉางชิงกวาดสายตามองพวกผู้เฒ่าชุดดำ พลางเอ่ยด้วยท่าทางจริงจัง
ผู้เฒ่าชุดดำมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะรีบคุกเข่าลงอย่างหวาดหวั่น
“พวกเราน้อมรับคำสั่งขอรับ”
พวกผู้เฒ่าชุดดำเอ่ยขึ้นพร้อมกัน จนเสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
“ในเมื่อพวกเจ้ารับข้าเป็นนายแล้ว เช่นนั้นก็จงฟังคำสั่งจากข้า พวกเจ้าจงแยกกันไปตามที่ต่าง ๆ เพื่อจัดการความโกลาหลอันดำมืดครั้งนี้ให้สงบลงซะ”
เป็นครั้งแรกที่เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม “พวกเจ้าจำเอาไว้ การจัดการความโกลาหลอันดำมืดในครั้งนี้ จงกำจัดเหล่าผู้ก่อความโกลาหลทั้งหมดให้สิ้นซากซะ”
“ส่วนเหล่าบรรพบุรุษของสำนักเซียนน้อยใหญ่ก็ห้ามสะกดตบะบารมีและช่วงชิงปราณวิญญาณของโลกใบนี้อีก และให้รีบไปยังเส้นทางโบราณตามหาโอกาสขึ้นแดนเซียนโบราณซะ แต่หากล้มเหลวก็ห้ามกลับมายังสวรรค์บูรพาเพื่อก่อปัญหาขึ้นอีกเป็นอันขาด”
“แน่นอนว่าในช่วงนี้ พวกเจ้าเองก็ห้ามก่อความเดือดร้อนให้แก่มนุษย์ธรรมดา รวมถึงเหล่าสรรพสิ่งทั่วไปด้วย”
เมื่อเย่ฉางชิงเอ่ยสั่งการออกไปแล้ว ด้านหลังของเขาก็ได้มีนิมิตอันน่ากลัวปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ดูราวกับผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในตำนานเอ่ยคำประกาศิต เพื่อบังคับใช้กับโลกต่าง ๆ
เมื่อได้เห็นภาพอันน่าตื่นตระหนกเช่นนี้
นอกจากผู้เฒ่าชุดดำและเหล่าบรรพบุรุษทะเลปีศาจเผ่าต่าง ๆ จะมีขอบตาแดงเรื่อ เพราะรู้สึกประทับใจแล้ว พวกเขาราวกับได้เห็นความน่าเกรงขามของนายท่านอีกครั้ง หลังจากเวลาผ่านมาเนิ่นนาน
ส่วนคนที่เหลือกลับมีสีหน้าตื่นตระหนกและเต็มไปด้วยหวาดกลัว
ขณะเดียวกันมิรู้ว่าเพราะเหตุใด ภายในใจของเย่ฉางชิงก็เกิดปั่นป่วนขึ้นมา ภายในหัวเหมือนกับความทรงจำบางอย่างที่ถูกผนึกเอาไว้ถูกเปิดออก
ถูกต้อง !
เขาเหมือนเห็นท่านเทพฉางชิงผู้นั้นอีกครั้ง
ท่าทางเคร่งขรึม ด้านหลังมีวงแสงแห่งมหามรรคามากมายนับไปและมีไอพลังโกลาหลปกคลุมกำลังหมุนวน สัญลักษณ์มหามรรคาที่โบราณและซับซ้อนต่าง ๆ เปล่งส่องแสงออกไปนับหมื่นจั้ง ราวกับตะวันดวงใหญ่ที่สาดส่องให้โลกเปล่งประกายขึ้นมา
เป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ทว่าเมื่อเย่ฉางชิงได้เห็นภาพนี้ กลับเกิดความรู้สึกคุ้นเคยกับอันใดบางอย่าง
อีกทั้งเขายังเห็นภาพลวงตาที่แปลกประหลาดอย่างมากอีกด้วย
เหมือนจะเป็นท่านเทพฉางชิงผู้นั้น
‘นี่มัน ? ? ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
‘นี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วกระมัง’
‘เหตุใดถึงมีความรู้สึกเหมือนฝันเช่นนี้ได้ ! ’
‘หากเป็นเช่นนี้จริง ๆ แล้วเหตุใดข้าจึงไปโผล่ที่โลกเบื้องล่างได้ ? ’
‘อีกทั้งตอนอยู่โลกเบื้องล่าง ข้ายังจำได้อย่างชัดเจนว่าทะลุมิติมาจากอีกโลกหนึ่ง’
‘หรือข้าผนึกความทรงจำช่วงหนึ่งเอาไว้จริง ๆ ? ’
‘อีกทั้งในความทรงจำนั้น ตั้งแต่เริ่มข้าก็เป็นผู้ที่ไร้เทียมทานอยู่แล้ว มีพลังทำลายล้างและอยู่ในจุดสูงสุดของวิถีเซียน กลายเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกมากมาย ? ’
‘แต่จุดประสงค์ที่ข้าทำเช่นนี้เพื่ออันใดกัน ? ’
‘หรือจะเหมือนกับในนิยายเล่มนั้น’
‘หลังจากบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับสูงแล้ว เพื่อทะลวงพันธนาการสุดท้าย สัมผัสความทุกข์ทรมานของโลก และสิ่งที่เรียกว่าจิตแท้ของมหามรรคา’
‘จึงได้กลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์ ? ’
‘มิใช่กระมัง ! ’
‘หากเป็นเช่นนั้นจริง สิ่งที่ข้าทำดูมิใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้ว ! ’
‘ทว่าช่วงที่กลับมาเป็นมนุษย์จะยาวนานเกินไปแล้วกระมัง ? ’
‘นับตั้งแต่โลกเบื้องล่างจนถึงสวรรค์บูรพา จากสวรรค์บูรพาไปยังแดนเซียนโบราณในตำนาน ? ’
‘แต่มิว่าจะยาวนานเพียงใด หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้วสิ’
ในตอนนั้นเอง พวกผู้เฒ่าชุดดำก็รีบโค้งคำนับ พลางเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “พวกผู้น้อยน้อมรับคำสั่งนายท่านขอรับ”
สิ้นเสียง ทุกคนก็แปลงร่างเป็นลำแสงอันตระการตา และแยกกันไปเป็นสามทิศ
เย่ฉางชิงจึงได้สติอีกครั้ง มุมปากพลันโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มมีเลศนัย
“คุณหนูอวิ๋น พวกเราออกเดินทางกันต่อกันเถอะ”
เย่ฉางชิงสงบสติอารมณ์ของตนลง พลางเอ่ยกับอวิ๋นจงเอี้ยน
“เจ้าค่ะ”
ประกายสับสนพาดผ่านดวงตาของอวิ๋นจงเอี้ยน ก่อนจะคำนับน้อย ๆ ให้แก่เย่ฉางชิง จากนั้นก็รีบทำท่ามุทรากระตุ้นเรือวิเศษในทันที