เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 703 ศิษย์ทุกคนห้ามไปเมืองเหอซีโดยพลการ
ตอนที่ 703 ศิษย์ทุกคนห้ามไปเมืองเหอซีโดยพลการ
เมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงของหลี่ฉางหลิง
ซ่งเซียนเฟิงก็มองดูการแต่งตัวของตน ก่อนจะกวาดตามองลูกศิษย์ที่มีสีหน้าอับอายผู้คนที่อยู่ทางด้านหลัง จากนั้นเขาจึงยิ้มหยันออกมา
“พี่ฉางหลิง เจ้าจำข้ามิได้แล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? หรือว่ามิต้องการให้ข้ามาเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
ซ่งเซียนเฟิงเอ่ยถามหลี่ฉางหลิงด้วยรอยยิ้ม พร้อมท่าทางมิใส่ใจ
หลี่ฉางหลิงได้สติขึ้นมา จึงรีบปัดมือไปมาและอธิบายว่า “พี่ซ่งเข้าใจผิดแล้ว ท่านรีบมาเช่นนี้ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
“เพียงแต่สิ่งที่ข้ามิเข้าใจก็คือ เหตุใดท่านถึงได้แต่งตัวเช่นนี้ ? ”
ซ่งเซียนเฟิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พี่ฉางหลิง ท่านคงมิรู้ว่า”
“ช่วงเริ่มบำเพ็ญเพียรนั้นข้าเป็นเพียงคนตีเหล็กธรรมดาคนหนึ่ง บัดนี้แม้จะมีตบะบารมีระดับอมตะแล้ว แต่เมื่อถึงระดับเช่นพวกเราแล้ว สิ่งที่ไล่ตามก็คือระดับจิตใจ ดังนั้นปกติแล้วหากมิมีสิ่งใด ข้าก็มักจะตีเหล็กเพื่อพิจารณาจิตใจ”
“เมื่อได้ยินว่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้นปรากฏกายที่แดนฉางหลิง ข้าจึงรีบเรียกรวมศิษย์ที่ฝีมือพอใช้ได้ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนฉือและมาที่นี่ทันที จึงยังมิได้เปลี่ยนชุดแต่อย่างใด”
สิ้นเสียง หลี่ฉางหลิงก็ชะงักงัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความละอายแก่ใจทันที
“พี่ซ่ง น้ำใจนี้ของท่าน ข้าซาบซึ้งมากขอรับ”
หลี่ฉางหลิงประสานมือคารวะให้แก่ซ่งเซียนเฟิง จากนั้นก็เอ่ยด้วยสีหน้าจริงใจว่า “เอ่ยแล้วข้าก็ละอายแก่ใจยิ่งนัก ! ”
“คิดถึงตอนนั้นที่พวกเราทั้งสองแย่งชิงยาวิเศษหมื่นปีต้นนั้น จนเกือบเปิดศึกระหว่างสองดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขึ้น ทว่าบัดนี้มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณปรากฏกายขึ้นในแดนฉางหลิง คิดมิถึงว่าจะเป็นท่านที่รีบพาผู้แข็งแกร่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนฉือมาถึงที่นี่เป็นคนแรก”
ส่วนลึกในดวงตาของซ่งเซียนเฟิงมีประกายเลศนัยซ่อนอยู่ ก่อนจะปัดมือและเอ่ยว่า “พี่ฉางชิง เรื่องในอดีตปล่อยมันไปเถอะ”
“อีกอย่างพวกเราทั้งแปดดินแดนของแดนเซียนจื่อฉงก็เปรียบเสมือนพี่น้องกัน บัดนี้มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณบุกแดนเซียนจื่อฉง มิว่าเยี่ยงไรพวกเราก็ควรร่วมแรงร่วมใจกันผ่านไปให้ได้”
“พี่ซ่งกล่าวถูกแล้ว ! ”
หลี่ฉางหลิงพยักหน้าหงึกหงัก จากนั้นก็เอ่ยเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้น “เอาเช่นนี้ ท่านพี่คนอื่น ๆ มิรู้ว่าจะมาถึงเมื่อใดกัน พวกเราเข้าไปนั่งด้านในตำหนักกันก่อนดีกว่า”
ซ่งเซียนเฟิงกวาดตามองศิษย์ที่อยู่ทางด้านหลังแล้วจึงเอ่ยว่า “ดีเหมือนกัน พวกเราไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ”
……
……
อีกด้านหนึ่ง
ไต้ลี่เวินหลังจากรวบรวมศิษย์ระดับสุขาวดีขึ้นไปครบห้าร้อยคนแล้ว ก็พาพวกเขาไปยังเมืองเหอซีในทันที
ทันใดนั้นเรือเหาะขนาดใหญ่หลายสิบลำที่ปกคลุมไปด้วยแสงระยิบระยับ ก็แทบจะปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า แล่นออกมาจากส่วนลึกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยอย่างเอิกเกริก
อีกทั้งยังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ด้วยความเอิกเกริกเช่นนี้จึงทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยเกิดความโกลาหลขึ้น
“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยของเราเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ถึงได้มีเรือเหาะออกไปด้านนอกมากมายเช่นนี้ หรือว่าจะไปเปิดศึกกับใครเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“ศิษย์น้องเล็ก เรื่องนี้เจ้ายังมิรู้อีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“ศิษย์พี่ ท่านอย่ามัวแต่อมพะนําอยู่เลย นี่มันเรื่องอันใดกันหรือขอรับ ? ”
“ตามข่าววงในบอกมาว่า มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณที่พวกเราตามหากันก่อนหน้านี้ซ่อนตัวอยู่ที่แดนฉางหลิง และการที่สำนักของเราส่งเรือเหาะมากมายเช่นนี้ออกไป ก็เพราะมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้นั่นเอง”
“ศิษย์พี่ เช่นนั้นท่านรู้หรือไม่ว่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้อยู่ที่ใดกัน ? ”
“เรื่องนี้น่ะหรือ……เหมือนจะอยู่ใกล้กับเมืองเหอซีที่ห่างไกล”
“……”
“……”
ระหว่างที่ศิษย์สายตรงทั้งสองกระซิบกระซาบกันอยู่นั้น
ผ่านไปหลายวัน สวี๋ฉางเหอที่เอาแต่รื้อตำราหลายหมื่นเล่ม ในที่สุดก็พบข้อมูลเกี่ยวกับเผ่าสวรรค์ ก่อนเดินออกมาจากถ้ำเก็บตำราด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
เมื่อได้ยินศิษย์สายตรงสองคนกำลังสนทนาเกี่ยวกับเมืองเหอซี
สวี๋ฉางเหอจึงยิ้มออกมา ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหา
“ศิษย์น้องทั้งสอง เมืองเหอซีมีอันใดเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
สวี๋ฉางเหอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และใบหน้าที่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม
ศิษย์สายตรงที่เป็นหัวหน้าพิจารณาสวี๋ฉางเหอเล็กน้อย พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ศิษย์พี่ท่านนี้ หากข้าจำมิผิดแล้วล่ะก็ ท่านคงเป็นเจ้าเมืองเหอซีกระมัง ? ”
ได้ยินดังนั้น ศิษย์อีกคนที่มีอายุน้อยกว่า รูปร่างค่อนข้างผอมบางก็อดมิได้ที่จะเอ่ยออกมาว่า “ศิษย์พี่ หรือท่านจะยังมิรู้ว่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณในตำนานผู้นั้นเวลานี้อยู่ใกล้กับเมืองเหอซีของท่าน ? ”
สวี๋ฉางเหอชะงักงัน ก่อนจะพยักหน้าและเอ่ยว่า “ถูกต้อง ข้าคือสวี๋ฉางเหอศิษย์สายนอกของเมืองเหอซี ว่าแต่มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณที่พวกเจ้าเอ่ยถึงคือสิ่งใดกันเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
ศิษย์สายตรงที่มีอายุน้อยกว่าขมวดคิ้วมุ่น และเหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยว่า “จริงสิ ก่อนหน้านี้ทางสำนักของเราได้ส่งภาพของมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้นออกไปแทบทุกที่”
“เมืองเหอซีนั้นห่างไกล ส่วนเจ้าเมืองเหอซีแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นศิษย์สายนอก แต่ก็มิต่างอันใดจากการถูกเนรเทศ ข่าวสารย่อมส่งไปมิถึง……”
“หุบปาก ! ”
ศิษย์สายตรงอีกคนมีสีหน้าเข้มขึ้นทันที พลางเอ่ยขัดขึ้น “ศิษย์พี่สวี๋ท่านนี้แม้จะเป็นศิษย์สายนอก แต่มิว่าจะเป็นคุณสมบัติหรือว่าตบะบารมี หาใช่สิ่งที่เด็กเช่นเจ้าจะวิพากษ์วิจารณ์ได้เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หลังจากตำหนิไปเรียบร้อยแล้ว
ศิษย์สายตรงผู้นี้ก็ประสานมือคารวะให้แก่สวี๋ฉางเหอ และเอ่ยอธิบายว่า “ศิษย์พี่สวี๋ ศิษย์น้องเล็กผู้นี้ของข้าปากมิมีหูรูด ขอท่านอย่าได้ถือสาเลยนะขอรับ”
“มิเป็นไร”
สวี๋ฉางเหอโบกมืออย่างมิใส่ใจ พลางเอ่ยหัวเราะเยาะตนเอง “ศิษย์น้องผู้นี้เอ่ยได้ถูกต้องแล้ว เมืองเหอซีนั้นห่างไกล เจ้าเมืองเช่นข้าย่อมมิต่างอันใดกับถูกเนรเทศจริง ๆ ”
“จริงสิ แล้วเมืองเหอซีเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ? ”
ศิษย์สายตรงผู้นี้จึงพยักหน้า จากนั้นก็ได้บอกเล่าทุกสิ่งที่ตนรู้ให้กับสวี๋ฉางเหออย่างมิปิดบัง……
เวลาผ่านไปมิถึงหนึ่งก้านธูป
สวี๋ฉางเหอก็มาถึงค่ายกลห้วงเวลาที่อยู่ด้านนอกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยอย่างรวดเร็ว
แม้เขาต้องการที่จะใช้ค่ายกลห้วงเวลารีบกลับไปยังเมืองเหอซี แต่ต่อให้จะเป็นศิษย์สายตรงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ย ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่มิธรรมดา
แต่ตอนนี้สถานการณ์คับขัน เขาต้องกลับไปที่เมืองเหอซีโดยเร็วที่สุด
เพราะสวี๋ฉางเหอได้รู้จากปากของศิษย์สายตรงผู้นั้นมาว่า ที่เรียกว่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณเวลานี้ได้ซ่อนตัวอยู่ที่เมืองเหอซี อีกทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยก็ได้ส่งผู้แข็งแกร่งจำนวนมากออกไปที่เมืองเหอซี
หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ ครั้งนี้ท่านบรรพบุรุษฉางหลิงเองก็คงจะไปที่เมืองเหอซีเองด้วยตนเอง เห็นได้ชัดว่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้น่ากลัวเพียงใด
แม้จะมีผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานเช่นท่านเย่อยู่ที่เมืองเหอซี สวี๋ฝู๋ตอนนี้ยังคงมิมีอันตรายใด ๆ
แต่หากท่านเย่มิต้องการที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องนี้ เช่นนั้นหากสองฝ่ายเปิดศึกกัน ทั่วทั้งเมืองเหอซีจะต้องประสบกับหายนะอย่างแน่นอน
การต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งระดับอมตะ การจะทำลายเมืองเมืองหนึ่ง เป็นเรื่องง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
อีกทั้งเขาเป็นถึงเจ้าเมืองเหอซี หากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นจะต้องถูกดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยลงโทษอย่างหนักเป็นแน่
อีกอย่างเขาดูแลเมืองเหอซีมานานขนาดนี้ สหายมากมายของเขาต่างก็ยังอยู่ในเมืองเหอซี
หากเป็นไปได้ล่ะก็ เขายอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อขอร้องให้ท่านเย่ยอมยื่นมือเข้าช่วย เพื่อปกป้องเมืองเหอซีให้ปลอดภัย
“ศิษย์พี่ท่านนี้ ท่านต้องการผ่านค่ายกลห้วงเวลาไปที่ใดงั้นหรือ ? ”
เห็นสวี๋ฉางเหอเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าร้นรน
เหล่าศิษย์สายตรงที่ดูแลค่ายกลห้วงเวลาก็เดินมาต้อนรับทันที
สวี๋ฉางเหอมีท่าทางเคร่งเครียด พลางเอ่ยตามตรงว่า “เมืองเหอซี”
“เมืองเหอซี ? ”
ศิษย์สายตรงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าและเอ่ยว่า “ขออภัยด้วย เบื้องบนมีคำสั่งห้ามศิษย์ทุกคนไปเมืองเหอซีโดยพลการ”
“ห๊ะ ? ”
สวี๋ฉางเหอได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที