เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 704 ความจริง
ตอนที่ 704 ความจริง
“ทำไมกัน ? ”
สวี๋ฉางเหอตะลึงงัน อดมิได้ที่จะถามออกมา
ศิษย์สายตรงผู้เป็นหัวหน้าเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “ศิษย์พี่ท่านนี้ ท่านยังมิรู้งั้นหรือ ? ”
“มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณในตำนานตนนั้นปรากฏกายที่เมืองเหอซี เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ท่านบรรพบุรุษจึงมีคำสั่งให้ผนึกเมืองเหอซีเอาไว้ ดังนั้นตอนนี้มิว่าผู้ใดก็ห้ามไปที่เมืองเหอซีโดยเด็ดขาด เพื่อมิให้กระทบต่อแผนการของท่านบรรพบุรุษ”
สวี๋ฉางเหอขมวดคิ้วแน่น ข่าวเหล่านี้ก่อนหน้านี้เขาเองก็พอได้ยินมาบ้าง
แต่เขาเป็นเจ้าเมืองเหอซี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรีบกลับไปยังเมืองเหอซีโดยเร็วที่สุด
อีกอย่างต่อให้มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณในตำนานจะซ่อนตัวอยู่ที่เมืองเหอซี แต่บัดนี้เมืองเหอซีมีผู้สูงส่งเช่นท่านเย่อยู่
ขอเพียงไปขอร้องให้ท่านเย่ยอมออกหน้าได้ ต่อให้เป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณแล้วจะเยี่ยงไรเล่า ?
แต่ตอนนี้เขาควรจะยกเหตุผลอันใดขึ้นมาดี ถึงจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้เหล่าผู้ดูแลค่ายกลห้วงเวลาเหล่านี้เปิดค่ายกลห้วงเวลาให้เขาได้ ?
นิ่งเงียบอยู่สักพัก สวี๋ฉางเหอก็เอ่ยตามตรงว่า “ข้าเป็นเจ้าเมืองเหอซี บุตรสาวของข้ายังอยู่ที่เมืองเหอซี ดังนั้นข้าจำเป็นจะต้องรีบกลับไป”
เอ่ยจบ สวี๋ฉางเหอก็หยิบป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่ง รวมทั้งหนังสือคำสั่งอายุเก่าแก่ออกจากอกเสื้อ
“เจ้าเมืองเหอซี ? ”
“คือ……”
เหล่าศิษย์สายตรงมีท่าทางลังเลขึ้นมาทันที
แม้เบื้องบนจะสั่งห้ามมิให้ศิษย์สายตรงทุกคนไปยังเมืองเหอซี ทว่าเยี่ยงไรซะอีกฝ่ายก็เป็นถึงเจ้าเมืองเหอซี
“เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน”
ศิษย์สายตรงผู้เป็นผู้นำไตร่ตรองอยู่สักพัก แล้วเอ่ยกับสวี๋ฉางเหอว่า “ท่านรออยู่ที่นี่สักครู่ ข้าขอไปสอบถามความเห็นจากผู้อาวุโสชวีก่อน”
สวี๋ฉางเหอพยักหน้ารับ
“พวกเจ้าเฝ้าที่นี่ต่อ ข้าจะไปพบผู้อาวุโสชวี”
ศิษย์สายตรงที่เป็นผู้นำรับป้ายคำสั่งและหนังสือคำสั่งในมือของสวี๋ฉางเหอมา จากนั้นก็เหาะตรงไปยังตำหนักโบราณด้านหลังอย่างรวดเร็ว
เวลามิถึงหนึ่งเคอ
ชายชราศีรษะขาวโพลนผู้หนึ่งและศิษย์สายตรงคนนั้นก็เหาะตามกันออกมาจากภายในตำหนักโบราณ และโรยตัวลงตรงหน้าของสวี๋ฉางเหอ
ชายชราใบหน้าซูบผอม ดวงตาลึกโบ๋พิจารณาสวี๋ฉางเหอเล็กน้อย จากนั้นก็ลูบหนวดพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ใช่แล้ว คล้ายกับตาเฒ่านั่นหลายส่วนทีเดียว คงจะเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตาเฒ่าผู้นั้นกระมัง”
สวี๋ฉางเหอนิ่งงัน ก่อนจะประสานมือคารวะ “ศิษย์สวี๋ฉางเหอคารวะผู้อาวุโสชวี”
ชายชราเม้มริมฝีปากแน่น พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ตอนนี้เมืองเหอซีมีอันตรายที่เจ้ามิสามารถจินตนาการได้ เจ้ามั่นใจหรือว่าต้องการที่จะกลับไปในเวลานี้ ? ”
สวี๋ฉางเหอเอ่ยด้วยท่าทางแน่วแน่ว่า “ผู้อาวุโสชวี ตอนนี้บุตรสาวของข้ายังอยู่ที่เมืองเหอซี นางเป็นความหวังของท่านพ่อและศิษย์ ต่อให้ศิษย์ต้องตายก็ต้องพานางออกมาจากเมืองเหอซีและรอดพ้นจากอันตรายครั้งนี้ให้ได้ขอรับ”
“นิสัยคล้ายกับพ่อของเจ้าจริง ๆ ”
ชายชรานำป้ายคำสั่งและหนังสือคำสั่งคืนให้แก่สวี๋ฉางเหอ จากนั้นก็มอบม้วนหนังสัตว์ม้วนหนึ่งให้
“ตามคำสั่งของสำนักเดิมทีข้ามิควรปล่อยให้เจ้าไปเมืองเหอซี แต่เห็นแก่มิตรภาพของข้าและพ่อเจ้า วันนี้ข้าจะยอมฝ่าฝืนคำสั่งเปิดประตูให้เจ้าสักครั้ง”
“อีกอย่างให้เจ้าพกม้วนหนังสัตว์นี่ติดกายเอาไว้ ด้านบนเป็นภาพแปลงกายของมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้น แม้จะมิสามารถยืนยันได้ว่าตอนนี้มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณจะแปลงกายเป็นรูปลักษณ์อื่นไปหรือยัง แต่พกภาพนี้ติดกายไว้อย่างน้อยก็กันไว้ดีกว่าแก้”
“และข้าขอกำชับเจ้าอีกเรื่อง มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้มีตบะบารมีสูงส่ง แม้แต่ท่านบรรพบุรุษฉางหลิงก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของเขา หากเจ้าบังเอิญพบคนผู้นี้ให้รีบหนีไปทันทีห้ามประมือกับเขาเด็ดขาด”
เอ่ยถึงตรงนี้ ชายชราก็มิเอ่ยสิ่งใดอีก ก่อนหันไปสั่งการทันทีว่า “เปิดค่ายกลห้วงเวลา ส่งคนผู้นี้ไปที่เมืองเหอซี”
“ผู้อาวุโสชวี……”
เหล่าศิษย์สายตรงพลันลังเลขึ้นมาทันที
“ทำไม เดี๋ยวนี้คำกล่าวของข้าพวกเจ้ามิเชื่อฟังแล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
ผู้อาวุโสแซ่ชวีเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หากเบื้องบนไต่สวนขึ้นมา ก็ให้บอกไปว่าที่พวกเจ้าต้องเปิดค่ายกลห้วงเวลาเป็นคำสั่งของข้า หากพวกเขาจะลงโทษอันใดก็ให้มาหาข้า”
สิ้นเสียง เหล่าศิษย์สายตรงก็สบตากันเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปยังรอบ ๆ ค่ายกลห้วงเวลา
สวี๋ฉางเหอถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะโค้งคำนับให้แก่ผู้อาวุโสชวี
“ขอบคุณผู้อาวุโสชวี บุญคุณในครั้งนี้ผู้น้อยจะจำเอาไว้ขอรับ”
เอ่ยจบสวี๋ฉางเหอก็เก็บป้ายคำสั่งและหนังสือคำสั่ง รวมทั้งม้วนหนังสัตว์เข้าไปในแหวนเก็บสมบัติ ก่อนจะเดินตรงไปยังค่ายกลห้วงเวลา
หลังจากผ่านไปมิกี่อึดใจ
ฟิ้ว !
ลำแสงอันลุกโชนราวกับเปลวเพลิงสายหนึ่งก็พุ่งขึ้นฟ้า
คลื่นแสงมากมายแผ่ออกมาจากลำแสงอย่างต่อเนื่อง ความว่างเปล่าสั่นสะเทือนจนเกิดเป็นระลอกคลื่น
หลังจากที่สวี๋ฉางเหอก้าวเข้าไปในค่ายกลห้วงเวลา เพียงพริบตาก็แปลงเป็นเงาและหายไปในลำแสงทันที
……
……
ราวกับเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สวี๋ฉางเหอปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง ที่ค่ายกลห้วงเวลาของจวนเจ้าเมืองเหอซี
เหล่าองครักษ์ชุดเกราะที่ประจำการอยู่ที่หน้าค่ายกลห้วงเวลา เมื่อเห็นสวี๋ฉางเหอกลับมาหลังจากหายไปหลายวันก็รีบคุกเข่าให้ทันที
สวี๋ฉางเหอปัดมือเบา ๆ ก่อนจะถามออกไปว่า “คุณหนูล่ะ ? ”
องครักษ์ที่เป็นหัวหน้าประสานมือให้และรีบตอบกลับทันที “เรียนท่านเจ้าเมือง หลังจากที่ท่านออกจากเมืองไปหลายวันมานี้คุณหนูเอาแต่บำเพ็ญเพียร และคอยติดตามท่านเย่อยู่ตลอดขอรับ”
“ตามเวลาแล้ว คาดว่าคุณหนูน่าจะยังบำเพ็ญเพียรอยู่ขอรับ”
สวี๋ฉางเหอพยักหน้า จากนั้นก็เดินตรงไปยังทางเดินด้านหน้า
หลังจากมาถึงทางเดินแล้ว
สวี๋ฉางเหอที่เพิ่งเดินไปได้มิกี่ก้าว ก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้
เขาหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน จากนั้นก็เพ่งสมาธิและหยิบม้วนหนังสัตว์ที่ผู้อาวุโสชวีมอบให้ออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ
แต่ระหว่างที่เขามองม้วนหนังสัตว์ในมือและเตรียมที่จะเปิดออกนั้น กลับรู้สึกลังเลขึ้นมา
มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณ !
หากมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณผู้นี้กลายร่างเป็นคนคุ้นเคยข้างกายของเขา จากนั้นก็ซ่อนตัวอยู่ข้างกายเขามาโดยตลอด
มิหนำซ้ำอีกฝ่ายยังเก่งกาจชนิดที่เทียบเคียงกับผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานเช่นท่านบรรพบุรุษฉางหลิงได้
ดังนั้นหากรู้ความจริงแล้ว เขาจะเผยพิรุธใด ๆ ออกไปหรือไม่ ?
คิดถึงตรงนี้
สูด !
สวี๋ฉางเหอก็อดมิได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ทันที
ทว่าหลังจากลังเลอยู่สักพัก เขาก็ตัดสินใจกางม้วนหนังสัตว์ออก
บัดนี้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าอีกมินานความจริงจะต้องปรากฏขึ้นมาอย่างแน่นอน
ส่วนเขาหากรู้ตัวตนที่แท้จริงของมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ได้ก่อนล่วงหน้า อาจจะมิใช่เรื่องเลวร้ายอันใดก็เป็นได้
สวี๋ฉางเหอสะบัดแขนเสื้อ และใช้พลังปราณเล็กน้อย
ม้วนหนังสัตว์ก็พุ่งออกไปด้านหน้าและค่อย ๆ กางออก
มินาน ภาพที่มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณแปลงกายเป็นมนุษย์ก็ปรากฏสู่สายตา
ทว่าหลังจากที่สวี๋ฉางเหอเห็นคนในภาพนั้น
ทันใดนั้น สมองของเขาก็ถึงกับขาวโพลน และมีเสียงวิ๊งดังขึ้นในโสตประสาท
‘นี่มัน ? ? ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
‘เป็นไปได้เยี่ยงไรกัน ! ’
‘เป็นไปมิได้ ! ’
‘เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ! ! ’
‘ท่านเย่……ท่านเย่คือมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณแปลงกายมาเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
สวี๋ฉางเหอถึงกับซวนเซถอยหลังไปหลายก้าว ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนถึงขีดสุด
เขาเคยจินตนาการถึงความเป็นไปได้นับมิถ้วน แต่คิดมิถึงเลยว่าเย่ฉางชิงจะเป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณที่แปลงกายมาตนนั้น