เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 739 เจ้าอยากประลองกับข้างั้นหรือ ?
ตอนที่ 739 เจ้าอยากประลองกับข้างั้นหรือ ?
ทันทีที่สตรีลึกลับเอ่ย
คนที่เหลือต่างก็เผยสีหน้าสงสัยออกมาทันที พวกเขาส่งสายตาให้แก่กัน ก่อนที่สุดท้ายจะเบนสายตาไปยังลู่ชิงซวงและผู้เฒ่าชุดดำ
การกระทำของพวกเขานั้นชัดเจนยิ่ง
ก่อนหน้านี้พวกเจ้าโอ้อวดว่าผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานท่านนั้นร้ายกาจ แล้วตอนนี้จะอธิบายเช่นไร ?
ที่นี่ไร้ซึ่งร่องรอยของการต่อสู้ นั่นหมายความว่าระหว่างพวกเขาจะต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดถูกสังหารไปแล้ว
อีกทั้งลิงขาวแข็งแกร่งเพียงใด คงมิต้องอธิบายให้มากความกระมัง ?
ดังนั้นตอนจบของเรื่องนี้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือผู้แข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานผู้นั้นถูกลิงขาวสังหารแล้ว
เมื่อสังเกตได้ถึงท่าทางและสายตาของคนอื่น ๆ ที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ลู่ชิงซวงก็ยังคงมีไม่แยแสแต่อย่างใด ทว่าผู้เฒ่าชุดดำกลับรู้สึกน่าขันยิ่งนัก
มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียด ก็จะเอ่ยเสียงเย็นว่า “พวกเจ้าคงมิได้คิดว่านายท่านของข้าจะถูกลิงขาวอะไรนั่นสังหารหรอกกระมัง ? ”
สตรีลึกลับใช้หางตาชำเลืองมองทุกคนที่อยู่โดยรอบ พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ลิงขาวตนนั้นพลังน่ากลัวเพียงใด พวกเราย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่นายท่านของเจ้า……”
เจ้าแดนต้องห้ามผู้มีรูปลักษณ์ราวกับเด็กน้อยเอ่ยเสริมขึ้นมาว่า “ทั่วทั้งแดนเซียนจื่อฉง หากมิใช่เพราะน้องลู่ชิงซวงควบคุมพลังแห่งกฎของดินแดนแห่งนี้เอาไว้ ลิงขาวจะต้องเป็นผู้ไร้พ่ายอย่างแน่นอน”
เมื่อทุกคนได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเจ้าแดนต้องห้ามผู้นี้
ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง
“ข้าจำได้ว่านายท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่า ผู้ไม่รู้ย่อมไม่กลัว”
ผู้เฒ่าชุดดำยังคงมีรอยยิ้มเย็นชาประดับใบหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “นายท่านของข้าอยู่ในระดับใดนั้น ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งเช่นพวกเจ้า ก็ยังไม่อาจจินตนาการได้อยู่ดี และการได้พบนายท่านก็ล้วนเป็นวาสนาของพวกเจ้าทั้งสิ้น”
“หรือลิงขาวตนนั้นจะบรรลุระดับราชันในตำนานแล้วงั้นหรือ ? ทว่าต่อให้เป็นระดับราชัน แต่สำหรับนายท่านแล้วก็หาใช่คู่ต้องสู้ของเขาไม่”
วิญญาณอาวุธของกระดานหมากเฉียนคุน เนื่องจากร่างเดิมได้รับบาดเจ็บสาหัส ความทรงจำของผู้เฒ่าชุดดำจึงขาดหายไปบางส่วน
ทว่าในความทรงจำอันเลือนลางของเขาระดับราชันในตำนานก็หาใช่ปลายทางของวิถีเซียนไม่
ส่วนนายท่านของเขาแท้จริงแล้วเป็นใครกันนั้น เขาเองก็จำไม่ได้แน่ชัด แต่หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ จะต้องยังอยู่เหนือระดับราชันเป็นแน่
ดังนั้นเขามองว่าต่อหน้าของนายท่าน ผู้บำเพ็ญเพียรระดับราชันก็หาใช่คู่ต่อสู้ของเขาไม่
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าชุดดำ ทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็อดมิได้ที่จะมองหน้ากันอีกครั้ง พลางมีเคร่งขรึมลงมากกว่าเดิมหลายเท่า
‘ระดับราชันงั้นหรือ ? ’
‘ระดับราชันในตำนานก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของนายท่านของเจ้าอย่างนั้นหรือ ? ’
‘เช่นนั้นนายท่านของเจ้าเป็นใครกันแน่ แล้วมาจากที่ใดกัน ? ’
‘ต่อหน้าพวกเราอย่าพูดเหลวไหลเป็นอันขาด ระวังเจ้าจะได้กลืนเข็มเงินพันเล่ม’
หลังจากเงียบไปชั่วขณะ
“ฮ่าฮ่า……”
“ทุกท่าน หรือว่าพวกท่านลืมฐานะของตัวเองแล้วงั้นหรือ ? ”
บัณฑิตที่มีดวงตาสีแดงนามว่าชิงหมิงจู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา ก่อนจะพ่นคำพูดชั่วร้ายออกมาว่า “คนผู้นี้เป็นเพียงวิญญาณอาวุธตัวกระจ้อยเท่านั้น เราต้องเชื่อคำพูดของเขาด้วยอย่างนั้นหรือ ? ”
“พลังของลิงขาวแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร พวกเราต่างก็รู้ดี อีกทั้งนายท่านผู้นั้นของเขาพวกเราเพียงแค่ได้ยินมาจากคำโอ้อวดเท่านั้น คิดว่าคนผู้นั้นจะอยู่เหนือกว่าระดับราชันในตำนานเช่นที่เขาพูดจริง ๆ น่ะหรือ ? ”
“นั่นสิ เกือบถูกเจ้าสารเลวผู้นี้หลอกเข้าให้แล้ว”
บุรุษหัวโล้นลูบศรีษะของตน ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยว่า “ยุคสมัยนี้หาใช่ยุคเซียนโบราณที่มีผู้เก่งกาจมากมาย อย่าว่าแต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับราชันในตำนานเลย แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับราชันจำแลงยังหาได้ยากยิ่ง”
“อีกอย่างอย่าว่าแต่ยุคสมัยนี้เลย เกรงว่าแม้แต่ในยุคเซียนโบราณก็มิเคยมีผู้ที่อยู่เหนือระดับราชันปรากฏมาก่อนแน่นอน”
ผู้เฒ่าที่สวมชุดขงจื๊อเอ่ยด้วยท่าทางเคร่งขรึมว่า “แม้แดนเซียนจะมิเคยมีผู้ที่อยู่เหนือระดับราชันปรากฏตัวมาก่อนก็จริง ทว่าตามบันทึกในตำราโบราณบันทึกเอาไว้ว่าส่วนลึกของอาณาจักรทะเลของสนามรบโบราณ มีสิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่าเทพจารชน เป็นสิ่งมีชีวิตโบราณที่อยู่เหนือระดับราชันจริง ๆ ”
ลู่ชิงซวงที่นิ่งเงียบมาตลอดเหมือนสัมผันได้ถึงอะไรบางอย่าง ในที่สุดก็เอ่ยขึ้นว่า “แดนต้องห้ามของลิงขาวแห่งนี้ไร้ซึ่งร่องรอยการต่อสู้ใด ๆ ก็จริง ทว่าส่วนลึกของแดนต้องห้ามกลับมีไอพลังพิเศษบางอย่างล่องลอยอยู่”
เจ้าแดนต้องห้ามผู้มีรูปลักษณ์ราวกับเด็กน้อยขมวดคิ้วแน่นพลางเอ่ยว่า “ข้าเองก็สัมผัสได้เช่นกัน แต่พวกเราจะเข้าไปจริงหรือ ? ”
ดวงตาของชิงหมิงเปล่งประกายอันดำมืดขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยพลางยิ้มเยาะ “น้องชิงซวง แม้ก่อนหน้านี้ลิงขาวจะเคยกล่าวเอาไว้ แต่ว่าอย่างไรซะเจ้าก็เป็นเจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉง ดังนั้นต่อให้เจ้าละเมิดกฎของเขา เชื่อว่าเขาก็คงไม่ทำอะไรเจ้าหรอกกระมัง ? ”
สตรีลึกลับได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้าเห็นด้วย “ถูกต้อง ตามที่ข้ารู้มา ลิงขาวชื่นชมน้องชิงซวงมาตลอด”
ผู้เฒ่าที่สวมชุดขงจื๊อลูบหนวดแล้วค่อย ๆ เอ่ยว่า “ช่างเถอะ ในเมื่อพวกเรามาถึงที่นี่แล้ว ก็เข้าไปด้วยกันเถอะ อย่างมากหากลิงขาวสั่งแล้ว เราค่อยออกมาก็ได้”
บุรุษหัวโล้นพยักหน้ารับหงึก ๆ แล้วเอ่ยว่า “ความคิดนี้ไม่เลว ข้าเห็นด้วย”
ดังนั้นหลังจากที่ทุกคนปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว จึงตัดสินใจว่าจะก้าวเข้าสู่แดนต้องห้ามของลิงขาวแห่งนี้ด้วยกัน
แต่ว่าแม้พวกเขาจะตัดสินใจก้าวสู่แดนต้องห้ามของลิงขาวแห่งนี้ด้วยกัน ทว่าความเร็วในการเคลื่อนไหวหลังจากก้าวสู่แดนต้องห้ามกลับเชื่องช้าอย่างมาก
ขณะเดียวกัน บนท้องฟ้าของแดนต้องห้ามแห่งนี้
เย่ฉางชิงปรายตามองลิงขาวที่มีสายตามุ่งมั่นอีกครั้ง และในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวแล้ว
เพราะเขาเสียเวลาอยู่ที่เมืองเหอซีมานานมากแล้ว และไม่ง่ายเลยกว่าจะหาวิธีไปจากแดนเซียนจื่อฉงแห่งนี้ ทว่าบัดนี้ก็ยังไม่ได้พบผู้ที่เรียกว่าเจ้าแห่งแดนเซียนผู้นั้น
หลังกินผลไม้เซียนจนอิ่ม เย่ฉางชิงส่ายหน้าน้อย ๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน
เขาเพ่งสมาธิวางหมากดำตัวหนึ่งลงบนกระดานอีกครั้ง
หมากดำตัวนี้ดูเหมือนวางลงไปแบบส่ง ๆ แต่สำหรับลิงขาวที่เวลานี้ได้เพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่กระดานหมาก หมากตัวนี้จึงราวกับแสงไฟท่ามกลางหมอกหนา ทำให้เขาเกิดการบรรลุขึ้นมาในพริบตา
เปรี้ยง !
พลังอันมหาศาลกลุ่มหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมาจากร่างของลิงขาว ราวกับสายรุ้งสีขาวทะลุผ่านดวงตะวันไปไกลหลายแสนลี้
“ยอด ยอด ยอด ช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ! ”
ลิงขาวมองหมากที่เย่ฉางชิงวางลงไป หมากขาวดำบนกระดานถูกวางจนเต็มภายในพริบตา
ขณะเดียวกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น และชื่นชมการเดินหมากตัวนี้ของเย่ฉางชิงไม่หยุด
เย่ฉางชิงเห็นดังนั้นกลับส่ายหน้า และถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายอีกครั้ง
หลังจากผ่านไปไม่กี่อึดใจ
ลิงขาวที่ตื่นเต้นดีใจอยู่นั้นเหมือนคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงประสานมือคาราวะให้กับเย่ฉางชิงในทันที “ความแตกฉานในวิถีหมากของท่านเรียกได้ว่าไม่มีผู้ใดสู้ได้ ก่อนหน้านี้ข้าล่วงเกินท่านไปขออย่าได้ถือสา”
เย่ฉางชิงพยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อข้าทำลายกลหมากของเจ้าได้แล้ว เช่นนั้นตอนนี้ข้าสามารถพาสหายทั้งสองของข้าออกไปได้แล้วใช่หรือไม่ ? ”
สิ้นเสียง ลิงขาวพลันชะงักงัน สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน
เขาบำเพ็ญเพียรวิธีหมากมานับหมื่นปี กลับยิ่งรู้สึกว่าวิถีหมากลึกล้ำจนยากจะคาดเดา บัดนี้ยากนักที่จะมียอดฝีมือวิถีหมากมาหาเขาถึงที่ แล้วจะปล่อยให้จากไปง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน ?
แน่นอนว่าเขายอมไม่ได้
เพียงแต่ตอนนี้ควรใช้วิธีใดรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ดีเล่า ?
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก ลิงขาวก็ประสานมือคาราวะแล้วเอ่ยว่า “ท่านเย่ ผู้ร่วมทางของท่านทั้งสองกำลังรู้แจ้งวิชาวิถีเซียนที่หลงเหลือมาแต่โบราณอยู่ด้านล่าง เกรงว่าตอนนี้คงยังไปไม่ได้ขอรับ”
เย่ฉางชิงโบกมือให้ พลางเอ่ยอย่างไม่ลังเลว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ให้พวกเขาทั้งสองอยู่ที่นี่ไปก่อน ส่วนข้าต้องขอตัว”
ลิงขาวนิ่งงันไปอีกครั้ง หลังจากไตร่ตรองแล้วจึงเอ่ยว่า “ท่านเย่ ความแตกฉานในวิถีหมากของท่านสูงส่งเพียงนี้ เชื่อว่าความแตกฉานในวิถีเซียนก็คงสูงส่งเช่นกันกระมัง ? ”
เย่ฉางชิงพิจารณาลิงขาวด้วยสายตาสงสัย ก่อนจะถามหยั่งเชิงว่า “เจ้าอยากประลองกับข้างั้นหรือ ? ”