เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 745 ของแทนตัว
ตอนที่ 745 ของแทนตัว
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
เย่ฉางชิงก็ถอนหายใจออกมาน้อย ๆ พยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ
ดวงตาเรียวยาวของเขากะพริบปริบ ๆ ดวงดาวหลายร้อยล้านดวงที่ฉายอยู่ในส่วนลึกของดวงตาก็ค่อย ๆ มลายหายไป
ขณะเดียวกันพลานุภาพของราชันที่แผ่ออกมาจากกายก็ถูกสะกดลงไปด้วย
ฟู่ !
ในวินาทีที่พลานุภาพของราชันอันน่ากลัวจางหายไป
ในที่สุดพวกลิงขาวก็ถอนหายใจหนัก ๆ ออกอย่างอดมิได้ ราวกับยกภูเขาออกจากอก
‘นี่คือพลานุภาพของราชันในตำนานอย่างนั้นหรือ ? ’
‘ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ! ’
ทุกคนสบสายตากันเล็กน้อย ก่อนจะโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิงอีกครั้งทันที
ทว่าในตอนนั้นเองก็มีเสียง ๆ หนึ่งดังขึ้น
ผู้เฒ่าชุดดำที่คุกเข้าอยู่กับพื้นเอ่ยด้วยความเคารพ “ยินดีกับนายท่านที่ฟื้นตบะบารมีถึงระดับราชันขอรับ ? ”
‘ฟื้น……ตบะบารมีถึงระดับราชัน ? ’
‘ทำไมเป็นคำว่าฟื้นตบะบารมี มิใช่บรรลุหรือว่าทะลวงพันธนาการก้าวเข้าสู่ระดับราชัน ? ’
‘หรือว่าตบะบารมีที่แท้จริงของท่านเย่ยังอยู่เหนือว่าระดับราชันอีกอย่างนั้นหรือ ? ’
‘อืม ! ’
‘คงจะเป็นเช่นนั้น ! ’
‘มิใช่สิ ! ’
‘ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ! ’
‘แต่ผู้ที่เหนือกว่าราชันจะเป็นใครกันเล่า ? ’
‘วิญญาณอาวุธผู้นี้พูดเหลวไหลอยู่หรือเปล่า ? ’
‘ทว่าดูจากตอนนี้แล้วแม้ภายนอกของท่านเย่จะมิได้มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ มากนัก แต่รังสีที่แผ่ออกมาจากภายในเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ’
ขณะเดียวกัน เมื่อได้ยินคำว่าราชัน
เย่ฉางชิงก็อดมิได้ที่จะใจสั่นขึ้นมา
‘ข้าก้าวสู่ระดับราชันแล้วงั้นหรือ เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของยุคสมัยนี้แล้วอย่างนั้นหรือ ? ’
‘ทว่าหากเป็นเช่นนี้ ข้าก็มิได้สัมผัสประสบการณ์อันใดบนเส้นทางการบำเพ็ญเพียรเลยน่ะสิ ! ’
‘ช่างเถอะ ! ’
‘ขอเพียงตามหาตู๋กู๋ชิงเฟิงได้ ข้าเป็นราชันแล้วจะอย่างไร มิเป็นราชันแล้วอย่างไร ? ’
‘ทว่านับแต่นี้ไป หลายคนคงถอยห่างจากข้าไปอีกเป็นแน่’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักใหญ่ เย่ฉางชิงก็เอ่ยอย่างมิลังเลใด ๆ อีก “ลิงขาว เจ้าไปแดนเซียนดาวตกกับข้า”
ลิงขาวพยักหน้ารับคำ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปหาเย่ฉางชิงทันที
คนที่เหลือเมื่อเห็นดังนั้น ก็เอ่ยด้วยความเคารพว่า “ผู้น้อยน้อมส่งท่านเย่”
เย่ฉางชิงกวาดตามองทุกคนเล็กน้อย จากนั้นก็พาลิงขาวเดินตรงไปทางค่ายกลห้วงเวลา
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งเค่อ ทั้งสองก็ค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปบนค่ายกลห้วงเวลา
จากนั้นลวดลายบนค่ายกลลายแล้วลายเล่าก็สว่างขึ้น
ตู้ม !
ลำแสงอันเจิดจ้าแผ่ออกมา ความว่างเปล่าโดยรอบสั่นสะเทือน ส่งเสียงและสั่นสะเทือนขึ้นมิหยุด
ฟิ้ว !
ลำแสงสีทองอันลุกโชนสายหนึ่งพุ่งขึ้นฟ้า เกิดเป็นคลื่นแสงแผ่เป็นชั้น ๆ ในความว่างเปล่าอย่างต่อเนื่อง
เป็นภาพที่อัศจรรย์ยิ่งนัก !
ผ่านไปมิกี่อึดใจ เมื่อภาพที่ตระการตานั้นหายไปอย่างรวดเร็ว
ร่างของเย่ฉางชิงและลิงขาวก็หายวับไปทันที
‘ท่านเย่และลิงขาวจากไปแล้วงั้นหรือ ? ’
ทุกคนสบตากันเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างอดมิได้ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกจากพื้น
แต่แล้วพวกเขาก็เบนสายตาไปยังผู้เฒ่าชุดดำที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนทันที
“พี่ชายท่านนี้ มิทราบว่าแท้จริงแล้วท่านเย่เป็นใครกันแน่อย่างนั้นหรือ ? ”
สตรีลึกลับที่รู้สึกสงสัยมานาน หลังจากผู้เฒ่าชุดดำลุกขึ้นยืน จึงรีบเข้ามาใกล้พลางทำมือคำนับให้แก่ผู้เฒ่าชุดดำ
“ร่างเดิมของข้าได้รับบาดเจ็บหนัก ทำให้สูญเสียความทรงจำส่วนหนึ่งไป”
ผู้เฒ่าชุดดำเองก็สารภาพออกมาตามตรง “แต่ว่าแม้ความทรงจำบางส่วนของข้าจะหายไป แต่ข้ายังจำได้ราง ๆ ว่าพลังที่แท้จริงของนายท่านนั้นห่างไกลจากตอนนี้มากนัก”
ลู่ชิงซวงพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “หากก่อนหน้านี้ตบะบารมีท่านเย่ยังมิได้ฟื้นคืนสู่ระดับราชันจริง ทว่าขณะซ่อมแซมค่ายกลห้วงเวลากลับมิได้รับผลกระทบใด ๆ จากเจตจำนงของราชัน เช่นนั้นก็แสดงว่าพลังที่แท้จริงของท่านเย่บางทีอาจจะอยู่เหนือกว่าระดับราชันจริง ๆ ”
บัณฑิตตาแดงขมวคิ้วมุ่น ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าสงสัยว่า “เหนือกว่าราชัน แล้วเหนือกว่าราชันคือระดับใดกัน ? ”
ลู่ชิงซวงเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ตามบันทึกในตำราโบราณ ส่วนลึกของอาณาจักรทะเลในสนามรบโบราณมีสิ่งมีชีวิตอันน่ากลัวเหนือกว่าราชันอาศัยอยู่ สิ่งมีชีวิตนี้เรียกตัวเองว่าเทพโบราณ ดังนั้นผู้ที่เหนือกว่าราชันก็ควรจะถูกขนานนามว่า เทพโบราณ”
เจ้าแห่งแดนที่แปลงกายเป็นเด็กแค่นเสียงออกมาเบา ๆ “พวกเราตอนนี้มีตบะบารมีเพียงระดับราชันจำแลงเท่านั้น ยังห่างจากระดับราชันอีกไกลมากนัก เหตุใดต้องสนใจผู้ที่เหนือกว่าราชันด้วยเล่า ? ”
ผู้เฒ่าที่สวมชุดขงจื๊อลูบหนวดพลางเอ่ยว่า “เสี่ยวหงพูดมามีเหตุผล”
“อีกทั้งทุกท่านคงจะสัมผัสได้ว่าเมื่อครู่ตอนที่ท่านเย่กลับคืนสู่ระดับราชัน สภาพแวดล้อมของฟ้าดินได้เกิดการเปลี่ยนแปลง นี่ก็หมายความว่ายุคสมัยใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว”
“เชื่อว่าอีกมินานจะต้องมีผู้แข็งแกร่งสามารถทะลวงพันธนาการและก้าวเข้าสู่ระดับราชันอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันคาดว่าสนามรบโบราณก็คงใกล้จะเปิดแล้ว ถึงตอนนั้นพวกเราคงเลี่ยงมิได้ที่จะต้องเข้าไปในนั้นด้วย”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ผู้เฒ่าที่สวมชุดขงจื๊อก็ประสานมือคาราวะให้กับทุกคน “ทุกท่าน ข้าต้องขอตัวก่อน พวกเราลากันตอนนี้เลยก็แล้วกัน”
บุรุษหัวโล้นที่มีร่างกายกำยำเองก็ประสานมือขึ้นเช่นกัน “ทุกท่านลากันตรงนี้ก็แล้วกัน”
เวลามิถึงหนึ่งเค่อ
เจ้าแห่งแดนต้องห้ามก็ทยอยจากไป เหลือเพียงผู้เฒ่าชุดดำและลู่ชิงซวง
“ข้าเองก็ต้องไปตามหาคุณหนูที่เมืองเหอซีเช่นกัน”
เอ่ยจบ ผู้เฒ่าชุดดำก็แปลงกายเป็นลำแสงทะยานขึ้นฟ้า มุ่งหน้าไปยังขอบฟ้าที่ไกลออกไป
ลู่ชิงซวงพลันถอนสายตากลับมา ก่อนจะหันไปมองค่ายกลห้วงเวลาที่อยู่มิไกลนักอย่างนิ่งงัน และราวกับเห็นร่างในชุดสีเขียวร่างนั้นอีกครั้งราง ๆ
“เหนือกว่าราชันงั้นหรือ ? ”
“เพียงแค่ราชันปรากฏขึ้นในยุคก็ทำให้ผู้คนเฝ้าฝันถึงแล้ว ส่วนผู้ที่เหนือกว่าราชันจะอยากรู้ไปทำไมกันเล่า ? ”
ลู่ชิงซวงเผยรอยยิ้มอันฝืดเฝื่อนออกมา พลางส่ายหน้าก่อนจะหายไปจากที่ตรงนั้นภายในพริบตา
อีกด้านหนึ่ง
ระหว่างที่เย่ฉางชิงและลิงขาวผ่านค่ายกลห้วงเวลา ข้ามความว่างเปล่าไปยังแดนเซียนดาวตก
เสียงอันคุ้นเคยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเขาอีกครั้ง
“ฉางชิง พวกเราพบกันอีกแล้ว”
เมื่อเย่ฉางชิงได้ยินดังนั้น ดวงตาเรียวยาวก็ลืมขึ้นมาทันที
พลันเกิดความโกลาหลขึ้นตรงหน้าทันที และท่ามกลางความโกลาหลนั้น ก็มีร่างสีทองที่ดูพร่ามัวร่างหนึ่งยืนอยู่
เย่ฉางชิงย่อมจำคนผู้นี้ได้ จึงเอ่ยออกมาด้วยความมิพอใจทันทีว่า “เจ้าโผล่มาทำไมอีก ? ”
บุรุษลึกลับโต้กลับทันที เพียงแต่มิได้ตอบคำถามของเย่ฉางชิง “บัดนี้เจ้ามีตบะบารมีระดับราชันแล้ว รู้สึกเป็นเช่นไรบ้าง ? ”
มุมปากของเย่ฉางชิงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยความเดือดดาลว่า “ข้าบรรลุหลายระดับต่อเนื่องอย่างมิอาจควบคุมได้ จนกลายเป็นราชันในตำนานนี่ก็เป็นเพราะเจ้าใช่หรือไม่ ? ”
“มิใช่ การที่เจ้าบรรลุเช่นนี้มิสามารถโทษข้าได้”
บุรุษลึกลับเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ขณะที่เจ้าซ่อมแซมลวดลายค่ายกลห้วงเวลา บังเอิญสัมผัสเจตจำนงราชันเข้า ทำให้เจ้าเกิดการบรรลุต่อเนื่องถึงระดับราชันได้”
‘เจตจำนงราชัน ? ’
‘เจ้าหมอนี่ เมื่อครู่ตอนที่ข้าซ่อมแซมค่ายกล ข้ามิได้สัมผัสถึงอะไรเลยด้วยซ้ำ’
‘ช่างเถอะ ! ’
‘ข้าขี้เกียจจะสนใจแล้ว’
เย่ฉางชิงเงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้ายังมิได้ตอบข้าเลยว่า เจ้ามาทำไม ? ”
บุรุษลึกลับเอ่ยอย่างช้า ๆ ว่า “เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่ทะเลดำข้าบอกอะไรเจ้า ? ”
“ทะเลดำ……บอกอะไร ? ”
เย่ฉางชิงคลึงหว่างคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยความสงสัยว่า “เจ้าบอกว่าอะไร ? ”
บุรุษลึกลัยเอ่ยอย่างระอาว่า “เอาเช่นนี้บัดนี้เจ้ามีตบะบารมีระดับราชันแล้ว มีบางเรื่องที่ข้าควรจะบอกเจ้า”
“ร่างเก้าภพ ในสิบสองแดนเซียนแห่งนี้มีของแทนตัวแต่ละภพของเจ้าอยู่ หากเจ้าต้องการฟื้นฟูความทรงจำทั้งหมด ก็ต้องหาของแทนตัวทั้งหมดจากร่างเก้าภพของเจ้าให้เจอ”
“สิ่งที่ข้าสามารถบอกเจ้าได้มีเพียงเท่านี้”
เอ่ยจบร่างสีทองก็ราวกับมลายหายไปในอากาศ และไร้ซึ่งเสียงใด ๆ อีก
ทว่าเย่ฉางชิงกลับตกอยู่ในความเงียบงัน