เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 747 รังแกกันเกินไปแล้ว
ตอนที่ 747 รังแกกันเกินไปแล้ว
ราชันปรากฏตัวงั้นหรือ ?
เมือได้ยินดังนั้น อีกฝั่งของศิลาถ่ายทอดเสียงก็พลันเกิดความโกลาหลขึ้น
“เจ้าเฒ่าหลิว เจ้ามิได้กำลังหลอกคนแก่อย่างพวกเราใช่หรือไม่ ? ”
“นั่นน่ะสิ พวกเราต่างก็เป็นผู้อมตะที่อยู่มากี่หมื่นกี่แสนปีแล้ว มุขแบบนี้ดูจะไร้สาระเกินไปหรือเปล่า ! ”
“วันนี้ปราณวิญญาณเพิ่งจะฟื้นคืน ยุคสมัยใหม่เพิ่งปรากฏจะมีราชันปรากฏตัวขึ้นมาได้อย่างไร ? ”
“หรือว่า……บรรพบุรุษเผ่าสวรรค์ผู้นั้นก้าวสู่ระดับราชันแล้ว ? ”
“เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด ต่อให้เป็นบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ผู้นั้นก็มิมีทางก้าวเข้าสู่ระดับราชันในเร็วเพียงนี้อย่างแน่นอน ! ”
“……”
เมื่อถูกเหล่าสหายสงสัยเช่นนี้
ชายชราร่างผอมก็คลึงที่หว่างคิ้ว พลางเอ่ยด้วยท่าทางเคร่งเครียดว่า “ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามิเชื่อ แต่ข้าเพียงอยากบอกพวกเจ้าว่าราชันท่านนี้มาจากแดนเซียนอื่น อีกทั้งยังต้องการตามหาบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ผู้นั้นอีกด้วย”
“ดังนั้นข้าเดาว่าการมาของราชันผู้นี้ เป็นไปได้สูงว่าเพื่อต้องการสังหารผู้แข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานคนอื่นที่กำลังจะกลายเป็นราชัน ส่วนเหตุผลอื่นตอนนี้ข้าก็คิดมิออกเช่นกัน”
เอ่ยเพียงเท่านั้น ชายชราร่างผอมก็มิได้เอ่ยสิ่งใดอีก เขาเพ่งสมาธิหมอกที่ปกคลุมบนศิลาถ่ายทอดเสียงก็พลันสลายไป
เป็นดังเช่นชายชราผู้หนึ่งกล่าวเอาไว้ พวกเขาอยู่มาหลายหมื่นปี หลายแสนปี ยิ่งพูดมากก็จะยิ่งทำให้เกิดการเคลือบแคลงสงสัย
ดังนั้นเขาจึงเอ่ยเพียงเรื่องที่ควรพูดเท่านั้น จากนั้นก็ตัดการติดต่อซะ มิแน่ทำแบบนี้พวกเขาอาจจะยอมเชื่อมากกว่า
เพราะเขามิอยากให้สหายเก่าแก่ที่เหลืออยู่เพียงมิกี่คนเกิดเรื่องร้ายอันใดขึ้น
ยุคใหม่เริ่มต้นขึ้นทั้งยังมีราชันปรากฏตัว เชื่อว่าอีกมินานสนามรบโบราณก็จะต้องเปิดขึ้นอย่างแน่นอน
เมื่อมีตบะบารมีถึงระดับเช่นพวกเขาจำเป็นจะต้องเข้าไปยังสนามรบโบราณ มิเช่นนั้นหากทัณฑ์สวรรค์ฟาดฟันลงมาจะต้องกายสลาย เต๋าสูญสิ้น อย่างแน่นอน
ส่วนภายในสนามรบโบราณนั้นก็เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและอันตรายมากมาย พวกเขาจำเป็นจะต้องร่วมมือกัน บางทีอาจจะสามารถมีชีวิตรอดกลับออกมาจากสนามรบโบราณได้
อีกด้านหนึ่ง
เย่ฉางชิงและลิงขาวเหาะไปอย่างไร้จุดหมาย หวังว่าจะสามารถหาแดนบำเพ็ญเพียรศักดิ์สิทธิ์สักแห่ง หรือราชวงค์เซียนโบราณเจอ
เพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับเผ่าสวรรค์ตอนนี้
สองนายบ่าวเดินทางไปเรื่อย ๆ มิเร็วแต่ก็มิถือว่าช้าเกินไป
ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยาม ก็สามารถเดินทางได้ไกลนับแสนลี้
เมื่อผ่านเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง จึงได้รู้ว่าพวกเขาเข้าสู่อาณาเขตของราชวงค์เซียนอวี่ฮั่วแล้ว หากเดินทางไปทางตะวันออกอีกห้าหมื่นลี้ก็จะเป็นเมืองหลวงของราชวงค์เซียนอวี่ฮั่ว
ผ่านไปมินาน
บนดินแดนอันกว้างใหญ่ที่เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของราชวงค์เซียนอวี่ฮั่วก็ปรากฏขึ้น
เมื่อทอดมองออกไป ราชวงค์เซียนโบราณแห่งนี้มีรูปร่างราวกับมังกรเทพนอนขดอยู่บนพื้น
สันเขารอบเมืองหลวงทอดยาวออกไป ต้นไม้โบราณเขียวชอุ่ม แม่น้ำไหลเชี่ยวกราก
และภายในกำแพงเมืองสีดำที่สูงตระหง่านนับร้อยจั้ง มีสิ่งก่อสร้างโบราณมากมายเรียงรายอยู่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งท้องฟ้าเหนือใจกลางเมืองหลวง อาคารโบราณหลายหลังลอยอยู่กลางอากาศ แผ่ไอพลังมหาศาลออกมา
หมอกลอยอบอวล เกิดแสงเทพสาดส่องระยิบระยับ ขับให้ตำหนักเหล่านี้ดูราวกับตำหนักเทพในตำนานก็มิปาน
มิเพียงเท่านั้นใจกลางของตำหนักเทพเหล่านี้ ยังมังกรยักษ์สีทองตัวหนึ่งเหาะอยู่รอบ ๆ อีกด้วย
เดาได้มิยากว่าเบื้องล่างของมังกรยักษ์สีทองตัวนี้ ก็คือวังของราชวงค์เซียนอวี่ฮั่ว
หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับราชัน ระหว่างทางที่มาเย่ฉางชิงมิจำเป็นต้องถ่อมตนอีก
เมื่อก่อนเขามักคิดว่าตบะบารมีของตนยังมิแก่กล้าพอ หากเผลอไปล่วงเกินคนที่มิควรล่วงเกินเข้า อาจจะต้องตายอย่างน่าอนาถก็เป็นได้
ทว่าบัดนี้เขากลายเป็นราชันในตำนานแล้ว กลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของแดนเซียน จึงมิจำเป็นต้องถ่อมตัวอีก
เวลานี้หากมิวางก้าม แล้วจะได้วางก้ามเมื่อใดกัน !
กลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุคแล้ว ยังต้องเกรงกลัวผู้อื่นอีก เช่นนั้นก็มิใช่เรื่องการถ่อมตัวแล้ว แต่เป็นปัญหาเรื่องสติปัญญามากกว่า
เย่ฉางชิงและลิงขาวแปลงกายเป็นลำแสงอย่างมิลังเล เป้าหมายคือเหนือวังหลวงของราชวงค์เซียนอวี่ฮั่ว
ทว่ามิถึงหนึ่งเค่อ ขณะที่ทั้งสองปรากฎกายอยู่เหนือวังหลวงนั้น
ร่างสีดำหลายร่างก็ปรากฎขึ้นรอบกายของพวกเขาราวกับภูตผี
ขณะเดียวกัน มังกรยักษ์สีทองก็พุ่งทะยาน แผ่ไอพลังอันแข็งแกร่งออกมา
ส่วนตำหนักโบราณอันพิสดารหลังนั้นก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ลวดลายค่ายกลที่ซับซ้อนและแน่นขนัดก็ปรากฎขึ้นราง ๆ
ฟิ้ว !
ฟิ้ว !
ลำแสงลุกโชนราวกับเปลวเพลิงสายแล้วสายเล่า พุ่งออกมาจากตำหนักไปยังขอบฟ้า
นี่เป็นค่ายกลสังหารอันน่ากลัวยิ่งค่ายกลหนึ่ง แม้แต่ลิงขาวเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ปกคลุมโดยรอบ ยังอดมิได้ที่จะเผยสีหน้าหวาดหวั่นออกมา
“นายท่านขอรับ พวกเราคงประเมินต่ำเกินไป”
ลิงขาวมองไปโดยรอบ ก่อนจะส่งกระแสจิตออกมา “ค่ายกลสังหารนี้มิธรรมดาอย่างมาก มีไอราชามังกรคอยสนับสนุน ภายในตำหนักโบราณทั้งหกน่าจะมีกระดูกเทพของสัตว์โบราณอยู่ หากมันเปิดเกรงว่าพวกเราจะรับมือได้ยากนะขอรับ”
เย่ฉางชิงหัวเราะออกมาอย่างมิใส่ใจ
เขาในตอนนี้คือราชันในตำนาน แค่ค่ายกลสังหารค่ายกลหนึ่งคิดว่าจะทำให้เขาบาดเจ็บได้งั้นหรือ ?
อีกอย่างเขามั่นใจว่าตัวเองมีความแตกฉานในเรื่องค่ายกลระดับหนึ่ง และน่าจะทำลายค่ายกลสังหารนี้ได้
หลังจากผ่านไปมิกี่อึดใจ
เสียงที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“พวกเจ้าเป็นใครกัน ถึงหาญกล้าบุกเข้ามายังวังหลวงของราชวงค์เซียนอวี่ฮั่ว ? ”
ยังมิทันสิ้นเสียงชายวัยกลางคนที่สวมมงกุฎสีทอง และชุดสีเหลืองทองผู้หนึ่งก็เดินมากลางอากาศ โดยมีชายชราในชุดสีเทาเดินตามมาด้วย
เย่ฉางชิงมีสีหน้าสงบนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ เพียงแค่ปรายตามองทั้งสองคนเงียบ ๆ
ในเมื่อจะวางก้ามเช่นนั้นก็มิอาจพูดมากได้ เพราะจะทำให้ความน่าเกรงขามลดลง
ลิงขาวชำเลืองมองใบหน้าด้านข้างของเย่ฉางชิงเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขาออกไป
ขณะเดียวกันร่างของเขาพลันระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ไอพลังมหาศาลแผ่กระจายไปทั่ว ทำให้ความว่างเปล่าโดยรอบเกิดการบิดเบี้ยวขึ้นทันที
“บังอาจ ! ”
ลิงขาวแค่นเสียงเย็น ก่อนจะคำรามเสียงต่ำว่า “เป็นเพียงฮ่องเต่วิถีเซียนตัวเล็กๆ ผู้หนึ่ง ต่อหน้านายท่านของข้ายังมิรีบคารวะ อีกทั้งยังกล้าเอ่ยถามเช่นนี้อีก ! ”
ชายวัยกลางคนในชุดสีเหลือทองเห็นได้ชัดว่าตื่นตระหนกกับพลังของลิงขาว จึงอดมิได้ที่จะใจสั่นขึ้นมา พร้อมกับชะงักฝีเท้าลง
“ฝ่าบาทพะยะค่ะ สองคนนี้มิใช่คนธรรมดา พลังของบุรุษชุดขาวเกรงว่าน่าจะก้าวเข้าสู่ระดับราชันจำแลงมานานแล้วพะยะค่ะ”
ชายชราชุดเทาที่สัมผัสได้ถึงไอพลังของลิงขาว จึงส่งกระแสจิตออกไป
“เผ่าสวรรค์มีผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานมากมายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ? ! ”
ชายวัยกลางคนได้สติขึ้นมา ก่อนจะส่งกระแสจิตตอบกลับไปว่า “เหล่าอู๋ ค่ายกลสังหารเจ็ดพิฆาตนี้ เมื่อรวมกับไอราชามังกรของข้าจะสามารถเอาชนะพวกเขาสองคนได้หรือไม่ ? ”
ชายชราชุดเทาส่ายหน้าไปมาแล้วค่อย ๆ เอ่ยว่า “ผู้น้อยเองก็เพิ่งเข้าสู่ระดับราชันจำแลงได้มินาน ดังนั้นจึงมิสามารถประเมินได้ขอรับ”
ทันทีที่สิ้นเสียง ลิงขาวก็แค่นเสียงเย็นออกมา พลังอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งระเบิดออกมาจากร่างของเขาอีกครั้ง
ย๊าก !
เขาเงยหน้าคำรามขึ้นฟ้า ความว่างเปล่าด้านหลังของเขาพลันสั่นสะเทือน เงามายาขนาดใหญ่เงาหนึ่งปรากฎขึ้นกลางอากาศ
เพียงแค่ไอพลังที่แผ่ออกมาก็ทำให้ความว่างเปล่ารอบกายพังทลายลงแล้ว
“ยังมิรีบคุกเข่าอีก ! ”
ลิงขาวเอ่ยเสียงเย็นอีกครั้ง
เสียงในครั้งนี้ราวกับอสนีบาต ดังก้องไปทั่วเมืองหลวงของราชวงค์เซียนอวี่ฮั่วในพริบตา เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามอย่างที่สุด
ทว่าสุดท้ายทันทีที่สิ้นเสียง เสียงอันดุดันเสียงหนึ่งก็ดังมาจากส่วนลึกของวังหลวง
“พวกบ้านี่ เผ่าสวรรค์ของพวกเจ้าจะรังแกกันเกินไปแล้ว ! ”
ได้ยินดังนั้นสีหน้าของลิงขาวก็เข้มขึ้น ดวงตาอันเย็นเยียบคู่นั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่ากลัว
ทว่าขณะที่เย่ฉางชิงได้ยินเสียงนั้นกลับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากจะโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม