เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 748 ไร้พ่ายแม้จะอยู่ระดับเดียวกัน ?
ตอนที่ 748 ไร้พ่ายแม้จะอยู่ระดับเดียวกัน ?
เย่ฉางชิงคุ้นเคยกับเสียงนี้อย่างมาก
เพียงแต่สิ่งที่เขาคาดมิถึงก็คือ เขาจะได้พบกับคนผู้นี้อีกครั้งที่นี่
มินาน !
ทันทีที่สิ้นเสียง พลังที่แข็งแกร่งยิ่งสายหนึ่งก็แผ่ออกมา ก่อนที่ร่าง ๆ หนึ่งจะปรากฎสู่สายตา
สตรีนางหนึ่งแต่งกายมีเสน่ห์อย่างยิ่ง
ผมยาวสยายราวกับเกลียวคลื่น ผิวขาวนวลเนียน ดวงตางดงาม
สวมชุดกระโปรงยาวสีแดงสด รูปร่างอรชร ขาเรียวยาว
รูปร่างที่เย้ายวนเช่นนี้เพียงแค่มองแว็บเดียวก็ทำให้คนเลือดลมสูบฉีดอย่างอดมิได้แล้ว
ทว่าเมื่อสตรีชุดแดงที่สีหน้าเต็มไปด้วยความเดือดดาลเห็นบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้าค่ายกลสังหารเจ็ดพิฆาต
ร่างทั้งร่างพลันนิ่งงันราวกับโดนสายฟ้าฟาด ใบหน้าขาวเนียนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกในทันที
“ท่านบรรพบุรุษ ! ”
หลังจากที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันของราชวงค์เซียนอวี่ฮั่วเห็นสตรีชุดแดง พลันมีท่าทางเคารพยำเกรงทันที
ทว่าสตรีชุดแดงกับมีท่าทีประหลาด ดวงตาแข็งค้างขณะจ้องไปที่เย่ฉางชิง
ขณะเดียวกัน เมื่อเย่ฉางชิงเห็นสตรีชุดแดงก็อดมิได้ที่จะเผยสีหน้าสงสัยออกมา
ก่อนหน้านี้เสียงที่ขี้หงุดหงิดนั่น เขามั่นใจว่าต้องเป็นเสียงของเปาต้าเหมยแห่งเมืองเสี่ยวฉืออย่างแน่นอน
แต่เปาต้าเหมยที่เขารู้จักมีแขนขากำยำ ผิวหยาบกร้าวอย่างกับบุรุษ
แตกต่างจากสตรีชุดแดงตรงหน้าเขาอย่างสิ้นเชิง……
ขณะที่เย่ฉางชิงกำลังขมวดคิ้วมุ่นอยู่นั้น
สตรีชุดแดงก็เอ่ยถามหยั่งเชิงว่า “ท่าน……คือท่านเย่ใช่หรือไม่ ? ”
เย่ฉางชิงนิ่งงัน ก่อนจะถามออกไปเช่นกัน “พี่เปาหรือขอรับ ? ”
“ฮ่าฮ่า……”
เมื่อเห็นเย่ฉางชิงเอ่ยถามเช่นนี้ สตรีชุดแดงพลันหัวเราะเสียงดังออกมา
“ท่านเย่ มิพบกันหลายปี คาดมิถึงว่าท่านจะยังจำข้าได้อยู่”
สตรีชุดแดงโบกมือเบา ๆ ค่ายกลสังหารเจ็ดพิฆาตที่กำลังจะทำงานก็หยุดการโคจรลงภายในพริบตา ขณะเดียวกันก็เอ่ยอย่างหยอกล้อว่า “จริงสิ ท่านคงมิได้แอบชอบข้ามาตลอดหรอกนะ ? ”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ สตรีชุดแดงก็ทุบหน้าอกตัวเองพลางเอ่ยว่า “รูปร่างข้าตอนนี้เจ้าพึงพอใจหรือไม่ ? ”
ระหว่างที่เปาต้าเหมยที่กลายร่างเป็นสตรีชุดแดงกำลังโยกไปย้ายมาด้วยท่าทีหยอกเย้าอยู่นั้น
ฮ่องเต้ที่ยืนอยู่ด้านหลังของนางก็มีใบหน้าแดงก่ำขึ้นมา พลางเอ่ยเตือนเสียงเบาว่า “ท่านบรรพบุรุษ สงวนท่าทีหน่อยขอรับ อย่างไรซะท่านก็……”
แปะ !
ฮ่องเต้เอ่ยยังมิจบ
นิสัยเดิมที่แก้ยากของเปาต้าเหมย คนขี้โมโหง่ายเช่นนางจึงหมุนกายไปตบ
หน้าของฮ่องเต้ราชวงค์เซียนอวี่ฮั่วอย่างแรง
“ไสหัวไป ข้าจะพูดอะไร ทำอะไร เด็กอย่างเจ้ามิมีสิทธิ์จะมาสั่งสอนข้า ! ”
ทันทีที่เปาต้าเหมยเอ่ยออกมา ฮ่องเต้และชายชราข้างกายหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก มิกล้าส่งเสียงใด ๆ อีก
เย่ฉางชิงเห็นดังนั้น ก็ทำได้เพียงส่ายหน้าไปมาพร้อมรอยยิ้มแห้ง ๆ
ความเกรี้ยวกราดและดุดันมิเปลี่ยนไปเลยสักนิดเดียว
“จริงสิขอรับพี่เปา”
เย่ฉางชิงเหมือนคิดถึงใครบางคนขึ้นมาได้จึงเอ่ยถามว่า “คนขายเนื้อซุนที่เป็นสามีท่านตอนอยู่เมืองเสี่ยวฉือ ตอนนี้เขาอยู่ที่ราชวงค์เซียนอวี่ฮั่วด้วยหรือไม่ขอรับ ? ”
เปาต้าเหมยเอ่ยโดยมิต้องคิดว่า “อยู่สิ เพียงแต่หลังจากกลับมา ก็เข้าฌานบำเพ็ญเพียรมาโดยตลอด จนถึงวันนี้ก็ยังบำเพ็ญเพียรอยู่เลย”
เย่ฉางชิงพยักหน้ารับรู้ยิ้ม ๆ
เปาต้าเหมยเองก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบเอ่ยเชิญว่า “ท่านเย่ ในเมื่อท่านมาแล้ว เช่นนั้นก็ไปคุยกันด้านล่างเถอะ ให้ข้าได้ต้อนรับท่านในฐานะเจ้าบ้านหน่อยเถอะ”
เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นก็ต้องขอรบกวนท่านแล้ว”
จากนั้นเปาต้าเหมยก็นำทุกคนลงมาสู่พื้นดิน มายังตำหนักที่หรูหราที่สุดของราชวงค์เซียนอวี่ฮั่ว
เสาในตำหนักถูกแกะสลักอย่างหรูหรา ตกแต่งด้วยทองและหยก ทุกอย่างดูหรูหราตระการตาไปหมด
เปาต้าเหมยรู้ว่าเย่ฉางชิงชอบกินอาหารป่า จึงสั่งห้องเครื่องให้เตรียมเอาไว้ โดยเฉพาะไตเสือดำที่จะขาดมิได้เด็ดขาด
“ท่านเย่ ตอนนี้ท่านมีตบะบารมีระดับใดแล้วอย่างนั้นหรือ? เหตุใดข้าถึงมิสามารถสัมผัสไอพลังใด ๆ จากกายท่านได้เลย”
เปาต้าเหมยและเย่ฉางชิงนั่งอยู่ตรงกลางของตำหนัก ดื่มสุราพลางถามไถ่กันและกัน
เย่ฉางชิงหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยอย่างสบาย ๆ ว่า “น่าจะเป็นระดับราชันได้ขอรับ”
ระดับราชัน ?
ทันทีที่เย่ฉางชิงเอ่ยออกมา มิเพียงแค่ซุนเฉ่อฮ่องเต้ของราชวงค์เซียนอวี่ฮั่วและอู๋ลู่ผู้อาวุโสผู้ปกป้องแคว้นเท่านั้นที่มีดวงตาเบิกโพลง สีหน้าซีดเผือด แม้แต่เปาต้าเหมยเองก็มีหน้าเหลือเชื่ออย่างปิดมิมิด
ราชัน !
นี่เป็นถึงราชันที่มีชีวิตอยู่เชียวนะ !
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้สิ่งมีชีวิตจำนวนนับมิถ้วนจะอยู่ห่างจากระดับราชันเพียงแค่เส้นบาง ๆ กั้น
แต่เพราะเส้นบาง ๆ ที่กั้นเอาไว้ ทำให้สิ่งมีชีวิตนับมิถ้วนต่อให้กายสลายเต๋าสูญสิ้นก็มิสามารถข้ามไปได้
ทว่าบัดนี้ยุคสมัยใหม่ได้เริ่มขึ้น พวกเขากลับได้พบราชันตัวเป็น ๆ นี่เป็นเกียรติสูงส่งเพียงใดกัน !
คิดได้ดังนั้น ฮ่องเต้ซุนเฉ่อและอู๋ลู่ก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว แผ่นหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อ อดมิได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ
ก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งสองคนยังปรึกษากันอยู่ว่าจะเอาชนะสองคนนี้เช่นไร ถ้าหากท่านบรรพบุรุษมิได้มาทันเวลา จะเกิดภัยพิบัติใหญ่หลวงเพียงใดกัน ?
แต่ราชันท่านนี้สนิทสนมกับท่านบรรพบุรุษถึงเพียงนี้ เช่นนั้นจะสามารถยืมพลังของท่านราชัน นำจุดเปลี่ยนมาสู่ราชวงค์เซียนอวี่ฮั่วได้หรือไม่นะ ?
“ระดับราชันงั้นหรือ ? ”
เปาต้าเหมยยิ้มเยาะตัวเอง ก่อนที่จะทอดถอนใจออกมาว่า “ก่อนหน้านี้ข้ายังคิดว่าท่านเย่อาจจะเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันจำแลง ดูท่าข้าคงจะเลอะเลือนเกินไปแล้ว”
เย่ฉางชิงหัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “พี่เปา ก่อนหน้านี้เห็นท่านพูดถึงเผ่าสวรรค์ หรือว่าท่านกับเผ่าสวรรค์เคยมีเรื่องอะไรกันงั้นหรือ ? ”
เมื่อได้ยินคำว่าเผ่าสวรรค์ เปาต้าเหมยก็มีสีหน้าเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที มือทั้งสองข้างกำแน่น “ก่อนหน้านี้เผ่าสวรรค์เป็นเพียงเผ่าราชันที่ตกต่ำเผ่าหนึ่ง อย่าว่าแต่ราชวงค์เซียนอวี่ฮั่วของข้าเลย แม้แต่สำนักเซียนธรรมดาก็มีมิกี่แห่งที่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา”
“แต่มิรู้เพราะเหตุใด จู่ ๆ เผ่าสวรรค์ก็มีผู้อมตะคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้นมา พลังของมันแข็งแกร่งยิ่งนัก ถึงขนาดเอาชนะเจ้าแดนของแดนเซียนดาวตกได้อีกด้วย”
“ดังนั้นคนของเผ่าสวรรค์จึงหยิ่งผยองตามไปด้วย เพียงชั่วข้ามคืนก็กลายเป็นเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดของแดนเซียนดาวตก จากนั้นพวกเขาก็เริ่มวางอำนาจบาตรใหญ่ หมายที่จะให้ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วทั้งแดนเซียนดาวตกสวามิภักดิ์ต่อเผ่าสวรรค์……”
เอ่ยถึงตรงนี้ เปาต้าเหมยก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “ท่านเย่ ท่านก็รู้จักเผ่าสวรรค์ด้วยงั้นหรือ ? ”
“ความจริงแล้วชิงเฟิงมีสายเลือดของเผ่าสวรรค์ขอรับ”
เย่ฉางชิงสารภาพตามตรง “ก่อนหน้านี้ตอนอยู่โลกเบื้องล่าง ชิงเฟิงถูกเผ่าสวรรค์แต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดหญิง แต่สุดท้ายกลับถูกบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ผู้นี้ลักพาตัวมา ที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะเหตุนี้ขอรับ”
เปาต้าเหมยพยักหน้ารับรู้น้อย ๆ ดวงตาพลันมีประกายวาวโรจน์ฉายขึ้นมา “ท่านเย่ ตามข่าวที่เชื่อถือได้บรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ผู้นี้กำลังทะลวงตบะบารมีอยู่ หากเขาทำสำเร็จก็จะมีตบะบารมีเทียบเท่ากับท่านตอนนี้”
ราชันผู้หนึ่ง ?
เย่ฉางชิงอดมิได้ที่ขมวดคิ้วน้อย ๆ
ระหว่างทางที่ผ่านมา ในการบำเพ็ญเพียรของเขาแทบมิได้สัมผัสประสบการณ์ใด ๆ เลย
บัดนี้แม้จะเป็นระดับราชันในตำนานแล้ว แต่ความเข้าใจในระดับราชันกลับมิได้ลึกซึ้งใด ๆ
ทว่าอีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าค่อย ๆ บำเพ็ญเพียรทีละก้าวจนมาถึงจุดนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับราชันเช่นนี้ เขาจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่ ?
เขาเองก็มิมั่นใจเช่นกัน !
แต่ตอนนี้ยังมิรู้ว่าชิงเฟิงเป็นตายร้ายดีเยี่ยงไร หากเกิดอะไรขึ้นมาจริง ๆ เขาจะทำเป็นมิสนใจนางได้อย่างไร
มิเท่ากับกลายเป็นคนขี้ขลาดหรอกหรือ ?
ระหว่างที่เย่ฉางชิงกำลังตกอยู่ในความภวังค์ความคิดของตนอยู่นั้น
“ต่อให้คนผู้นั้นก้าวเข้าสู่ระดับราชันแล้วจะอย่างไรเล่า ? ”
ลิงขาวที่นั่งอยู่ด้วยกลับมีมุมปากโค้งขึ้น พลางเอ่ยอย่างดูแคลนว่า “ข้ามองว่านายท่านคือผู้ไร้พ่ายแม้จะอยู่ระดับเดียวกัน ! ”
ไร้พ่ายแม้แม้จะอยู่ระดับเดียวกัน ?
เย่ฉางชิง ( ̄△ ̄;)
คนที่เหลือ ?(???(???(???*)