เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 752 แดนเซียนไท่เสวียน ?
ตอนที่ 752 แดนเซียนไท่เสวียน ?
ขณะเดียวกัน ระหว่างที่พวกเย่ฉางชิงยืนอยู่บนท้องฟ้า มองดูการต่อสู้ของพวกเขาอยู่นั้น
มิรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ กระบี่หักของชายชราที่ถูกเรียกว่าเย่เสวียนกลับพุ่งเข้ามาหาทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว
“บังอาจ ! ”
ลิงขาวตะคอกเสียงเย็นชา พร้อมกับแวบหายตัวไปหมายที่จะไปขวางกระบี่หักเล่มนั้นเอาไว้
ทว่าสิ่งที่เขาคาดมิถึงก็คือ กระบี่โบราณเล่มนี้แม้จะเหลือเพียงครึ่งเดียว แต่พลานุภาพที่ระเบิดออกมากลับน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
เขาใช้มือทั้งสองข้างประกบไปที่กระบี่ พลังเวทย์ปะทุขึ้นรอบกาย แต่ด้วยพลานุภาพของกระบี่หักเล่มนั้น เขาถึงกับถอยกรูดไปด้านหลังอย่างมิอาจควบคุมได้
เพียงชั่วอึดใจเขาจำต้องแปลงกายเป็นร่างเดิม แต่ก็ยังมิสามารถทัดทานกระบี่หักเอาไว้ได้
“อาวุธเซียนชิ้นนี้มีบางอย่างมิชอบมาพากล ! ”
ลิงขาวตกใจอย่างมาก เมื่อกระบี่หักที่อยู่ในฝ่ามือพลันพุ่งออกไปทางที่เย่ฉางชิงยืนอยู่
ทว่าในวินาทีต่อมา ภาพอันน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น
ขณะที่กระบี่หักเล่มนี้อยู่ห่างจากเย่ฉางชิงเพียงครึ่งเชี๊ยะ ก็หยุดลงราวกับมีชีวิต
สูด……
กระบี่หักสูดลมหายใจยาว ก่อนจะลอยวนรอบกายเย่ฉางชิงมิหยุด
เย่ฉางชิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะแบมือข้างหนึ่งออก
จากนั้นกระบี่หักก็หยุดการเคลื่อนไหวลงทันที ท่ามกลางสายตาของทุกคน และค่อย ๆ ลอยลงมาที่กลางฝ่ามือของเย่ฉางชิง
นี่มัน ? ? ?
นี่มัน ! ! !
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?
เย่ฉางชิงแอบใจสั่นน้อย ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ กุมกระบี่หักเอาไว้
ทว่าสิ่งที่ทุกคนคาดมิถึงก็คือ
เพียงแค่เย่ฉางชิงกุมมือเข้า สนิมมากมายบนกระบี่หักก็เริ่มหลุดร่วงอย่างรวดเร็ว
มินาน เพียงแค่สองอึดใจ กระบี่หักอันระยิบระยับเล่มหนึ่งก็ปรากฏสู่สายตา
และตรงฐานของกระบี่มีคำสองคำสลักเอาไว้ว่า
ไท่เสวียน !
ก็หมายความว่ากระบี่เล่มนี้มีชื่อว่าไท่เสวียน !
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เย่ฉางชิงและคนอื่น ๆ มิเข้าใจก็คือ กระบี่ไท่เสวียนที่หักครึ่งเล่มนี้เหตุใดจึงยอมสยบให้กับเย่ฉางชิงเช่นนี้ ?
หรือกระบี่ไท่เสวียนเล่มนี้เคยเป็นของเย่ฉางชิงมาก่อน ?
เย่ฉางชิงลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะกุมด้ามกระบี่เอาไว้แล้วสะบัดแขนหนึ่งครั้ง ไอกระบี่สีทองสายหนึ่งก็ฟาดฟันออกไป
เพียงเสี้ยววินาที ไกลออกไปพันจั้งก็ปรากฎรอยแยกยาวนับพันลี้ขึ้น
อีกทั้งเพียงชั่วประกายไฟแลบ ราวกับว่าเวลาและความว่างเปล่าล้วนถูกสะกดเอาไว้
“กระบี่ไท่เสวียนเล่มนี้แข็งแกร่งเพียงนี้เชียวหรือ ! ”
“เด็กดี เจ้าเป็นเด็กดี ! ”
เย่ฉางชิงเพียงแค่สะบัดมือไปส่ง ๆ ก็สามารถปล่อยพลังทำลายล้างที่น่ากลัวเพียงนี้ได้แล้ว แม้ตัวเขาเองก็ยังอดที่จะตกใจมิได้
“ท่านบรรพบุรุษ……”
ระหว่างที่เย่ฉางชิงทอดถอนใจออกมานั้น ด้านหลังของเขาก็มีเสียงที่สั่นเทาเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นชายชรานามว่าเย่เสวียน ที่ทั่วร่างโชกไปด้วยเลือด
ส่วนด้านหลังของเย่เสวียนนั้น มีชายชราท่าทางน่ากลัวสองคนจ้องมองพวกเย่ฉางชิงด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
ท่านบรรพบุรุษ ?
เย่ฉางชิงอึ้งไปเล็กน้อย มองเย่เสวียนด้วยความงุนงง
ทว่าสิ่งที่เย่ฉางชิงคิดมิถึงก็คือ ชายชรานามว่าเย่เสวียนผู้นี้ วินาทีที่เห็นหน้าเขาก็ร้องไห้ออกมาทันที พร้อมกับคุกเข่าลงกับพื้น
“ผู้น้อยเย่เสวียนคาราวะท่านบรรพบุรุษ”
เสียงของเย่เสวียนยังคงสั่นน้อย ๆ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเคารพ
เย่ฉางชิงกระแอมเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “เกรงว่าเจ้าคงจำคนผิดแล้วกระมัง”
“ท่านบรรพบุรุษ มิผิดแน่นอนขอรับ”
เย่เสวียนส่ายหน้าหวือ ก่อนจะเงยหน้าบอกกับเย่ฉางชิงอย่างมั่นใจว่า “เผ่าเย่ของเรามีรูปสลักของท่านอยู่ จนถึงบัดนี้ก็ยังคงเก็บรักษาเอาไว้อย่างสมบูรณ์ ใบหน้าของท่านตอนนี้เหมือนกับรูปสลักราวกับแกะเลยขอรับ”
“อีกอย่างกระบี่ไท่เสวียนก็คือสุดยอดอาวุธเทพที่ท่านทิ้งไว้ที่เผ่าเย่ แม้จะหักไปครึ่งหนึ่งแต่จิตวิญญาณที่สถิตอยู่ในกระบี่ไท่เสวียนกลับมิได้ถูกทำลายไปด้วย ดังนั้นกระบี่ไท่เสวียนจึงสามารถสัมผัสไอพลังของท่านได้ขอรับ”
เย่ฉางชิงถอนสายตากลับมา อดมิได้ที่จะมองไปยังกระบี่ไท่เสวียนที่อยู่ในมือของตน
‘ต้องยอมรับว่าสิ่งที่คนผู้นี้พูดมามีเหตุผลจริง ๆ ’
‘อีกทั้งข้าเองก็แซ่เย่ เผ่าของพวกเขาเรียกว่าราชันเย่ ยิ่งกว่านั้นยังมีรูปสลักของข้าอยู่ที่นั่นอีกด้วย’
‘แม้ตอนแรกดูเหมือนว่ามิมีอะไรเกี่ยวข้องกัน ตอนนี้ดูเหมือนจะมีสิ่งที่เชื่อมโยงกันแล้วสินะ’
ระหว่างที่เย่ฉางชิงมองกระบี่ไท่เสวียนอย่างครุ่นคิดอยู่นั้น
“พี่ชายท่านนี้ อย่าได้ฟังเจ้าเฒ่าเย่เสวียนพูดจาเหลวไหลเลย”
ชายชราหัวล้านคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังของเย่เสวียนเอ่ยเรียบ ๆ “ในยุคเซียนโบราณเผ่าเย่เป็นเผ่าราชันของแดนเซียนไท่เสวียนก็จริง แต่ตามที่ข้ารู้มาราชันเย่ที่มีชื่อเสียงกึกก้องผู้นั้น หลังจากเข้าไปยังส่วนลึกของอาณาจักรทะเลในสนามรบโบราณแล้วก็กายสลายเต๋าสูญสิ้นไปแล้ว”
“มิเพียงเท่านั้นผู้แข็งแกร่งมากมายของเผ่าเย่เองก็ตายอย่างอนาถในสนามรบโบราณจนสิ้น บัดนี้เผ่าเย่เป็นเพียงเผ่าเล็ก ๆ ที่ตกต่ำเผ่าหนึ่งก็เท่านั้น ส่วนเรื่องกระบี่ไท่เสวียนเล่มนี้ก็เป็นเพียงลูกไม้ของเย่เสวียนก็เท่านั้น”
เย่เสวียนหันกลับไปจ้องหน้าทันที ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “พวกเจ้าจะไปรู้อะไร ท่านบรรพบุรุษของเผ่าเย่ท่านนั้นรู้แจ้งสุดยอดวิถีการเวียนว่ายตายเกิด ต่อให้ท่านจะกายสลายเต๋าสูญสิ้นไปแล้ว ก็สามารถอาศัยวิถีของตนกลับชาติมาเกิดใหม่ได้”
ชายชราที่ผอมแห้งราวกับศพผู้หนึ่งหัวเราะอย่างชั่วร้าย “เจ้าเฒ่าเย่เสวียน เจ้าอย่าหลอกตัวเองไปเลย เจ้าก็แค่มิอยากแพ้ให้กับพวกเราก็เท่านั้น”
เย่เสวียนขบกรามแน่น ดวงตาเบิกกว้างพลางเอ่ยว่า “ข้ากล้าเอาวิถีของตนเองสาบาน ว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้คือท่านบรรพบุรุษที่กลับชาติมาเกิดแน่นอน”
“ที่ทั้งสองท่านพูดมาต่างก็มีเหตุผล”
เย่ฉางชิงรีบโบกมือห้าม พลางกวาดตามองชายชราสองคนนั้น ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “แต่หากเมื่อเทียบกันแล้ว ข้าเชื่อคนผู้นี้มากกว่า”
“ข้ามีแซ่ว่าเย่ บางทีอาจเป็นบรรพบุรุษเผ่าเย่ท่านนั้นที่กลับชาติมาเกิดก็เป็นได้ อีกอย่างกระบี่ไท่เสวียนเล่มนี้ก็ให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยเหมือนข้ารู้จักมาก่อน”
เอ่อ !
ชายชราทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านหลังเย่เสวียนพลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป ท่าทางเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
ฝีมือของลิงขาวก่อนหน้านี้ รวมทั้งไอพลังที่แผ่ออกมาจากกาย
พวกเขาทั้งสองย่อมเห็นกับตาตัวเองมาแล้ว อีกทั้งต่อให้พวกเขาสองคนร่วมมือกันก็มิแน่ว่าจะสามารถเอาชนะลิงขาวได้
และสิ่งที่ทำให้พวกเขาหวาดกลัวมากที่สุดก็คือ บรรพบุรุษเผ่าเย่ที่กลับชาติมาเกิดผู้นั้น
ท่าทางโดดเด่น ไอพลังวิถีเซียนที่ปกปิดไว้อย่างมิดชิด แม้แต่พวกเขาก็ยังมิอาจสัมผัสได้
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าตบะบารมีของบรรพบุรุษเผ่าเย่ที่กลับชาติมาเกิดท่านนี้ มีโอกาสสูงที่จะอยู่เหนือระดับราชันจำแลง
ระดับราชัน ! ! !
หากเป็นสุดยอดราชันในตำนานจริง ต่อให้พวกเขาทั้งสองมีสมบัติวิเศษ ทั้งยังเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันจำแลงมานานหลายปี แต่จุดจบคงมีเพียงอย่างเดียวนั่นคือความตายเท่านั้น
คิดได้ดังนั้นทั้งสองก็สบตากัน ก่อนจะหายตัวไปจากตรงนั้นทันทีด้วยความรวดเร็ว
“นายท่าน ต้องการให้ข้านำตัวพวกเขาทั้งสองกลับมาหรือไม่ขอรับ ? ”
เมื่อเห็นสองคนนั้นหนีไป ลิงขาวจึงถามออกมา
เย่ฉางชิงส่ายหน้าน้อย ๆ ก็จะเบนสายตาไปทางเย่เสวียนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า
ก่อนหน้านี้ตอนที่ใช้ค่ายกลห้วงเวลาเพื่อเดินทางมายังแดนเซียนดาวตก เขาได้พบกับบุคคลลึกลับผู้นั้นอีกครั้งระหว่างทาง
บุคคลลึกลับเคยกล่าวเอาไว้ว่า เขาเคยเกิดมาแล้วเก้าชาติ
หากต้องการจะปลดผนึกความทรงจำทั้งหมด ต้องหาของแทนตัวทั้งเก้าชาติในสิบสองแดนเซียนให้พบ
อีกทั้งเผ่าเย่นี้ดูเหมือนมีความเกี่ยวข้องกับเขาจริง ๆ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นมิแน่อาจพบเบาะแสบางอย่างจากเผ่าเย่ก็เป็นได้
‘แต่เหมือนมีบางอย่างมิถูกต้อง ! ’
‘ก่อนหน้านี้ชายชราผู้นั้นพูดถึงแดนเซียนไท่เสวียนอะไรนั่นด้วย แล้วแดนเซียนไท่เสวียนคือที่ใดกัน ? ’
‘หรือตอนก้าวข้ามความว่างเปล่ามา มิได้ไปถึงแดนใต้ของแดนเซียนดาวตก แต่กลับมาโผล่ยังแดนเซียนอื่นอย่างนั้นหรือ ? ’
‘มิใช่กระมัง ! ’
‘อย่าทำให้ข้าวิตกเช่นนี้นะ ! ’
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก
เย่ฉางชิงจึงจ้องหน้าเย่เสวียน ก่อนจะถามหยั่งเชิงว่า “ที่นี่…….ใช่แดนเซียนดาวตกหรือไม่ ? ”
แดนเซียนดาวตก ?
เย่เสวียนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเย่ฉางชิง ก่อนจะส่ายหน้า “ท่านบรรพบุรุษ ที่นี่คือแดนเซียนไท่เสวียนขอรับ”
แดนเซียนไท่เสวียน ?
เมื่อเย่เสวียนเอ่ยออกมา ลิงขาวและเปาต้าเหมยก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที