เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์ Being a talent in the Chusheng Demon Sect - บทที่ 644 พลังฝีมือของนักพรตปราบมาร
- Home
- เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์ Being a talent in the Chusheng Demon Sect
- บทที่ 644 พลังฝีมือของนักพรตปราบมาร
บทที่ 644 พลังฝีมือของนักพรตปราบมาร
ตู้เสวียนเซียนจวินแทบมิอาจเชื่อสายตาตนเอง
“เบิกมรรคาในทะเลทุกข์ เป็นไปได้อย่างไร! เป็นไปได้อย่างไรเล่าว่าจะเบิกมรรคาในทะเลทุกข์ได้จริง ตำแหน่งมรรคผลของคนผู้นี้ที่เดินออกมาเป็นมหามรรคสายหนึ่งโดยแท้จริงกลับมาจากการพิสูจน์จากความว่างเปล่ารึ?”
วางรากฐาน แล้วพิสูจน์จากความว่างเปล่าจนบรรลุตำแหน่งเจินจวิน?
ช่างเหลวไหลสิ้นดี!
ชั่วขณะนั้น ตู้เสวียนเซียนจวินเพียงรู้สึกเยียบเย็นทะลุถึงกระดูก แม้ว่าอานุภาพของนักพรตปราบมารในเวลานี้ยังด้อยกว่าเขา ทว่าศักยภาพกลับมิใช่สิ่งที่เขาจะเปรียบเทียบได้เลย
ด้วยเพราะนักพรตปราบมารได้ก้าวเดินบนก้าวแรกของการพิสูจน์ตำแหน่งมรรคผลจากความว่างเปล่าแล้ว เบิกมรรคาใน [ทะเลทุกข์] กระทั่งยังเดินออกไปได้ไกลถึงพันจั้ง ถึงขนาดที่ฐานะของเขากำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง และน้ำแห่งภาพลักษณ์อันไร้ที่สิ้นสุดใน [ทะเลทุกข์] ก็ยิ่งกลายเป็นบ่อเกิดแห่งพลังของเขา
“ฆ่า”
แสงกระบี่วาบผ่านพริบตา สะท้อนในดวงตาของตู้เสวียนเซียนจวิน ทำให้เขาไม่กล้าชะล่าใจ รีบประสานมือทำมุทรา กระตุ้น [เสียงเทพทลายมารสวรรค์] อีกครั้ง
ทว่าหาได้ก่อผลใด
ตำแหน่งมรรคผลกระบี่ที่นักพรตปราบมารพิสูจน์จากความว่างเปล่า ไม่ว่าภาพลักษณ์หรือความอัศจรรย์พื้นฐาน ล้วนเรียบง่ายถึงที่สุด แก่นแท้แล้วมีเพียงอักษรหนึ่งเดียว
ฟัน!
ฟันความอัศจรรย์ ฟันภาพลักษณ์ ฟันร่างกาย ฟันจิตวิญญาณ ฟันถ้ำสวรรค์ ฟันพลังวิชา ฟันใต้หล้า สรรพสิ่งหมื่นพันล้วนไม่มีสิ่งใดที่เขาฟันไม่ขาด!
แสงกระบี่พุ่งปราดดังดาวตก หายลับในพริบตา รังสีสุกสกาวพลันพร่างพราย บัญญัติทำลายฟ้าของ [เสียงเทพทลายมารสวรรค์] กลับถูกฟันแตกเป็นผงละออง ตู้เสวียนเซียนจวินรีบร้อนโหมน้ำไฟปกปักตนเอง แต่ผลลัพธ์กลับเป็นไฟดับน้ำแห้งสิ้น กระบี่นั้นตรงดิ่งฟาดลงเบื้องหน้า!
“เปรี๊ยะ!”
ชั่วพริบตา ใบหน้าของตู้เสวียนเซียนจวินก็ปริแตกเป็นลายร้าวนับไม่ถ้วน เลือดสดไหลซึมออกมา ทำให้เขานิ่วหน้าโดยไม่อาจห้าม พลันตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกครา
เพราะเขาไม่ทันคาดคิดว่าแสงกระบี่ของนักพรตปราบมารจะแหลมคมถึงเพียงนี้
“ฟันที่บริสุทธิ์ เพียงเพราะความบริสุทธิ์จึงยิ่งมหาศาล เผชิญตำแหน่งมรรคผลเช่นนี้ไม่อาจปะทะซึ่งๆ หน้า แต่สมควรยืดเยื้อ เพื่อลากเวลาไว้จึงถูกต้อง”
นี่คือความผิดพลาดที่เกิดจากความเคยชิน
เพราะเมื่อครั้งประลองกับบรรพชนถิงโยว เขาพบว่ามือไม้ของบรรพชนนั้นแพรวพราว หากยืดเยื้อก็จะถูกกดทับโดยพลัน
เมื่อเทียบกันแล้ว ข้อได้เปรียบของเขาคืออานุภาพที่เบ็ดเสร็จ ดังนั้นครั้งนั้นจึงเลือกปะทะซึ่งๆ หน้า
แต่เมื่อหันมาสู้กับนักพรตปราบมาร เขากลับเผลอใช้อุบายเดียวกัน มิได้คาดว่ารูปแบบการต่อสู้จะกลับตรงข้ามกับบรรพชนถิงโยวโดยสิ้นเชิง
ผลลัพธ์คือพลาดหนึ่งก้าว ผิดพลาดทุกก้าว
จนเมื่อสติกลับคืน เขาก็ถูกบีบจนเสียเปรียบอีกครา เพียงคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าของตู้เสวียนเซียนจวินพลันปรากฏความอึดอัดขัดใจ
แต่การกระทำของเขากลับไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ตูม!”
เขาระเบิดตนเองอีกครั้ง!
แท้จริงแล้วยังไม่ถึงขั้นต้องทำเช่นนี้ เขายังมีอีกมากวิธีที่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ เพียงแต่ว่าการระเบิดตนเป็นวิถีที่ง่ายที่สุด สูญเสียน้อยที่สุดเท่านั้น
ท้ายที่สุด นี่คือข้อได้เปรียบของเซียนจวินขั้นกลาง อย่างไรเสียก็ไม่ตาย มิหนำซ้ำไม่สูญเสียสิ่งใด การระเบิดตนย่อมเป็นวิชาที่ประสิทธิภาพสูงสุดและต้นทุนต่ำสุด
วินาทีนั้น แม้แต่แสงกระบี่ของนักพรตปราบมารก็ยากจะรับมือ ต้องชักกระบี่กลับ รีบเร่งถอยออกไปโดยพลัน
นี่เองก็คือข้อได้เปรียบของเขาเช่นกัน
แม้ต่างก็เป็นการระเบิดตน แต่บรรพชนถิงโยวไม่ทันทานรับ ไม่ทันตอบสนอง ทว่าเขากลับสามารถตอบสนองฉับไว อาศัยความเร็วแห่งกระบี่พุ่งหลบหนีออกจากห้วงอันตรายได้ทันท่วงที
ดังนั้นว่ากันตามตรงแล้ว บรรพชนถิงโยวแท้จริงมิได้ถนัดการต่อสู้ด้วยวิชา อย่างน้อยเมื่อเทียบกับนักพรตปราบมาร ระดับการประลองของบรรพชนถิงโยวนับว่าเพียงปานกลาง อาศัยแต่เพียงปัญญาล้ำเลิศกดทับผู้อื่นให้ต่ำลงไป ส่วนนักพรตปราบมารนั้นต่างหากคือผู้ผ่านศึกมาโชกโชนอย่างแท้จริง!
“เคร้ง เคร้ง!”
เสียงกระบี่ก้องกังวาน เพียงเห็นนักพรตปราบมารผสานร่างเข้ากับแสงกระบี่ ดุจหงส์ตื่นโผนทะลุช่องว่าง เพียงพริบตาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากระแสโลหิตที่ระเบิดแตก
“หืม!?”
เพียงชั่วขณะ สายโลหิตพลันสั่นสะท้าน
ปราณกระบี่ก้องกังวาน พัดพาโลหิตให้กระจาย เผยให้เห็นรัศมีที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือดวงวิญญาณของตู้เสวียนเซียนจวินที่หลบซ่อนอยู่ภายหลังร่างเนื้อแตกสลาย!
ต่อมา แสงกระบี่ก็ปะทุพลัน
เพียงเห็นนักพรตปราบมารเสื้อคลุมพลิ้วสะบัด ภายใต้ภาพลักษณ์ที่พลุ่งพล่าน ร่างกายพลันแปรเป็นโลหิต กลิ่นอายสังหารน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งออกมาจากกระบี่ดุจสายน้ำทลายเขื่อน
กระบี่ผดุงมรรคผลดำรงคุณธรรมสะบั้นกรรม!
วินาทีนั้น สรรพเสียงล้วนสงบงัน เวลาเสมือนหยุดนิ่ง ในดวงตาของตู้เสวียนเซียนจวิน ทะเลทุกข์โหมกระหน่ำอยู่เบื้องหลังนักพรตปราบมาร มหามรรคพันจั้งตั้งตระหง่านอยู่ภายใน ขณะนี้กลับรวบรวมแสงสีหลากหลายหมื่นสาย มวลพลังทั้งปวงหลั่งไหลมาสมทบสู่กระบี่ที่ฟันออกเพียงหนึ่งเดียว
“รวม!!!”
จิตเทวะของตู้เสวียนเซียนจวินกู่ก้องอย่างบ้าคลั่ง หัวใจเขาครั้งแรกปรากฏภัยคุกคาม ความจริงแล้วก่อนหน้านี้เขามีแต่ความสงบมั่นคงตลอดมา
เพราะเซียนจวินขั้นกลาง ไม่ตายไม่สูญ!
โดยปกติแล้ว ต่อให้เซียนจวินขั้นต้นน่าตะลึงพรึงเพริดเพียงใด สามารถฟันสังหารเซียนจวินขั้นกลางได้ ผลลัพธ์ก็ล้วนเปล่าประโยชน์อยู่ดี เพราะอีกฝ่ายย่อมฟื้นคืนไม่สิ้นสุด
ทว่าการฟื้นคืนเช่นนี้ก็หาได้ไร้ช่องโหว่
ตู้เสวียนเซียนจวินรู้อย่างถ่องแท้ดี ระหว่างการระเบิดตนกับการฟื้นคืน จะมีช่วงเวลาสั้นยิ่งนัก ที่วิญญาณไร้ที่พึ่งเผยช่องโหว่ออกมา
แต่ก่อนหน้านี้เขามิเคยใส่ใจ
เพราะช่องโหว่นั้นสั้นเกินกว่าจะจับต้องได้ ทว่าบัดนี้…นักพรตปราบมารกลับคว้าช่วงขณะนั้นได้อย่างแม่นยำ!
“ตูม!”
แสงโลหิตแตกสลาย
สุญญากาศมหึมาทรุดพัง ราวกับเสาหลักถูกถอนออก สีสันนับหมื่นปะปนกัน สุดท้ายดับสิ้น ถูกฟันจนแหลกละเอียด
นักพรตปราบมารเก็บกระบี่ยืนสงบนิ่ง แววตาสงบมั่นคง
อีกด้านหนึ่ง ตู้เสวียนเซียนจวินรวมร่างกายคืนกลับแล้ว ยืนอยู่อย่างสงบ สีหน้าราบเรียบเย็นเยือกดุจน้ำแข็ง นิ้วชี้ขวาค่อย ๆ กดลงบนหว่างคิ้ว
“ติ๋ง…”
ครั้นนิ้วชี้คลายออก หยดโลหิตใสหนึ่งหยดค่อย ๆ ไหลรินลงมา และตรงหว่างคิ้วเขากลับปรากฏรอยกระบี่อันชัดเจน!
“วางแผนพลาดแล้ว”
ตู้เสวียนเซียนจวินตรวจสอบภายในเงียบ ๆ แม้ฟื้นคืนร่างกายไร้บาดแผล แต่ในชั่วพริบตานั้น จิตวิญญาณและแท่นวิญญาณของเขากลับถูกฟันเข้าอย่างจัง
ผลลัพธ์ก็คือ บนแท่นวิญญาณของเซียนจวินขั้นกลางซึ่งโดยควรแล้วไม่อาจเสียหาย กลับมีรอยกระบี่เด่นชัดเชื่อมตรงกับหว่างคิ้ว แม้ด้วยฐานะบำเพ็ญของเขา เพียงบำรุงรักษาสักระยะย่อมฟื้นคืนได้ แต่ไม่ว่ากรณีใด สุดท้ายก็คือถูกบาดลึกถึงรากฐาน!
นี่เองคือข้อบกพร่องของเทียนฝู่
สถานการณ์เดียวกันนี้ หากเป็นเซียนซูกลับจะไม่เกิดปัญหาเลย เพราะเซียนซูมียมโลกคอยชักนำ มิอาจปรากฏช่องโหว่เช่นนี้ได้
“เซียนซู…ช่างให้กำเนิดผู้มีความสามารถมากมายโดยแท้”
ถัดมา ตู้เสวียนเซียนจวินเชิดหน้าขึ้น มองไปยังนักพรตปราบมารกับบรรพชนถิงโยว แววตาในที่สุดก็ไม่อาจกดเก็บไว้ได้อีก เผยริ้วรอยริษยาเคียดแค้นออกมา
ทำไมกัน?
คนหนึ่งอาศัยตำแหน่งมรรคผลนอกรีตจนห้าธาตุครบถ้วน เกือบทำเอาเขาตกใจจนสิ้นสติ อีกคนพิสูจน์จากความว่างเปล่า กระทั่งสามารถเบิกมรรคาในทะเลทุกข์ได้
ทำไมพวกเขาทำได้?
แล้วเหตุใดเขากลับทำไม่ได้?
สำคัญยิ่งกว่านั้น เขาเป็นถึงเซียนจวินขั้นกลาง กลับต่อกรกับสองผู้เยาว์ขั้นต้น ไม่เพียงไม่อาจเอาชนะ กลับยังถูกทำร้ายบาดเจ็บ!
นี่มันช่างเป็นความอัปยศที่สุด!
วินาทีนั้น ความริษยาต่อนักพรตปราบมารและบรรพชนถิงโยว ความเคียดแค้น ความอับอายที่ถูกทำร้าย ความโกรธ และอารมณ์ด้านลบทั้งหลายพลันผุดพล่านออกมาไม่หยุด
“…หืม?”
เพียงพริบตาเดียว ดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะของตู้เสวียนเซียนจวินก็พลันสะดุ้งตกตะลึง ด้วยจิตใจมรรคผลที่ผ่านการฝึกฝนมานานหลายปีของเขา ไฉนเลยจะปรากฏท่าทีที่น่าเกลียดเช่นนี้ขึ้นมาได้โดยไร้เหตุผล?
เขายอมรับว่าเขามีความริษยาและชื่นชมต่อนักพรตปราบมารกับบรรพชนถิงโยวอยู่บ้าง แต่เขามีวิถีของเขาเอง จะปล่อยให้อารมณ์เล็กน้อยเช่นนั้นสั่นคลอนได้หรือ? ส่วนเรื่องอับอาย…ยิ่งเป็นเรื่องไร้สาระ อย่างมากเพียงมีความโกรธแค้นเล็กน้อยเท่านั้น หากอีกฝ่ายทำให้ตนบาดเจ็บได้ก็นับว่าเป็นฝีมือของศัตรู
“ไม่ถูกต้อง!” ตู้เสวียนเซียนจวินพลันเปลี่ยนสีหน้า
ใครกันที่กำลังแทรกแซงอารมณ์ของข้า ขยายสิ่งเล็กน้อยในใจให้ใหญ่โต แล้วฉวยโอกาสนี้รบกวนความคิด รบกวนความคิดของข้า!?
แล้วในขณะนั้นเอง พลันมีเสียงหนักหน่วงก้องสะท้อนออกมา
“ตึก! ตึก! ตึก!”
เสียงหัวใจ
เสมือนกลองศึกหนักอึ้ง เต้นเป็นจังหวะมั่นคง สะท้านไปทั่วสากลพิภพ โดยมีชั้นที่เก้าแห่งเทียนฝู่เป็นศูนย์กลาง ดังก้องเข้าไปในใจของผู้บำเพ็ญเพียรวิชาแท่นวิญญาณทุกคน
ศูนย์กลางชั้นที่เก้าแห่งเทียนฝู่
ลวี่หยางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น คิ้วคลายออก เผยความผ่อนคลายและปีติอย่างแท้จริง ถัดมาเงยหน้ามองฟ้า รอยยิ้มพลันผุดขึ้นบนใบหน้า
“สำเร็จแล้ว”
ถ้อยคำดังออกมา ขณะเดียวกันหว่างคิ้วของเขาก็ปรากฏจุดแสงสว่างหนึ่งดวง เปล่งประกายเรืองรอง หลังศีรษะมีวงแสงทีละชั้น ๆ กระเพื่อมออกอย่างต่อเนื่อง
สมบัติแท้จริงชิ้นที่สาม สำเร็จแล้ว!