เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 36 การรุกของผู้บัญชาการใหญ่ (2)
แม่นมกระอักกระอ่วนขึ้นมา
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยว่า “เจ้านายของเจ้าอยู่ที่ใด ข้าอุ้มนางไปก็ได้”
แม่นมขอคำชี้แนะจากผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรที่อยู่บนต้นไม้อย่างไม่เป็นที่สังเกตเห็น
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรพยักหน้า
แม่นมยิ้มเอ่ย “รบกวนฮูหยินท่านนี้แล้ว เชิญตามข้ามา”
ทั้งคู่ไปยังเรือนเล็ก
ครั้นเดินผ่านอุทยานเล็ก ลู่หลิงหลงที่เดินเล่นอยู่ก็เห็นเข้า
“เมิ่งซื่อ? นางอุ้มเด็กไปไหน คนข้างๆ นั่นใคร ทำลับๆ ล่อๆ ผิดปกติ!”
ลู่หลิงหลงตามไปด้วย
แม่นมเดินนำมาถึงห้องภาวนาก็เผ่นหนีแล้ว
เมิ่งเชียนเชียนจึงต้องอุ้มเป่าซูเข้าไปในห้องเอง
นางมองตรงไปเบื้องหน้าพร้อมกับก้าวขึ้นหน้า อุ้มเป่าซูที่กำลังง่วงนอนนั่งคุกเข่าทับส้นลงตรงข้ามลู่หยวน “คารวะผู้บัญชาการใหญ่”
ลู่หยวนงอขาซ้ายอยู่ แขนข้างหนึ่งที่มีกล้ามเนื้อแน่นหนั่นลายเส้นชัดเจนพาดอยู่บนหัวเข่าอย่างไม่ใส่ใจ ท่าทางไม่แยแสเช่นนี้ พอเป็นเขาทำกลับมีเสน่ห์ของบุรุษอกสามศอกและความอันตรายของคนเบื้องสูง
เขาจุดยิ้มเสเพลตรงมุมปาก “ยังกล้าปรากฏตัวตรงหน้าข้าอีก ไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้ารึ”
เมิ่งเชียนเชียนรู้จักยืดหยุ่น “ข้าน้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ”
ลู่หยวน “…”
ลู่หยวนมองนางอย่างเย็นชา
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ต้องทำเช่นไรผู้บัญชาการใหญ่ถึงจะอภัยให้ข้าน้อย”
ลู่หยวนพลันยิ้มขึ้นอีกครั้ง ก่อนเอ่ยเจือความในว่า “ข้าต้องการให้เจ้า…”
เอ่ยมาถึงตรงนี้ เขาก็พลันยื่นแขนออกมาคว้าท้ายทอยเมิ่งเชียนเชียนไว้ ก่อนโอบมาไว้ในอ้อมอกตน
เมิ่งเชียนเชียนขยับปลายนิ้ว เข็มเงินเล่มหนึ่งแทงลงไป
ขณะเดียวกัน ลูกธนูดอกหนึ่งก็แหวกหน้าต่างพุ่งเฉียดหลังมือของเขาไปปักลงผนังห้องอย่างแรง!
หากเมื่อครู่ไม่ได้หลบ แรงนี้มากพอที่จะทะลุหัวไปได้เลย
สีหน้าเมิ่งเชียนเชียนพลันนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย
ลู่หยวนไม่ได้โอบนางเข้ามาในอ้อมอกจนจมอก ยังคงรักษาระยะห่างอย่างเหมาะสมและหักห้ามใจเอาไว้เล็กน้อย เพียงแต่มองแวบๆ เหมือนนางอยู่ในอ้อมอกเขา ทั้งๆ ที่ความจริงทั้งคู่ไม่ได้แตะต้องกันเลย
“อวี้จื่อชวน เจ้าตายหรือไร” ลู่หยวนตวาดเสียงต่ำ
บนหลังคา หนุ่มน้อยอาภรณ์เขียวที่เพิ่งตั้งอกตั้งใจนับลูกธนูเสร็จกระโดดขึ้นมา คว้าธนูใหญ่พร้อมกับหยิบธนูดอกหนึ่งออกจากกระบอกข้างตัว ยิงไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งทางตะวันออกเฉียงใต้อย่างแรง
ได้ยินเพียงเสียงครางทึบๆ มีคนร่วงลงมาจากต้นไม้
อวี้จื่อชวนใช้วิชาตัวเบาไล่ตามไป
ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรก็มาถึงห้องภาวนา
เห็นผู้บัญชาการใหญ่มือหนึ่งอุ้มเป่าซู อีกมือป้องศีรษะฮูหยินน้อยลู่ หลังมือได้รับบาดเจ็บ มีโลหิตไหลซึม
ส่วนฮูหยินน้อยก็ใช้มือข้างหนึ่งปกป้องเป่าซูไว้ ที่ต่างกันคือ มืออีกข้างของนางแทงอาวุธลับใส่แผ่นอกผู้บัญชาการใหญ่
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรขมวดคิ้วมุ่น พลันชักดาบปักวสันต์ออกมา “ที่แท้เจ้าก็เป็นนักฆ่าเช่นกัน ตายซะ!”
จะว่าช้าก็ช้า จะว่าเร็วก็เร็ว เงาร่างเล็กแข็งแรงทว่าอรชรเร้นกายมากลางอากาศ ถีบข้อมือเขา บีบให้เขาถอยไปหลายก้าว
ถานเอ๋อร์ขวางอยู่หน้าประตูห้องภาวนาอย่างมั่นคง นางปัดๆ มือแค่นเสียงเอ่ยว่า “กล้าแตะต้องพี่สาว ข่อยสิฆ่าเจ้า!”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรมองข้อมือที่เริ่มชาขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมกับประกายฉงนวาบผ่านแววตา
เด็กสาวนางนี้เรี่ยวแรงมากทีเดียว มิน่าเล่าวันนั้นจึงทำร้ายนักฆ่าสามคนที่ไล่สังหารนายท่านได้
ทว่า เขาไม่มีทางเกรงใจนางเพราะเรื่องนี้แน่นอน
ทำร้ายผู้บัญชาการใหญ่ ตายสถานเดียว!
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรฟันดาบใส่ถานเอ๋อร์
ถานเอ๋อร์เบี่ยงกายหลบ เขาซัดฝ่ามือมา ถานเอ๋อร์ก็ใช้กำปั้นรับ ทั้งคู่ปะทะกันแล้วผละออก ถานเอ๋อร์ถอยออกมามากกว่า สองเท้าไถลพื้นเป็นร่องยาวสองร่อง
“เจ้ามีฝีมืออยู่บ้างนี่นา! มาใหม่!”
ลู่หลิงหลงมองดูจนเซ่อไปนานแล้ว นางไม่มีเวลามาแอบดูความลับของเมิ่งเชียนเชียน รักษาชีวิตไว้สำคัญกว่า ไหนเลยจะรู้เพิ่งหันหลังกลับ ก็ถูกคนใช้สันมือฟาดสลบไปแล้ว
ภายในห้องภาวนา
ลู่หยวนยิ้มเย็นมองเมิ่งเชียนเชียน “เข็มนี้ คงรอมานานแล้วกระมัง”
เขาปล่อยศีรษะเมิ่งเชียนเชียน สองนิ้วคีบเข็มเงินไว้ ก่อนจะดึงออกอย่างเย็นชา “แทงข้าไม่ตาย ผิดหวังมากใช่หรือไม่”
เมิ่งเชียนเชียนไม่ได้โต้แย้ง
ตอนที่เขาบุกเข้าห้องนางคราแรก นางก็อยากใช้เข็มเงินสังหารเขาจริงๆ นึกว่าซ่อนไว้ดีมากแล้วแท้ๆ ไม่คิดเลยว่าเขาจะรู้ตัวตั้งนานแล้ว
ทว่าครานี้ แรกเริ่มนางไม่ได้มีเจตนาจะฆ่า แค่เข้าใจเขาผิดนึกว่าเขาจะทำอะไรนาง เมื่อได้ยินเสียงแหวกอากาศของธนู เข็มเงินของนางก็แทงเข้าแผ่นอกเขาไปแล้ว
นางออกแรงชักกลับอย่างเต็มที่ เข็มเงินจึงห่างจากหัวใจเขาเพียงนิดเดียวเท่านั้น
“คราหน้าอย่าลืมบอกกันก่อนนะเจ้าคะ”
เกิดชักกลับไม่ทัน ได้ตายจริงๆ แน่
ลู่หยวนหรี่ตาลงอย่างอันตราย “เจ้ายังอยากให้มีคราหน้าอีกรึ”
เมิ่งเชียนเชียนกอดเป่าซูที่หลับสนิทในอ้อมแขนแน่น เอ่ยสอพลอสุดจะเปรียบว่า “ผู้บัญชาการใหญ่โชคดีเทียมฟ้า อายุยืนหมื่นปี”
“เฮอะ!”
ลู่หยวนแค่นเสียงอย่างไม่แยแส ก่อนพินิจมองเข็มเงินในมือ
ท่อนบนของเขาอยู่ใต้ชุดคลุมตัวนอก บั้นเอวแน่นหนั่นไร้ไขมันพันด้วยผ้าพันแผลสีขาว เนื่องจากเมื่อครู่ขยับตัวเยอะ ผ้าพันแผลจึงมีโลหิตซึมออกมาอย่างต่อเนื่อง แผลคงฉีกอีกแล้ว
เมิ่งเชียนเชียนไม่ได้เบนสายตามองขึ้นไปต่อ แต่ตกลงบนหลังมือเขาที่มีโลหิตสีดำไหลออกมา “บนลูกธนูมีพิษ”
ลู่หยวนส่งเสียงอืมอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับไม่สนใจว่าตัวเองจะโดนพิษหรือไม่ ยังคงจ้องเข็มเงินพลางเอ่ย “ได้ยินว่าตอนนั้นจอมพลฉู่ ก็ถูกเข็มเงินไม่กี่เล่มสังหารเช่นกัน”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ข้าจะไปตามหมอ”
นางเพิ่งจะวางเป่าซูลงบนเบาะน้อยเบาๆ ลู่หยวนที่อยู่ด้านหลังก็ล้มตึงลงไปแล้ว
นางจับข้อมืออันเย็นเยียบดุจกระดูกของลู่หยวนดู เห็นหลังมือเขาเริ่มสีเข้มคล้ำก็ขมวดคิ้ว
ความเป็นตายของเขาไม่เกี่ยวไรกับนางก็จริง
ทว่า นางไม่ชอบติดค้างบุญคุณใคร
……
“เจ้าปล่อยข่อย! ปล่อยข่อย!”
ภายในลานเรือน ถานเอ๋อร์ถูกมัดแบบอู่ฮวา[1]ห้อยอยู่ใต้ต้นไม้ ราวกับดักแด้น้อยขี้โมโหกำลังแกว่งไปแกว่งมา
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อผ้าเสียบดาบปักวสันต์คืนเข้าฝัก ก่อนเช็ดคราบเลือดเหนือคิ้ว “แม่หนูน้อยช่างไม่ลดราวาศอกจริงๆ หน้าข้าบวมไปหมดแล้ว!”
เขาเร่งฝีเท้าเข้ามาในห้อง
ลู่หยวนนอนราบอยู่บนพื้นไม้สะอาด ชุดคลุมบนร่างสวมใส่เรียบร้อย ลมหายใจสม่ำเสมอ บนหลังมือเหมือนถูกห้ามเลือดเอาไว้ และใช้ผ้าเช็ดหน้าพันไว้เรียบร้อยแล้ว
เมิ่งเชียนเชียนนั่งอยู่ข้างๆ ในอ้อมแขนมีเป่าซูที่หลับฝันหวาน
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรสีหน้าซับซ้อนมองเมิ่งเชียนเชียน
ขณะนั้นเอง องครักษ์เสื้อแพรที่ซ่อนอยู่แต่ละแห่งในวัดก็มารายงาน
องครักษ์เสื้อแพรนายหนึ่งเอ่ยว่า “ผู้บัญชาการ สังหารไปห้าคนแล้ว หนีไปหนึ่งขอรับ”
“ไม่ได้หนี”
อวี้จื่อชวนโยนคนที่รอดซึ่งโดนสกัดจุดไว้เข้ามาในเรือน
องครักษ์เสื้อแพรนายนั้นลังเลครู่หนึ่ง ก่อนกวักมือให้ลูกน้องหามหญิงสาวหมดสตินางหนึ่งมา “เจออยู่นอกลานเรือน ไม่ทราบว่าท่านผู้บัญชาการจะจัดการอย่างไร”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อผ้าหันมองเมิ่งเชียนเชียน
เมิ่งเชียนเชียนจำลู่หลิงหลงได้ นางเอ่ยราบเรียบว่า “คุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ ข้าไม่ได้เป็นคนพามา”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรชะงัก ก่อนมาหยุดหน้าห้องภาวนาอีกห้อง ประสานมือคำนับเอ่ยว่า “เมื่อครู่นี้มีนักฆ่ามากลุ่มหนึ่ง ไม่ทราบว่าไต้ซือปลอดภัยดีหรือไม่”
โอรสสวรรค์หันหน้าไปมองประตูห้องที่ปิดสนิท
ภิกษุเอ่ยอย่างไม่รีบไม่ร้อนว่า “สบายดี”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรเอ่ย “รบกวนไต้ซือแล้ว ข้าน้อยขอตัว!”
ถานเอ๋อร์ตะโกนดุใส่เขา “เฮ้ย! บักเล่นมีด! ปล่อยข่อยลงนะ!”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรกลับมายังห้องภาวนาของลู่หยวน เอ่ยกับเมิ่งเชียนเชียนด้วยสีหน้าจริงจังว่า “รบกวนลู่ฮูหยินกับคุณหนูลู่ตามข้าไปจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงเพื่อรับการไต่สวน!”
[1] มัดแบบอู่ฮวา ขั้นแรกพันเชือกรอบคอ แล้วอ้อมไปด้านหลังมัดมือที่ไพล่กันเอาไว้ เป็นการมัดต่อผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรง