เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 40 หน้าที่ของภรรยา
ฮูหยินรองดันไปจริงๆ
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มจาง “อาสะใภ้รอง คนที่ทำแจกันแตกคือน้องเล็ก พ่อแม่ยังอยู่ พี่สะใภ้ใหญ่เยี่ยงข้าจะข้ามหน้าข้ามตาทำเกินหน้าที่ได้อย่างไร”
ฮูหยินรองยิ้มเจื่อนๆ “พี่ชายดุจบิดา พี่สะใภ้ดุจมารดานี่นา อีกอย่างนะ ตระกูลจ้าวเกิดเรื่อง เจ้าก็ให้ยืมเงินหนึ่งหมื่นตำลึงไปแล้ว ไม่สู้เอาอย่างนี้สิ หนึ่งหมื่นตำลึงนี้ก็ถือเสียว่าเจ้าให้อาสะใภ้รองยืม!”
ก็แค่ไม่คืนก็สิ้นเรื่อง นางเด็กนี่จะทำอะไรนางได้
เมิ่งเชียนเชียนไหนเลยจะมองความคิดชั่วช้าของนางไม่ออก แย้มยิ้มเอ่ยว่า “อาสะใภ้ร้องไม่มีเงินจริงๆ หรือ บังเอิญจริง ไม่กี่วันก่อนข้าเพิ่งดูบัญชีในจวนเสร็จ พบว่าบัญชีของบ้านรองมีหลายรายการที่จำนวนไม่ถูกต้อง ไม่สู้ตามพ่อบ้านหยางมาสอบถามดีหรือไม่”
ถ้อยคำนี้เอ่ยออกไป ฮูหยินรองก็สีหน้าพลันเปลี่ยนทันที
เหล่าฮูหยินย่อมรู้ว่าบ้านรองฮุบเงินไป แต่ฮุบไปเท่าใดนั้น เหล่าฮูหยินไม่รู้
นี่เป็นเพราะในบรรดาพ่อบ้านคนสนิททั้งสามของเหล่าฮูหยิน มีคนหนึ่งแซ่หยางถูกฮูหยินรองเอาไปเป็นพวกแล้ว ฮูหยินรองปิดบังเอาไว้ดียิ่ง ไม่คิดเลยว่าจะถูกเมิ่งเชียนเชียนรู้เข้า!
ฮูหยินรองกินปูนร้องท้องขึ้นมาทันใด
นางยกมือคลำปิ่นมุกบนศีรษะ ยิ้มแห้งเอ่ยว่า “บัญชีอะไรกัน อาสะใภ้รองมิใช่ผู้ดูแลบ้านเสียหน่อย…คงเป็นบ่าวคนไหนจดผิดกระมัง กลับไปเดี๋ยวอาสะใภ้รองจะถามอารองเจ้าให้นะ!”
เมิ่งเชียนเชียนทำหน้าซื่อตาใสถามว่า “เงินนี้…อาสะใภ้รองยังจะยืมอยู่หรือไม่”
ฮูหยินรองรีบโบกมือพัลวัน “ไม่ยืมแล้ว! ไม่ยืมแล้ว! เจ้าก็ลำบากเช่นกัน อาสะใภ้รองจะลองคิดหาวิธีอื่นดู”
ฮูหยินรองออกมาจากเรือนไห่ถัง ก็กัดฟันกรอดๆ “นางเด็กสมควรตายนี่ ไฉนราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน มิน่าเล่าแม้แต่ท่านแม่ยังพ่ายแพ้ให้แก่นาง!”
ฮูหยินรองไปหาลู่หมู่ต่อ ลู่หมู่ไม่พบนางโดยอ้างว่าป่วย นางจึงเตร่มาเรือนของเหล่าไท่จวิน
เหล่าไท่จวินคว้าไม้ขึ้นมาไล่นางออกไปทันควัน
นายท่านรองลู่ทนดูไม่ไหวแล้ว “ควักออกเองเถิด! เจ้าก็ใช่ว่าไม่มีเงิน! หลายปีมานี้เจ้าฮุบเงินเชียนเชียนไปเท่าใด! หนึ่งหมื่นตำลึงหามามิได้รึ”
ฮูหยินรองเอ่ยอย่างกลัดกลุ้ม “เจ้าจะไปเข้าใจอะไร หนึ่งหมื่นตำลึงนั่น…เป็นสินเจ้าสาวที่เตรียมไว้ให้หลิงหลงเชียวนะ!”
นายท่านรองเอ่ย “จะตายอยู่แล้วยังจะเอาสินเจ้าสาวเพื่อการใดอีก”
“ลูกเราก็กลับมาแล้วมิใช่หรือไร” ฮูหยินรองพึมพำ ก่อนแววตาจะเป็นประกายวาบ “เป็นสัญญาหนี้ที่เซียวเกอร์ทำนี่นา…”
นายท่านรองลู่เอ่ยอย่างรำคาญ “เจ้าฮุบสมบัติของเชียนเชียนมา ท่านแม่กับพี่ใหญ่ก็เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ กล้าฮุบไปถึงเซียวเกอร์ ไม่กลัวท่านแม่กับพี่ใหญ่ฆ่าเจ้าเอารึ!”
ฮูหยินรองแทบจะฉีกผ้าเช็ดหน้าขาด “รู้แล้วน่า รู้แล้วน่า! ท่านแม่ฆ่าข้า ข้าเชื่อ แต่พี่ใหญ่ไม่มีทางหรอก! พี่ใหญ่เขาดีเพียงนั้น!”
นายท่านรองลู่อยากจะเอื้อนเอ่ยแต่ยั้งไว้ ก่อนโบกมือปัด “ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว รีบไปคืนเงินที่จวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงไป!”
ฮูหยินรองไปอย่างไม่เต็มใจยิ่ง
นางคืนเป็นตั๋วเงินแทน
มือหนึ่งคืนเงิน มือหนึ่งรับสัญญาหนี้กลับมา
พ่อบ้านเฉินยิ้มแย้มแจ่มใสเอาตั๋วเงินไปส่งให้ลู่หยวน
“ผู้บัญชาการใหญ่”
“อืม”
ลู่หยวนส่งเสียงอืมอย่างไม่แยแส เขาไม่เหลือบตาขึ้นดูสักนิด
พ่อบ้านเฉินวางตั๋วเงินลงบนโต๊ะเล็ก ก่อนค้อมกายออกไป
เป่าซูใช้ทั้งมือทั้งเท้าคลานดุ๊กดิ๊กมาหา มือป้อมๆ คว้าตั๋วเงินจากบนโต๊ะยัดใส่กระเป๋าเสื้อน้อยๆ ของตัวเอง
ลู่หยวนแค่นเสียงเย็นเอ่ยว่า “ใครอนุญาตให้เจ้าหยิบ”
เป่าซูร้องอย่างดุร้าย แอ้!
คล้ายกำลังเอ่ยว่า ข้าเป็นคนหามานะ!
ณ ตระกูลลู่
วันนี้ลู่หมู่อ้างว่าป่วยขออยู่พักรักษาตัวที่เรือน แต่ก็ใช่ว่าแกล้งป่วยเสียทีเดียว สุขภาพของนางไม่ค่อยสู้ดีอยู่จริงๆ
“ฮูหยินใหญ่…”
อวี้เหลียนเลิกม่านเดินเข้ามา คล้ายอยากเอื้อนเอ่ยแต่ยั้งไว้
ลู่หมู่ถอนใจเอ่ยว่า “นางมาอีกแล้วรึ”
อวี้เหลียนเอ่ยอย่างลังเล “มิใช่ฮูหยินรองเจ้าค่ะ เป็น…แม่บ้านอู๋ จะให้บ่าวบอกแม่บ้านอู๋ว่าท่านหลับหรือไม่”
ลู่หมู่ส่ายหน้า “ให้นางเข้ามาเถิด”
“เจ้าค่ะ”
อวี้เหลียนเดินนำแม่บ้านอู๋เข้ามาในห้อง
แม่บ้านอู๋คำนับให้ลู่หมู่ก่อน จากนั้นก็ล้วงขวดยาใบหนึ่งออกมาจากอกวางลงบนโต๊ะ แล้ววางมาดเอ่ยว่า “คุณชายใหญ่ลงเดินได้แล้ว คงจะหายในเร็ววันนี้แล้ว ฮูหยินหาโอกาสให้ฮูหยินน้อยกินยาเสีย จะได้มีบุตรสายตรงให้ตระกูลลู่”
เห็นลู่หมู่ไม่เอ่ยคำ แม่บ้านอู๋ก็แย้มยิ้มเอ่ยว่า “บ่าวรู้ว่าท่านเอ็นดูฮูหยินน้อย เหล่าฮูหยินทำเช่นนี้ก็เพราะหวังดีต่อฮูหยินน้อย ฮูหยินน้อยไม่สามารถพะเน้าพะนอให้คุณชายใหญ่รักได้เหมือนแม่นางหลิน หากยังไม่มีบุตรชายอยู่ข้างกาย ชีวิตหลังจากนี้จะเป็นเช่นไร หากมีบุตรชายสายตรงก็ต่างออกไปแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหลินซื่อในอนาคต กิจการของตระกูลในภายหน้าก็ต้องเป็นของบุตรสายตรงอยู่ดี!”
ลู่หมู่เอ่ย “เชียนเชียนยังเด็ก รีบร้อนมีบุตรตอนนี้มิได้”
แม่บ้านอู๋เอ่ย “ฮูหยินใหญ่อายุเท่านี้ก็ตั้งท้องคุณชายใหญ่แล้ว!”
ลู่หมู่เอ่ยเสียงเย็น “เช่นนั้นก็ไม่ต้องกินยาหรอก!”
แม่บ้านอู๋แค่นเสียงเอ่ยว่า “นางตกน้ำสุขภาพเสียหาย ไม่กินยา ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่มีวันตั้งครรภ์ได้! อีกอย่างยานี้ราคาแพงนัก หากเป็นคนอื่น อาจจะหักใจซื้อให้หลานสะใภ้ไม่ลงไปแล้ว! คุณชายใหญ่เสื่อมเสียชื่อเสียง หากฮูหยินน้อยสามารถมีบุตรขึ้นมา ก็เรียกได้ว่าทวงคืนชื่อเสียงให้คุณชายใหญ่ได้บ้าง ฮูหยินใหญ่ คุณชายใหญ่เป็นบุตรชายในอุทรของท่าน ท่านคงไม่สนใจแม้แต่อนาคตของลูกชายตัวเองกระมัง!”
ลู่หมู่กำผ้าเช็ดหน้าแน่น “พูดอ้อมไปอ้อมมาตั้งนานก็แค่ไม่กี่คำนี้ พวกเจ้าเคยถามนางบ้างหรือไม่ว่ายินดีหรือไม่”
แม่บ้านอู๋เอ่ย “สืบทอดเชื้อสายให้ตระกูลลู่ยืนยาว เป็นหน้าที่ภรรยาและสะใภ้เยี่ยงนาง! นางจะมาเอาแต่ใจมิได้! บ่าวพูดแค่นี้ ฮูหยินใหญ่รีบจัดการเสียเถิด!”
ครั้นแม่บ้านอู๋จากไป อวี้เหลียนก็มองลู่หมู่อย่างสงสาร “ฮูหยินใหญ่…”
ลู่หมู่ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ก่อนไอออกมาอย่างรุนแรง
เมื่อนางเอาผ้าออก อวี้เหลียนก็หน้าเปลี่ยนสี “ฮูหยิน ท่านไอเป็นเลือดอีกแล้ว ข้าจะไปตามหมอ!”
ลู่หมู่ส่ายหน้าห้ามนางไว้ ก่อนเบนสายตาไปยังขวดยา ยิ้มขื่นเอ่ยว่า “เหล่าฮูหยินคิดว่าข้าไม่รู้ ตอนนั้นที่นางให้ข้ากิน…ก็คือยาชนิดนี้”
ณ เรือนไห่ถัง
ถานเอ๋อร์ได้อาภรณ์ใหม่เป็นของตัวเองแล้ว
นางตัวเล็ก ไม่กี่วันก่อนล้วนสวมใส่แต่เสื้อผ้าเก่าของปั้นซย่าเมื่อสองสามปีก่อน พอจะพอดีตัวอยู่บ้าง ทว่าเนื่องจากผ้าเก่า จึงมิได้อบอุ่นเท่าใด
เมิ่งเชียนเชียนให้แม่บ้านหลี่ตัดตัวใหม่ให้นาง
“ชอบหรือไม่” เมิ่งเชียนเชียนถาม
ถานเอ๋อร์เพลิดเพลินกับอาภรณ์ของตน ดวงตาเป็นประกายระยับ “ชอบ!”
“แขนเสื้อสั้นขึ้นอีกนิด” แม่บ้านหลี่พับปากแขนเสื้อของถานเอ๋อร์พลางเอ่ย
ถานเอ๋อร์เอ่ย “คืนนี้ค่อยตัด!”
นางขอใส่สักวันก่อน!
ถานเอ๋อร์คล้องแขนเมิ่งเชียนเชียนพลางเอ่ยว่า “พี่สาวๆ! วันนี้สิออกไปข้างนอกบ่”
เมิ่งเชียนเชียนถาม “เจ้าอยากออกไปหรือ”
ถานเอ๋อร์เบ้ปาก “มีเสื้อผ้าชุดใหม่ ย่อมต้องออกไปอวดหน่อยสิ!”
แม่นมหลี่ทั้งฉุนทั้งขัน “เมื่อวานปีนเขายังไม่พออีกหรือ เจ้าให้คุณหนูพักสักสองสามวันสิ! คิดว่าใครๆ เขาจะมีพลังล้นเยี่ยงเจ้ากันหมดหรือ!”
ถานเอ๋อร์ขมวดคิ้วอย่างคับข้อง นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงยิ้มเอ่ยว่า “พี่สาว! เจ้ากำลังหานักบัญชีอยู่แม่นบ่ ข่อยไปแทนเจ้าเอง! ดูว่าได้คนแล้วหรือยัง”
เมิ่งเชียนเชียนมาคิดๆ ดูก็ดีเหมือนกัน “ได้ ข้าจะให้อู่เกอร์ส่งเจ้าไปร้านนายหน้า”
“ออกบ้านแล้ว! ออกบ้านแล้ว!”
ถานเอ๋อร์พุ่งออกจากเรือนอย่างดีใจ
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มพลางดึงสายตากลับมา
แม่นมหลี่เอ่ยอย่างปลาบปลื้ม “คุณหนูชื่นชอบถานเอ๋อร์จริงๆ นะเจ้าคะ”
เมิ่งเชียนเชียนปรายตามองอาภรณ์ในตะกร้าเย็บปัก “แม่นมหลี่ก็ชอบเหมือนกันมิใช่หรือ”
นางกลัวแม่นมหลี่จะเหนื่อย จึงให้อีกฝ่ายตัดเพียงชุดเดียว
แต่ชุดที่สองนี้ แม่นมหลี่ก็ตัดไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว
แม่นมหลี่เอ่ยเจื่อนๆ ว่า “แม่หนูคนนี้นอกจากกินเก่งแล้ว ทำงานทำการก็ทุ่มเทเต็มที่ทีเดียว”
ปั้นซย่าเอ่ยอย่างฉุนๆ ว่า “นั่นน่ะสิ รวมถึงทำจานแตกเจ็ดใบ ชามอีกสิบใบ ต้มน้ำหม้อทะลุไปหนึ่งใบกับกาอีกหนึ่งใบด้วย”
แม่นมหลี่ “อะแฮ่ม!”
เมิ่งเชียนเชียนหลุดหัวเราะ
ปั้นซย่า “คุณหนู!”
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มจาง “ข้าก็ชอบปั้นซย่าเช่นกัน”
ปั้นซย่าเขินจนหน้าแดง
ในขณะที่พวกนางกำลังสนทนาพาทีกัน คนรับใช้ก็รายงานว่าคนจากวังหลวงมา เรียกตัวเมิ่งเชียนเชียนกับหลินหว่านเอ๋อร์เข้าวัง