เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 39 เป่าซูผู้คับแค้นใจ
หมื่นตำลึง?
คนผู้นี้แน่ใจหรือว่ามิได้โป้ปดเขาอยู่
“แม่ทัพลู่?”
พ่อบ้านเฉินยิ้มเตือน
ลู่หลิงเซียวแอบข่มอารมณ์พลุ่งพล่านในใจเอาไว้ เขาว่าแล้วเหตุใดจู่ๆ ลู่หยวนจึงเปลี่ยนใจ เพราะกำลังรอคอยอยู่นี่เอง
“ข้าไม่ได้พกเงินติดตัวมากเพียงนั้น”
พ่อบ้านเฉินยิ้มเอ่ย “ไม่เป็นไรขอรับ แม่ทัพลู่เขียนสัญญาหนี้ไว้ก็ได้ พวกเราจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงมีเหตุมีผลกันอยู่แล้ว”
ลู่หลิงเซียวแทบกระอักเลือด
พวกที่ไร้เหตุผลที่สุดในใต้หล้านี้ก็คือพวกเจ้าจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงนั่นแหละ เจ้ายังมีหน้ามาพูดจาคุยโวโดยไม่รู้สึกละอายได้อีกรึ
พ่อบ้านเฉิน “แม่ทัพลู่ไม่ยอม เช่นนั้นก็คงต้อง…”
ลู่หลิงเซียวกัดฟัน “เอากระดาษกับพู่กันมา!”
ลู่หลิงเซียวเขียนสัญญาหนี้เสร็จ ก็เดินตามพ่อบ้านเฉินไปรับคนที่สวนทิงหลาน
เพิ่งมาถึงลานเรือน ก็ได้ยินเสียงลู่หลิงหลงกำลังทะเลาะกับใครอยู่
“จะต้องเป็นเจ้าที่ใส่ร้ายข้าแน่!”
“ข้าไม่อยู่ในห้องด้วยซ้ำ จะใส่ร้ายเจ้าได้อย่างไร”
“นั่นมันสาวใช้ของเจ้า! นางเป็นคนทำแตก! จากนั้นก็โบ้ยมาให้ข้า!”
“ไผโบ้ยเจ้า? เห็นๆ อยู่ว่าเจ้าเป็นคนทำแตก! เจ้านอนดิ้นเกิน! พลิกตัวทีก็ทำแจกันร่วงแตกแล้ว! หนูน้อยก็เห็น! แม่นบ่?”
ถานเอ๋อร์เอ่ยอย่างหนักแน่นมีเหตุผลยิ่งพร้อมกับหันไปมองเป่าซูที่อยู่ในอ้อมแขน
เป่าซูวางมาดจริงจังพยักหน้าใหญ่!
“พะพวกเจ้า…พวกเจ้า…”
ลู่หลิงหลงโมโหจนตัวสั่น ครั้นหันมาก็เห็นลู่หลิงเซียว นางพลันเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจต่อความไม่เป็นธรรมอันสุดจะเอื้อนเอ่ย
สายตาลู่หลิงเซียวยามนี้กลับตกลงบนร่างเมิ่งเชียนเชียน
นางสวมชุดคลุมขนสัตว์สีขาวอมชมพู ไร้ซึ่งเครื่องประทินโฉม ดุจบุปผาตูมยามต้นวสันต์ และเหมือนน้ำค้างยามรุ่งอรุณ แผ่กลิ่นอายงดงามของสาวน้อยแรกแย้ม ทว่ามาดของนางดันนิ่งสงบ สายตาที่มองทารกในอ้อมแขนทั้งจดจ่อและราบเรียบ
ชั่วขณะนั้น ช่างชวนให้รู้สึกสงบสุข
“พี่ใหญ่!”
ลู่หลิงหลงเร่งฝีเท้ามาหยุดตรงหน้าเขา บดบังสายตาเขาไว้
ลู่หลิงเซียวกระแอมในลำคอ ถามนางว่า “เจ้าไม่เป็นไรกระมัง”
ลู่หลิงหลงฟ้องทั้งน้ำตาว่า “พวกนางรังแกข้า!”
ถานเอ๋อร์ยกสองมือขึ้นกอดอก “ไผรังแกเจ้า”
ลู่หลิงเซียวมองเมิ่งเชียนเชียนแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยกับลู่หลิงหลงว่า “หยุดโวยวายได้แล้ว กลับได้แล้ว”
ลู่หลิงหลงได้ยินคำนี้ก็ไม่พอใจขึ้นมา นางชี้เมิ่งเชียนเชียนพลางเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้โวยวาย! วันนี้เป็นเพราะนางทั้งสิ้น หากมิใช่เพราะนางยุ่งเรื่องชาวบ้าน จะทำให้ข้าตามมาซวยด้วยรึ ข้ายังโดนคนฟาดสลบด้วยนะ เจ็บจะตายอยู่แล้ว!”
ลู่หลิงเซียวฟังพ่อบ้านเฉินเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทางมานี้แล้ว ผู้บัญชาการใหญ่พักรักษาอาการบาดเจ็บที่เรือนเล็กในวัด แม่นมกลัวว่าเด็กน้อยจะทำเขาหนวกหู จึงได้พาเด็กไปห้องภาวนาด้านหน้า ไหนเลยจะรู้เพียงช่วงที่แม่นมงีบหลับไป เด็กน้อยก็คลานออกมา ถูกเมิ่งเชียนเชียนพบเข้า
เมิ่งเชียนเชียนให้ปั้นซย่าไปตามหาพ่อแม่ของเด็ก ก่อนจะดูแลเด็กน้อยด้วยกันกับเหล่าไท่จวินและลู่หมู่ตลอดทั้งบ่าย
เรื่องนี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไร เมิ่งเชียนเชียนก็ไร้ความผิด
หากเป็นตัวเขาเอง เขาก็ไม่มีทางปล่อยเด็กน้อยคนนี้ไม่ดูดำดูดีหรอก
เพียงแต่ใครจะไปคาดคิดว่า เด็กคนนี้เป็นบุตรสาวของลู่หยวน
“เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีก พี่สะใภ้เจ้าไปส่งเด็กกลับคืน แล้วเจ้าไปทำอะไร”
ลู่หลิงหลงเอ่ยเสียงแผ่ว “ขะ…ข้าเห็นพวกนางทำลับๆ ล่อๆ! เลยจะตามไปดู…”
“พอได้แล้ว!”
ลู่หลิงเซียวทนฟังต่อไปมิได้อีก “กลับไป!”
ลู่หลิงหลงกัดริมฝีปาก กระทืบเท้าแรงๆ เดินออกไปอย่างโมโห
แม่นมอุ้มเป่าซูไปแล้ว เมิ่งเชียนเชียนก็พาถานเอ๋อร์ออกจากจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงเช่นกัน
ณ ห้องหนังสือ
ลู่หยวนกำลังจัดเรียงอาวุธชิ้นเล็กจำนวนหนึ่งตามบันทึกในตำราโบราณ
แม่นมเข้ามาด้านใน วางเป่าซูไว้ข้างกายลู่หยวน
เป่าซูนั่งขัดสมาธิบนเบาะน้อยของตัวเอง ใบหน้าดวงน้อยเคร่งขรึมขึ้นพร้อมกับจ้องมองลู่หยวน
ครู่ใหญ่ทีเดียว นางก็หันหน้าไปถอนหายใจอย่างคับแค้น
……
เนื่องจากลู่หลิงเซียวไม่ได้ให้ท้ายลู่หลิงหลง ลู่หลิงหลงขึ้นมาบนรถม้าจึงเริ่มร้องห่มร้องไห้ ร้องจนถานเอ๋อร์เกือบทนไม่ไหวต่อยนางเข้า
เมิ่งเชียนเชียนนั่งเงียบๆ
ลู่หลิงเซียวกระแอมในลำคอ “วันนี้เจ้า…เสียขวัญหรือไม่”
เมิ่งเชียนเชียนทอดมองถนนใหญ่ที่มีการสัญจรเนืองแน่น “เสียขวัญแล้ว กลัวจริงๆ”
ลู่หลิงเซียวสีหน้าคลายลง เขาคิดไว้แล้ว นางมิใช่บุตรสาวตระกูลขุนพลเยี่ยงหว่านเอ๋อร์เสียหน่อย นางจะไม่หวาดกลัวได้อย่างไร ที่แท้ก็ทำเป็นสงบนิ่งอยู่นี่เอง
“ผู้บัญชาการใหญ่ได้ทำให้เจ้าลำบาก...”
“พี่สาว! ถังหูลู่!”
ลู่หลิงเซียวเพิ่งจะเอ่ยได้ครึ่งทาง ก็ถูกเสียงเจื้อยแจ้วของถานเอ๋อร์ขัดขึ้น
เมิ่งเชียนเชียนให้สารถีจอดรถ ก่อนพาถานเอ๋อร์ไปซื้อถังหูลู่
“พี่สาว! โคมไฟดวงนี้สวย!”
“เจ้าอยากได้ดวงไหน”
ครึ่งชั่วยามต่อมา รถม้าก็มาถึงตระกูลลู่
ถานเอ๋อร์กระโดดลงรถม้าไปก่อน มือซ้ายถือถังหูลู่ มือขวาถือโคมไฟ กระโดดโลดเต้นเข้าไปในจวน
ลู่หลิงเซียวลงจากรถม้า ก่อนหันกลับมาประคองเมิ่งเชียนเชียน
ไม่นึกเลยว่า เขาเพิ่งจะเอื้อมมือไป ถานเอ๋อร์ก็เร้นวาบมาแล้ว นางใช้ขาข้างหนึ่งเกี่ยวที่รองเหยียบมาวางบนพื้นอย่างมั่นคง
ถานเอ๋อร์แค่นเสียงเอ่ยว่า “ไผต้องการเจ้าประคอง?”
ลู่หลิงเซียวขมวดคิ้ว
สาวน้อยนางนี้เคลื่อนไหวว่องไวยิ่ง เมื่อครู่นี้เข้าจวนไปแล้วแท้ๆ พริบตาเดียวกลับมาตรงหน้ารถม้าได้อย่างไรกัน
เมิ่งเชียนเชียนจับมือถานเอ๋อร์พยุงตัวลงจากรถม้า
ถานเอ๋อร์กระโดดโลดเต้นฮัมเพลงเข้าไปในจวนต่อ
“เจ้า…”
ลู่หลิงเซียวเรียกเมิ่งเชียนเชียนไว้
เมิ่งเชียนเชียนถามว่า “ท่านพี่มีอะไรหรือ”
ลู่หลิงเซียวทอดมองแผ่นหลังถานเอ๋อร์หายลับไปในรัตติกาล พลางเอ่ยกับเมิ่งเชียนเชียนว่า “ได้ยินว่าเด็กคนนี้เจ้าซื้อมาจากร้านนายหน้า นางไม่เหมือนเด็กสาวที่มีวรยุทธ์ทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้นข้าก็ได้ยินว่านางตีคนรับใช้บาดเจ็บ นางอันตรายนัก ทางที่ดีเจ้าส่งนางออกจากจวนดีกว่า”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยนิ่งๆ ว่า “ท่านพี่ห่วงตัวเองดีกว่า อย่าสนใจเรื่องคนอื่นนักเลย!”
ลู่หลิงเซียวขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ข้าหวังดีต่อเจ้า! วรยุทธ์ของเด็กคนนี้ชั่วช้ายิ่งนัก เกิดว่า…”
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มนิ่งๆ “เกิดว่าท่านพี่มาเมาสุราเสียสติในห้องข้าอีก ก็จะทำไม่สำเร็จง่ายดายเพียงนั้นอีกแล้ว ท่านพี่กำลังห่วงเรื่องนี้อยู่หรือ”
“เจ้า…”
ลู่หลิงเซียวสะอึกจนหน้าแดงเห่อ “เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไยเจ้าจึงรื้อบัญชีเก่าอีก”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ไม่รื้อบัญชีเก่า รอท่านพี่มาเพิ่มบัญชีใหม่ให้ข้าหรือ”
“เมิ่งซื่อ!”
ลู่หลิงเซียวโมโหยกใหญ่ เขาอยากจะทำดีกับนางทีไร นางก็มักทำเขาโมโหทุกที
เมื่อครู่นี้เขาเห็นนางชอบเด็ก เขาถึงขั้นคิดขึ้นมาชั่ววูบว่า หากนางอยากมีลูกจริงๆ ตนจะมีกับนางสักคน ใช่ว่าจะมิได้
แต่ดูนางสิ รู้จักแต่เอาแต่ใจตัวเอง
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยอย่างสบายๆ ว่า “ท่านพี่ไม่มีธุระใดแล้ว น้องขอกลับไปพักผ่อนก่อน ท่านพี่อย่าลืมคืนหนึ่งหมื่นตำลึงให้จวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นข้าเกรงว่าเขามาทวงถึงที่ จะทำให้ชื่อเสียงของน้องเล็กและท่านพี่เสื่อมเสียได้”
ลู่หลิงเซียวปวดหัวนัก!
เซิ่นเหยียนเดินมาหา “คุณชายใหญ่ ท่านติดหนี้อีกแล้วหรือ ไยท่านจึงเป็นหนี้เก่งเช่นนี้เล่า”
ลู่หลิงเซียวตวาดอย่างเดือดดาล “ไม่พูดก็ไม่มีผู้ใดว่าเจ้าเป็นใบ้หรอก!”
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทั้งบ้านก็รู้เรื่องที่ลู่หลิงหลงทำแจกันโบราณแตก หากคนอื่นทำเช่นนี้ พวกเขาคงแจ้งทางการแล้ว
ทว่าอีกฝ่ายเป็นผู้บัญชาการใหญ่ลู่ ผู้ใดจะกล้าฟ้องร้องว่าเขาหลอกเอาเงิน อยากตายหรือไร
เงินของลู่หลิงเซียวชดใช้ให้เมิ่งเชียนเชียนไปนานแล้ว ในกระเป๋าสะอาดเสียยิ่งกว่าใบหน้าอีก เขาหาเงินมามิได้จริงๆ
ยามนี้เหล่าฮูหยินเป็นผู้ดูลบ้าน แต่เหล่าฮูหยินก็ไม่อยากเป็นแพะรับบาปนี้เช่นกัน
ฮูหยินรองมาเป่าหูเหล่าฮูหยิน “ท่านแม่ ท่านคุยกับเชียนเชียนหน่อยสิเจ้าคะ ให้นางคืนเงินที นางเพิ่งจะเอาเงินหนึ่งหมื่นตำลึงของเซียวเกอร์ไปมิใช่หรือ นางมีเงิน!”
เหล่าฮูหยินถลึงตาใส่พลางเอ่ย “อยากได้ก็ไปเอาเอง!”