เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1319 พี่สะใภ้ของเจ้าล่ะ? ....................
บทที่ 1319 พี่สะใภ้ของเจ้าล่ะ?
………………..
บทที่ 1319 พี่สะใภ้ของเจ้าล่ะ?
เจิ้งตานกลอกตา นั่นคือสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ในตอนนี้ที่ไหน?
สาวใช้เคาะประตูและพูดอีกครั้ง “นายท่าน ท่านซ่างบอกว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องการจะคุยกับท่านจริง ๆ พวกเขาจะรีบจากไปหลังจากได้พูดคุยกับท่าน ไม่รบกวนเวลาท่านมาก”
ซูอันรู้สึกปวดหัวเมื่อได้ยินว่าพวกเขาดื้อดึงเพียงใด
เจิ้งตานพูดด้วยใบหน้าแดงว่า “ข้าไปก่อน ข้าจะพบเจ้าอีกครั้งในภายหลัง”
นางเปิดหน้าต่างด้านหลังและกำลังจะกระโดดออกไป แต่นางสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นว่าสาวใช้บางคนกำลังกวาดพื้นอยู่ที่ลานหลังบ้าน ทุกคนจะรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติถ้านางจากไปแบบนี้!
จากนั้นก็ได้ยินเสียงวุ่นวายจากข้างนอก
“ท่านซ่าง ท่านจะบุกเข้าไปแบบนี้ไม่ได้!”
“ท่านซ่าง คุณหนูซ่าง!”
เมื่อพิจารณาจากเสียงที่วุ่นวาย บิดาและบุตรสาวของตระกูลซ่างกำลังดึงดันจะเข้ามาในห้องของซูอันให้ได้อย่างชัดเจน เจิ้งตานหน้าซีดและถามอย่างร้อนรน “เราจะทำอย่างไรดี?”
แม้ว่านางจะได้ตัดสินใจแล้วที่จะเรียกอิสรภาพกลับคืนมาหลังจากที่ซ่างเชียนเสียชีวิต แต่นางก็ยังไม่มีเวลาที่จะพูดถึงเรื่องนี้ นางยังคงเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลซ่าง มันคงแย่มากถ้าเรื่องของนางกับซูอันมาความแตกเอาตอนนี้ก่อนเวลาอันควร
ซูอันรู้สึกปวดหัว แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงบางสิ่ง เขามองไปที่ตู้เสื้อผ้าและเปิดมัน จากนั้นยื่นเสื้อผ้าข้างในตู้ให้นางแล้วพูดว่า “เจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้านี้ซะ”
หลังจากอยู่ในเมืองจันทร์กระจ่างมานาน เจิ้งตานก็รู้ว่าเสื้อผ้าเหล่านี้คือเสื้อผ้าของฉู่ชูเหยียน นางรู้สึกละอายใจและอุทานว่า “เจ้ารู้ไหมว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน? แล้วเจ้ายังจะคิดเรื่องพวกนี้อยู่อีกเหรอ!”
นางจะไม่รังเกียจที่จะเล่นเกมเหล่านี้กับซูอันหากเป็นเวลาอื่น แต่ตอนนี้มีเหตุฉุกเฉินที่ใหญ่กว่า!
ซูอันพูดอย่างจริงจังว่า “เชื่อข้าเถอะ เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ถ้าเจ้าใส่ชุดนี้!”
เจิ้งตานไม่เข้าใจว่าการสวมเสื้อผ้าของฉู่ชูเหยียนจะช่วยให้พวกเขาผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไร แต่เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว นางก็ทำอะไรไม่ได้อีกเช่นกัน จิตใจของนางยุ่งเหยิงอยู่แล้ว ดังนั้นนางจึงฟังคำสั่งของซูอันโดยไม่รู้ตัว
แต่เครื่องแต่งกายของผู้หญิงยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนใส่ได้อย่างรวดเร็วนัก ดังนั้นนางจึงตัดสินใจที่จะซ่อนตัวอยู่หลังม่านบังในห้องก่อน
ซูอันรีบเคลื่อนไหวเพื่อหยุดคู่พ่อลูกตระกูลซ่าง ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือ พวกเขาไม่เห็นอะไรเลย อย่างไรก็ตาม เขายังไม่เคยลอง ‘ตู้เสื้อผ้าผินหรู’ ดังนั้นจึงไม่แน่ใจว่ามันจะสำแดงผลตามที่เขาต้องการหรือไม่
แต่ประตูห้องก็เปิดออกทันทีที่เขาไปถึงทางเข้า ร่างงามพุ่งชนเข้ากับเขาอย่างเหมาะเจาะ
ซูอันหยุดนางและถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจ้าจะทำอะไร?”
ร่างนั้นตื่นตระหนก นางใช้แขนปิดหน้าอกของนางอย่างรวดเร็ว จ้องมองเขาด้วยความอับอายและโกรธ
—
ท่านยั่วยุซ่างเฉี่ยนสำเร็จ
ได้รับคะแนนความโกรธแค้น +44 +44 +44…
—
แน่นอนว่าหญิงสาวที่บุกเข้ามาคือคุณหนูซ่างเฉี่ยนลูกสาวของซ่างหง ซูอันไม่คาดฝันเหมือนกันว่า จังหวะเมื่อครู่ร่างของเขาจะดันไปชนส่วนพื้นที่ต้องห้ามของนางเมื่อเขาหยุดนาง
“เจ้านั่นแหละทำอะไร มีอะไรนักหนาถึงซ่อนตัวอยู่แต่ในห้องทั้งวัน!” ซ่างเฉี่ยนกำลังจะร้องไห้ เมื่อครู่มันเกือบจะดูราวกับว่านางเป็นคนที่โผเข้าใส่ผู้ชายคนนี้!
“มันเป็นความผิดของเจ้าแท้ ๆ ที่จู่ ๆ ก็พุ่งพรวดพราดเข้ามา ข้ากำลังจะเปิดประตูพอดี” ซูอันวางแผนที่จะตำหนินางให้หนัก แต่ด้วยเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้เกิดขึ้น น้ำเสียงของเขาจึงผ่อนลงเล็กน้อย
“อะแฮ่ม!” ซ่างหงอุทานจากข้างนอก “อาซูโปรดอย่าตำหนิลูกสาวของข้าเลย นางเป็นคนอารมณ์ร้อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรจึงบังเอิญชนกับอาซูเข้า ชายชราคนนี้ขอโทษแทนนางก็แล้วกัน”
ซ่างเฉี่ยนเริ่มบึ้งตึง นางถูกเอาเปรียบอย่างเห็นได้ชัด แต่พ่อของนางกลับขอโทษแทน? ความรู้สึกในตอนนี้ของนางแย่จริง ๆ
ซูอันทำหน้าตาแปลกประหลาด ‘ข้าอาจจะเชื่อเจ้าถ้าเจ้าใช้คำว่าอารมณ์ร้อนกับซ่างเชียนลูกชายของเจ้าที่ตายไปแล้ว แต่ตอนนี้คนที่อยู่ที่นี่คือซ่างเฉี่ยน หญิงสาวที่สุดแสนจะมีไหวพริบเนี่ยนะ?’
สุนัขจิ้งจอกเฒ่าตัวนี้เห็นได้ชัดว่าเพิ่งใช้แผนให้ลูกสาวของตัวเองบุกเข้ามาก่อน ด้วยวิธีนี้แม้ว่าพวกเขาจะบุกเข้ามาข้างใน ซูอันก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มากนัก
“นายท่าน!” ข้ารับใช้หลายคนรีบเข้ามาพร้อมกระบองไม้ในมือ พวกเขามองผู้มาเยือนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด การปล่อยให้ทั้งคู่เข้ามาเป็นการละเลยหน้าที่อย่างมาก
“ไม่เป็นไร พวกเราเป็นสหายเก่ากัน ตอนนี้พวกเจ้าถอนตัวออกไปได้แล้ว” ซูอันก็ไม่ต้องการให้เรื่องนี้บานปลายเช่นกัน เขาโบกมือให้พวกข้ารับใช้ออกไปชั่วคราว จากนั้นเขามองไปที่พ่อและลูกสาวตระกูลซ่างแล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้อาวุโสซ่างและลูกสาวบุกเข้ามาแบบนี้ คนอื่นอาจคิดว่าท่านมาเพื่อจับผิดประเวณีหรืออะไรทำนองนั้นนะรู้หรือเปล่า”
เจิ้งตานสะดุ้งด้วยความตกใจ ผู้ชายคนนี้กล้าพูดอะไรแบบนี้ได้ยังไง? ถ้าพวกเขารู้ความจริงขึ้นมา เจ้าจะทำหน้าแบบไหน!
ซ่างเฉี่ยนหน้าแดงและหันศีรษะหนีอย่างรู้สึกผิด แต่จิ้งจอกเฒ่าอย่างซ่างหงนั้นมีหรือจะละอายใจ เขาตอบด้วยรอยยิ้มว่า “อาซูยังคงชอบล้อเล่นเหมือนเคย เราได้ยินมาว่าท่านได้รับบาดเจ็บค่อนข้างสาหัสในคุกใต้ดิน ซึ่งเราพ่อลูกไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมเจ้าได้เลยในขณะที่เจ้าอยู่ในวัง ดังนั้นในทันทีที่เรารู้ว่าเจ้ากลับมาที่นี่ เราก็รีบมาหาเจ้าทันที โดยเฉพาะเฉี่ยนเอ๋อร์ที่เป็นห่วงเจ้ามากเหลือเกิน ข้าคงต้องขอให้เจ้ายกโทษให้กับความหยาบคายของนาง”
“พ่อ!” ซ่างเฉี่ยนกระทืบเท้า แม้นางจะรู้ว่าพ่อของนางกำลังใช้นางเป็นข้ออ้าง แต่นางก็ยังเป็นหญิงสาวที่มียางอาย นางจะทนกับข้ออ้างแบบนี้ได้ยังไง?
ซ่างหงกระแอมไอแสร้งทำเป็นไม่เห็นอะไรเลย
ซูอันนึกถึงบางสิ่งก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม “เอ๊? วันนี้พวกท่านสองคนมาหาข้าพร้อมกัน แต่ทำไมแม่นางเจิ้งกลับไม่มาด้วย?”
หัวใจของเจิ้งตานแทบจะกระดอนออกจากอกของนาง ‘ทำไมผู้ชายคนนี้ชอบเอาแต่พูดถึงประเด็นอันตรายของเรา? เขากำลังเล่นกับไฟอย่างสมบูรณ์!’
ซ่างเฉี่ยนค่อย ๆ คืนความสงบและพูดว่า “พี่สะใภ้ของข้าออกไปก่อนหน้านี้ นางไม่ได้มาเยี่ยมเจ้าเหรอ” นางมองไปรอบ ๆ ขณะที่นางพูด
ซูอันตอบพลางยิ้ม “ทำไมพี่สะใภ้ของเจ้าต้องมาหาข้าด้วย?”
ซ่างเฉี่ยนพูดด้วยรอยยิ้มคลุมเครือ “ใครจะรู้? เจ้ากับพี่สะใภ้ของข้า…เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมากไม่ใช่เหรอ?”
เจิ้งตานนวดขมับของนางเอง น้องสาวของสามีที่ล่วงลับของนางฉลาดเหลือเกิน! นางรู้สึกอยู่เสมอว่าผู้หญิงคนนี้รู้อะไรบางอย่างจริง ๆ
ซูอันหัวเราะและพูดว่า “มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว! ข้าถูกขังรวมอยู่กับพี่สะใภ้ของเจ้าเป็นเวลานานมากระหว่างทางมาเมืองหลวง ดังนั้นเราจึงผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะแยะ ซึ่งทำให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อันที่จริงเจ้ากับข้าก็เป็นเพื่อนที่ดีเหมือนกันไม่ใช่เหรอแม่นางซ่าง?”
………………..