เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1320 คุ้มค่าต่อการลงทุน
บทที่ 1320 คุ้มค่าต่อการลงทุน
………………..
บทที่ 1320 คุ้มค่าต่อการลงทุน
เจิ้งตานหน้าแดงเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฉากที่พวกเขาสองคนนั่งด้วยกันในรถม้าผุดขึ้นในหัว ผู้ชายคนนี้เป็นอันธพาลน้อยอย่างแท้จริง!
ซ่างเฉี่ยนพ่นลมหายใจ ‘นรกเถอะ! ข้าไม่ได้อยากจะเป็นเพื่อนที่ดีแบบนั้นกับเจ้า!’
ซ่างหงหลับตาราวกับว่าเขากำลังพักผ่อนสายตาอยู่ครู่หนึ่ง และทันใดนั้น เขาก็มองไปที่ม่านบังในห้องและเอ่ยถาม “อาซูมีแขกอีกคนในตอนนี้นี่นา ข้าสงสัยว่าเขาเป็นใครหรือ?”
หัวใจของเจิ้งตานเต้นรัวจนอย่างบ้าคลั่ง ด้วยระดับการบ่มเพาะของซ่างหง มันไม่แปลกเลยที่ชายชราคนนี้จะสัมผัสได้ถึงนาง!
จู่ ๆ ซ่างเฉี่ยนก็มองไปที่ม่านบังด้านหลังซูอันเช่นกัน สีหน้าของนางเริ่มแสดงอารมณ์ที่ซับซ้อน แล้วถ้าเป็นพี่สะใภ้จริง ๆ ล่ะ? เราควรทำอย่างไร?
เจิ้งตานรู้สึกกระวนกระวายใจจนแทบจะเป็นลมในจุดนั้น ในหัวของนางมีแต่เสียงอื้ออึงมึนงง นางจะทำอย่างไรถ้าพ่อสามีและน้องสามีของนางรู้เข้า!
แม้ว่าการแต่งงานทั้งหมดของนางกับซ่างเชียนในตอนนั้นจะเป็นเรื่องตลก แต่สิ่งสำคัญคือ นางยังไม่ได้หย่าร้างอย่างเป็นทางการ หากทุกคนพบนางที่นี่ ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของนางเท่านั้นที่เสียหาย แต่ชื่อเสียงของตระกูลเจิ้งทั้งหมดจะถูกทำลายด้วย
ซูอันพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าไม่สามารถปิดบังท่านซ่างได้เลยจริง ๆ คนที่อยู่ข้างในคือฉู่ชูเหยียน นางเพิ่งมาเยี่ยมข้า เราสองคนกำลังแสดงความคิดถึงต่อกันขณะที่พวกท่านมากันพอดี ดังนั้นตอนนี้นางจึงอายนิดหน่อย”
ซ่างเฉี่ยนสบถในใจ ‘เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังหลอกใคร? คุณหนูใหญ่ฉู่อยู่ในเมืองจันทร์กระจ่างตอนนี้! นางจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?’
หางตาของซ่างหงกระตุก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อว่าคำพูดของซูอันเลย คนที่อยู่หลังม่านบังน่าจะเป็นเจิ้งตาน ลูกสะใภ้ของเขามากกว่า! ทว่าจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้สนใจว่าทั้งสองคนจะมีความสัมพันธ์กันเป็นการส่วนตัวหรืออย่างไร เพราะลูกชายของเขาก็ตายไปแล้ว ซึ่งเขาก็สามารถใช้ประโยชน์จากลูกสะใภ้ของเขาได้อย่างเต็มที่โดยเปลี่ยนนางให้เป็นตัวเชื่อมโยงซูอันเข้ากับตระกูลซ่าง
แต่สิ่งนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในที่แจ้ง มันคงจะข้ามเส้นไปหน่อยถ้าซูอันบอกออกมาโต้ง ๆ ว่าเขากำลังแสดงความคิดถึงกับเจิ้งตานเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
เมื่อเห็นการแสดงออกที่เปลี่ยนไปของซ่างหง ซูอันก็เอ่ยขึ้นพลางยิ้มว่า “ถ้าอย่างนั้นให้ข้าเรียกชูเหยียนออกมาเพื่อทักทายดีไหม? ยังไงพวกเราทุกคนก็รู้จักกันอยู่แล้ว”
การแสดงออกของซ่างหงเปลี่ยนไปอีกครั้ง เขารีบพูดว่า “ไม่! ไม่มีความจำเป็นหรอก!”
ซ่างเฉี่ยนกล่าวเสริมอย่างรวดเร็วเช่นกัน “ข้าขอโทษที่มารบกวนเจ้า! เอาไว้ข้ากับพ่อกลับมาในเวลาอื่นดีกว่า” นางหันหลังไปทันทีหลังจากพูดจบประโยค นางไม่รู้จริง ๆ ว่านางจะต้องทำหน้าอย่างไรถ้าเกิดเป็นเจิ้งตานเดินออกมา และพ่อของนางก็อายุมากแล้วเช่นกัน จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขารับกับเรื่องที่บัดสีนี้ไม่ได้?
แต่ซูอันไม่ยอมแพ้และพูดว่า “ไม่เป็นไร ๆ ขืนถ้าข้าไม่ให้นางออกมาทักทายมันจะเป็นการเสียมารยาทมาก! แถมบางทีเจ้าอาจจะยังคาใจคิดว่าพี่สะใภ้ของเจ้าอยู่ที่นี่” ซูอันเดินไปที่ม่านบังและดึงเจิ้งตานออกมาขณะที่เขาพูด
หัวของเจิ้งตานโล่งว่างไปหมด เขาทำอะไรอยู่? ทำไมเขาถึงอยากให้ข้าออกไปเจอพ่อสามีและน้องสามีของข้าแบบนี้? ข้า…หลังจากนี้ข้าคงออกไปในที่สาธารณะไม่ได้อีกแล้ว…
แต่นางไม่แสดงอาการโกรธหรือโวยวายอะไร ทั้งห้องเงียบสนิท นางเคยเป็นหัวหน้ากลุ่มอาชญากรที่ใหญ่ที่สุดของเมืองจันทร์กระจ่าง ดังนั้นการควบคุมอารมณ์ของนางจึงดีกว่าคนทั่วไปเป็นพิเศษ และไม่ว่าจะอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องแดงอยู่วันยังค่ำ ดังนั้นให้มันเปิดเผยไปเลยตอนนี้ก็ได้ ช่างมัน!
แต่ก่อนที่นางจะได้พูดอะไร นางเห็นคู่พ่อลูกของตระกูลซ่างมองมาที่นางด้วยสีหน้าตกตะลึง ซ่างหงอุทานว่า “เป็นคุณหนูใหญ่ฉู่จริง ๆ! เมื่อครู่นี้พวกเราพ่อลูกหยาบคายมากที่หุนหันพลันแล่นเข้ามา เราหวังว่าคุณหนูใหญ่ฉู่จะไม่ถือสา”
เห็นฉากนี้ เจิ้งตานตกตะลึง ซูอันตบมือของนางและตอบว่า “เราทุกคนเป็นเพื่อนกัน อยู่ที่นี่ก็อย่าได้เกรงใจปฏิบัติต่อกันเหมือนคนแปลกหน้าเลย! ว่าแต่วันนี้ท่านซ่างมาเยี่ยมเรามีเรื่องอะไรเหรอ?”
เจิ้งตานนั่งลงด้านข้างอย่างงงงวย ความเป็นไปได้นับไม่ถ้วนแวบเข้ามาในความคิดของนาง ‘ทำไมพ่อและลูกสาวของตระกูลซ่างถึงเรียกข้าว่าคุณหนูใหญ่ฉู่? อย่าบอกนะว่าพวกเขากำลังเล่นละครกับซูอันเพียงเพราะพวกเขาไม่ต้องการให้เรื่องมันแดงในที่สาธารณะ? อ่า…ข้ากำลังจะตายเพราะความอับอาย…’
“เหตุผลส่วนใหญ่ที่เรามาเยี่ยมอาซูเป็นเพราะเราอยากจะนำยามาให้” ซ่างหงผายมือไปที่ลูกสาวของเขาขณะที่เขาพูด
ซ่างเฉี่ยนหลุดจากความงุนงงของนาง และส่งของขวัญที่พวกเขาเตรียมไว้อย่างรวดเร็วโดยอธิบายว่า “ยาในขวดนี้สกัดมาจากโสมพระจันทร์หิมะพันปี ซึ่งเป็นสมุนไพรที่พ่อของข้าบังเอิญเจอเมื่อหลายปีก่อนโดยไม่ได้ตั้งใจ มันมีผลดีเยี่ยมในการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บทางร่างกาย ดังนั้นเราจึงหวังว่ามันจะช่วยพี่ใหญ่ซูได้” นางรู้สึกแปลกทีเดียว ทำไมคุณหนูใหญ่ฉู่ถึงไม่พูดอะไรเลย? นอกจากนี้ท่าทางการแสดงออกของนางก็ยังดูแตกต่างจากปกติอีกต่างหาก
เมื่อเขาเห็นท่าทางแปลก ๆ ของซ่างเฉี่ยน ซูอันก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “แขนของน้องสาวเฉี่ยนเอ๋อร์ขาวเนียนยิ่งกว่าโสมพระจันทร์หิมะพันปีซะอีก”
ใบหน้าของซ่างเฉี่ยนแดงก่ำทันที และนางก็ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ความสนใจของนางถูกเบี่ยงเบนไปอย่างที่คาดไว้!
เจ้านี่มันเดรัจฉานจริง ๆ… ใครจะอยากเป็นน้องสาวเฉี่ยนเอ๋อร์ของเจ้ากันเล่า! เจ้าคิดว่าข้าหลอกง่ายเหมือนพี่สะใภ้เหรอ??
ซ่างหงแสดงสีหน้าแปลก ๆ เมื่อเขาเห็นฉากนี้พลางคิดในใจว่า ‘ข้ายกลูกสะใภ้ให้แล้ว อย่าบอกนะว่าต้องยกลูกสาวให้ด้วย?’ เขากระแอมเบา ๆ แล้วถามว่า “อาซู เจ้ารู้ไหมว่าทำไมฝ่าบาทไม่ตำหนิราชันลมปราณอย่างเปิดเผย”
ซ่างหงไม่ต้องการเรียกซูอันว่า ‘ท่านซู’ แต่เขาไม่รู้ว่าถ้าเรียกอีกฝ่ายเหมือนเป็นผู้น้อยจะทำให้ซูอันขุ่นเคืองหรือไม่ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใจเรียกว่า ‘อาซู’ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของพวกเขาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น…
ซูอันพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้าไม่เข้าใจว่าท่านซ่างพูดอะไร เหตุใดฝ่าบาทจึงต้องตำหนิราชันลมปราณ”
ซ่างหงหัวเราะเบา ๆ “ข้ารู้ว่าเจ้ามีความกังวลใจ แต่เจ้ามีบุญคุณกับตระกูลซ่างของเรา พวกเรามีแต่ใจกตัญญูต่อเจ้าและสงสัยมาตลอดว่าจะตอบแทนเจ้ายังไงดี ตอนนี้เราอยู่ในเมืองหลวงที่ขั้วอำนาจต่าง ๆ บิดเบี้ยวและเกี่ยวพันกัน คนอย่างเราที่ไม่มีภูมิหลังมากนักควรจะเกาะกลุ่มดูแลซึ่งกันและกันเอาไว้”
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในมิติลับ แต่ก็ไม่ยากที่จะเดาว่าราชันลมปราณได้ทำอะไรบางอย่างภายใน นอกจากนี้ ผู้ที่ออกมาลำดับท้ายสุดคือ ซูอัน รัชทายาท และองค์หญิงรัชทายาท นั่นหมายความว่าแผนการของราชันลมปราณล้มเหลว
“ท่านลุงซ่าง ได้โปรดอย่าโกรธเคือง เมืองหลวงตอนนี้อันตรายมาก ดังนั้นข้าจึงต้องระมัดระวังในทุกย่างก้าว” ซูอันตอบเมื่อเห็นว่าซ่างหงเริ่มคิดไปไกล
เจิ้งตานอดไม่ได้ที่จะกลอกตาเมื่อได้ยินซูอันเรียกซ่างหงว่า ‘ท่านลุงซ่าง’ สองคนนี้เพิ่งเคยคุยกันเมื่อไม่กี่เดือนก่อน แต่ตอนนี้พวกเขาเป็นเหมือนครอบครัวกันแล้ว? โลกนี้ช่างแปลกประหลาดจริง ๆ
ซ่างหงกล่าวว่า “ระหว่างเราไม่มีความขุ่นเคืองใจที่แก้ไขไม่ได้ ตรงกันข้ามมีหลายด้านที่เราสามารถทำงานร่วมกันและรวมจุดแข็งของเราได้”
ซ่างหงมักจะติดตามจักรพรรดิในฐานะผู้ภักดีอย่างแท้จริง แต่สุดท้ายเขาต้องสูญเสียลูกชายคนเดียวไปเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ในท้ายที่สุด เป็นเพราะจักรพรรดิไม่ลังเลที่จะละทิ้งตระกูลซ่าง เขารู้ว่าไม่มีความหมายใด ๆ ในการคงไว้ซึ่งความภักดี
แต่เขาได้สร้างความขุ่นเคืองให้กับตระกูลต่าง ๆ มากเกินไปจากงานสกปรกทั้งหมดที่ช่วยจักรพรรดิ ในเมืองหลวงแทบไม่มีที่ว่างสำหรับตระกูลซ่างแล้ว
อย่างไรก็ตาม ซูอันแตกต่างออกไป เขาเป็นดาวรุ่งและมีตระกูลฉู่อยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้ความสัมพันธ์ของเขากับสถาบันหลวงก็ไม่ได้เลวร้าย ที่สำคัญกว่านั้นทั้งสองคนได้แบ่งปันความสุขและความทุกข์ระหว่างทางมาเมืองหลวงแล้ว พวกเขามีมิตรภาพที่ค่อนข้างแน่นแฟ้นอยู่แล้วในระดับหนึ่ง นี่เป็นเหตุผลที่ซูอันเป็นคนที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุดในตอนนี้
เจิ้งตานตกใจมาก ซ่างหงยอมเล่นด้วยแม้ว่าเขาจะเห็นนางที่นี่ นั่นหมายความว่าเขาได้ยอมรับความสัมพันธ์ของนางกับซูอันโดยปริยายแล้ว! นางมีความสุขและนึกขอโทษอยู่ภายในใจ มองซูอันด้วยสายตาวิงวอน หวังว่าซูอันและตระกูลซ่างจะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ได้
………………..