เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1321 พันธมิตร
บทที่ 1321 พันธมิตร
………………..
บทที่ 1321 พันธมิตร
ซูอันครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วยิ้ม “ข้าได้ประโยชน์อย่างมากจากคำแนะนำของท่านลุงเกี่ยวกับขั้วอำนาจต่าง ๆ ระหว่างทางมายังเมืองหลวง ต่อไปข้าย่อมต้องการความช่วยเหลือจากท่านลุงมากขึ้นอย่างแน่นอน”
ซ่างหงที่เคร่งเครียดก่อนหน้านี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ซูอันยอมรับการเป็นพันธมิตรของพวกเขาโดยปริยายแล้ว นั่นหมายความว่าตอนนี้สิ่งต่าง ๆ จะง่ายขึ้นมาก
ซูอันไม่รั้งรออีกต่อไปและพูดว่า “คำถามที่ท่านลุงยกขึ้นเมื่อครู่ทำให้ข้างงเหมือนกัน ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันมานาน ฝ่าบาทมีเหตุผลอันสมควรที่จะกำจัดราชันลมปราณในครั้งนี้ เหตุใดจึงทรงละทิ้งโอกาสอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้?”
จริง ๆ มีคำตอบสำหรับคำถามนั้นอยู่แล้ว เขาสงสัยว่าเป็นเพราะจักรพรรดิสูญเสียส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณไปใช่หรือไม่? ทำให้ความแข็งแกร่งของตัวเองลดลงอย่างมากและไม่สามารถเอาชนะราชันลมปราณได้ แต่กลับไม่สามารถบอกซ่างหงเรื่องนั้นและหารือร่วมกันได้
สำหรับการคุกคามของจูเซี่ยฉือซินนั้น ซูอันไม่สนใจอีกต่อไป
ซ่างหงกล่าวว่า “เป็นไปตามคาด เจ้ารู้หรือไม่ว่าสถานการณ์ในเมืองหลวงตึงเครียดมาโดยตลอด? กองทัพทั้งหมดถูกถ่ายโอนเป็นการส่วนตัว และเมืองหลวงทั้งหมดก็เหมือนถังดินปืน แค่ประกายไฟเพียงนิดเดียว ปัญหาทั้งหมดก็จะระเบิดออกมา
“ราชันลมปราณมีเวลาหลายปีในการวางแผน อำนาจและอิทธิพลของเขายิ่งใหญ่ เจ้าหน้าที่และทหารเกือบครึ่งหนึ่งของราชสำนักทั้งหมดอยู่ข้างเขา หากฝ่าบาททรงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ทั้งหมดในตอนนี้ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับราชันลมปราณจะไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเสี่ยงเลือกข้าง นั่นเป็นสถานการณ์ที่จักรพรรดิไม่ทรงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็น”
ซูอันไม่คาดคิดมาก่อนว่าทั้งสองฝ่ายกำลังจะเกิดสงครามแล้ว!
“แต่พระองค์จะปล่อยไว้แบบนี้จริง ๆ เหรอ?” เขาถาม “ด้วยความสง่าผ่าเผย ข้าไม่เชื่อว่าพระองค์จะเต็มใจรับความสูญเสียเช่นนี้”
ซ่างหงยิ้มแต่ไม่ตอบ เขามองไปที่ลูกสาวด้วยสีหน้าตึงเครียดและถามว่า “เฉี่ยนเอ๋อร์ เจ้าคิดยังไง?”
ซ่างเฉี่ยนตั้งตัวไม่ทัน แต่ก็ยังตอบว่า “เห็นได้ชัดว่าฝ่าบาทจะไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ พระองค์กำลังพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในวงกว้าง แต่จะพยายามทำลายกองกำลังหลักของฝ่ายราชันลมปราณให้ได้ก่อน จากนั้นจึงรอจังหวะที่เหมาะสมในการกวาดล้างให้สิ้นซาก”
นางมองเจิ้งตานแล้วพูดว่า “นอกจากนี้ ฝ่ายของราชันลมปราณที่จะแบกรับความรุนแรงนี้จะเป็นตระกูลฉินอย่างแน่นอน กองกำลังของตระกูลฉินฝังรากลึกในกองทัพ เหตุผลที่ฝ่าบาทไม่ยอมเอะอะโวยวายก็เพราะตระกูลฉินเช่นกัน”
เจิ้งตานรู้สึกสับสน ทำไมเจ้าถึงมองมาที่ข้าเมื่อพูดถึงตระกูลฉิน? อย่าบอกนะว่า เจ้าคิดว่าข้าคือฉู่ชูเหยียนจริง ๆ?
ซูอันถามอย่างรวดเร็วว่า “แล้วเจ้าคิดว่าฝ่าบาทจะกระทำต่อตระกูลฉินได้ยังไง?”
ตระกูลฉินเป็นตระกูลของฉินหว่านหรู และพวกเขาก็ปฏิบัติต่อฉู่ชูเหยียนกับฉู่โหยวเจาอย่างดี
ซ่างเฉี่ยนส่ายศีรษะ “เรามีข้อมูลไม่เพียงพอในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ข้ามั่นใจได้ก็คือเป้าหมายแรกของฝ่าบาทคือตระกูลฉินอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นน่าจะเป็นเร็ว ๆ นี้อีกด้วย”
“พูดต่อเลย” ซูอันนั่งตัวตรง การวิเคราะห์ของซ่างเฉี่ยนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เขาไม่อยากพลาดอะไรไป
“ต่อไปจะเป็นตระกูลอวี้ ถ้าตระกูลฉินเป็นตัวแทนของผู้มีอำนาจทางการทหาร ตระกูลอวี้ที่ร่ำรวยก็เป็นตัวแทนของอำนาจทางการเงินของคฤหาสน์ราชันลมปราณ” ซ่างเฉี่ยนกล่าวต่อ “แน่นอน มันอาจจะเป็นตระกูลเพ่ย ท้ายที่สุดตระกูลเพ่ยมีอิทธิพลอย่างมากในกิจการของราชสำนัก”
ภาพของอวี้เหยียนลั่วและเพ่ยเหมียนหมานปรากฏในหัวของซูอัน เขารู้สึกปวดหัวเล็กน้อย ทำไมคนที่เขาสนิทด้วยต้องเป็นฝ่ายของราชันลมปราณ? !
เมื่อซ่างเฉี่ยนวิเคราะห์มากขึ้น ซูอันรู้สึกว่าได้ประโยชน์อย่างมากจากสิ่งที่นางพูด เขาถอนหายใจด้วยความชื่นชมและกล่าวว่า “น้องเฉี่ยนเอ๋อร์สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นขงเบ้งหญิงจริง ๆ*[1]”
“ขงเบ้งคือใคร” ซ่างเฉี่ยนรู้สึกสับสน นางแย้งสองสามครั้งแล้ว แต่ซูอันก็ยังเรียกนางว่า ‘น้องเฉี่ยนเอ๋อร์’ นางไม่รู้สึกอยากจะแสดงความคิดเห็นอีกต่อไป
“อืม…” ซูอันครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะอธิบาย “คนฉลาดอย่างร้ายกาจ”
ใบหน้าของซ่างเฉี่ยนเปลี่ยนเป็นสีแดง นางกลายเป็นคนขี้อายเล็กน้อยขณะที่พึมพำ “ข้าไม่ได้เก่งขนาดนั้น…”
“น้องเฉี่ยนเอ๋อร์ช่างถ่อมตัวเกินไป” จู่ ๆ ซูอันก็พบว่าการแกล้งผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างสนุก นางมีความเป็นผู้ใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อพูดถึงเรื่องการเมือง แต่ถึงอย่างนั้นก็ขี้อายพอ ๆ กับหญิงสาวทั่วไปในเรื่องปกติ
ซ่างหงกระแอมและตัดบทการล้อเล่นของซูอัน “อาซู สถานะของข้าพิเศษ ดังนั้นฝ่าบาทอาจเริ่มสงสัยหากข้าคุยกับเจ้านานเกินไป ถ้าเจ้ามีเรื่องต้องคุยโปรดไปหาเฉี่ยนเอ๋อร์ มีหลายด้านที่นางไม่ด้อยไปกว่าข้า”
“แน่นอน” ซูอันพูดด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าการพูดคุยกับหญิงสาวน่าสนใจกว่าการพูดคุยกับชายชรา
แต่จู่ ๆ เจิ้งตานก็พูดกับเขาผ่านกระแสพลังชี่ว่า “จุ๊ ๆ ชายชราคนนั้นกำลังพยายามให้โอกาสเจ้าสองคนได้อยู่ด้วยกันเป็นการส่วนตัว” นางเริ่มเห็นแผนการของซ่างหงอย่างช้า ๆ และรู้สึกไม่มีความสุขเล็กน้อย ข้ามาก่อนนะ!
หลังจากลังเลเล็กน้อย ซ่างหงก็พูดว่า “ใช่แล้ว ตระกูลเจิ้งเริ่มธุรกิจบางอย่างในเมืองหลวงทำให้เจิ้งตานยุ่งอยู่เสมอ มันไม่ง่ายเลยสำหรับนางคนเดียว อาซู… ถ้าเจ้าเต็มใจ โปรดดูแลเฉี่ยนเอ๋อร์ด้วย”
ซ่างเฉี่ยนมองดูบิดาด้วยความตกใจ แม้ว่านางจะสงสัย แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะพูดออกมาจริง ๆ!
แม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรอย่างเปิดเผย แต่ทุกคนก็ฉลาด พวกเขารู้ว่าคำเหล่านั้นหมายถึงอะไร
เจิ้งตานลดศีรษะลง อับอายจนอยากจะหนีไปซ่อนตลอดกาล ถึงอย่างนั้นนางก็มีความสุขอยู่ภายในใจเช่นกัน ในที่สุดภูเขาที่ถ่วงอยู่ในใจก็สามารถเคลื่อนออกไปได้ในที่สุด
ซูอันมีสีหน้าแปลก ๆ เขาพูดว่า “อืม… ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อดูแลนาง”
ซ่างหงพยักหน้าแล้วลุกขึ้นพลางพูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะไม่รบกวนเจ้ากับภรรยาแล้ว”
“ทำไมไม่อยู่ต่ออีกหน่อยล่ะ? ท่านไปหลังมื้ออาหารก็ได้” ซูอันแสร้งทำเป็นรั้งให้อยู่ต่อ แต่พ่อลูกตระกูลซ่างจะไม่รู้เจตนาของเขาได้อย่างไร? ทั้งสองต้องปฏิเสธน้ำใจอย่างแน่นอน
…
เมื่อทั้งสองจากไป ซ่างเฉี่ยนแอบถามบิดาว่า “ท่านพ่อ ทำไมวันนี้คุณหนูใหญ่ฉู่ถึงดูแปลก ๆ ไปหน่อย”
ซ่างหงพยักหน้า “นางทำตัวแปลก ๆ ราวกับว่ากลัวเรา”
“หืม? ท่านพูดว่าคุณหนูใหญ่ฉู่งั้นเหรอ?” เสียงอยากรู้ถามจากด้านข้าง
ทั้งสองมองหน้ากันและเห็นว่ามีชายหนุ่มหน้าตาดีกำลังมองมาที่พวกเขา ด้านข้างเป็นสาวงามผิวสีแทน
“นายน้อยฉู่นี่เอง! เราเพิ่งไปหาท่านซูก่อนหน้านี้ และเราพบพี่สาวของเจ้าข้างใน” ซ่างเฉี่ยนตอบด้วยรอยยิ้ม ไม่จำเป็นต้องปิดบังเนื่องจากพวกเขากับซูอันมีความสัมพันธ์ฉันมิตรแล้ว มิตรภาพจึงเผื่อแผ่ไปยังตระกูลฉู่โดยธรรมชาติ
“พี่ใหญ่ของข้ามาถึงเมืองหลวงแล้วเหรอ?” ดวงตาของฉู่โหยวเจาเป็นประกาย นางไม่อยากคุยกับเขาสองคนอีกต่อไปและรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน
ซูอันจับมือของเจิ้งตานขณะที่พูดว่า “ตานเอ๋อร์ พ่อตาของเจ้ามอบเจ้าให้ข้าชัดเจนแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลกับสิ่งอื่นใดอีกต่อไป”
เจิ้งตานโวยวาย “เจ้ากำลังพูดอะไร? เขาแค่ขอให้เจ้าดูแลข้า หยุดคิดอะไรมั่ว ๆ แบบนี้ได้แล้ว” แม้จะมีคำพูดเหล่านี้ แต่หัวใจของนางก็เต้นรัว
“ใช่ มีบางอย่างที่แปลกจริง ๆ ทำไมพวกเขาไม่โกรธเลยเมื่อเห็นข้า มันเกือบจะเหมือนกับว่า… ข้าคือคุณหนูใหญ่ฉู่จริง ๆ” เจิ้งตานรู้สึกสับสน เรื่องนี้แปลกเกินไป
ซูอันกำลังจะตอบกลับ ทว่าจู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกดังลั่นมาจากระยะไกล “พี่ใหญ่? พี่ใหญ่?”
*[1] ขงเบ้งเป็นรัฐบุรุษและนักยุทธศาสตร์ทางการทหารจากวรรณกรรมสามก๊กของจีน
………………..
ายที่ถูกล็อกด้วยเหรียญระบบจะใช้เหรียญปลดล็อกตอนต่อไปโดยอัตโนมัติ
• เมื่อเหรียญทองหมด สามารถเติมเงินแล้วอ่านต่อได้เลย ไม่สะดุด
• ………………..จะเป็นการตั้งค่ารายเรื่อง และปิดโหมด อัตโนมัติเมื่อออกจากหน้าการอ่านนิยายเรื่องนั้น
อ่านน้อยลง
ปุ่มที่ 1 ใน 4 สารบัญ
ปุ่มที่ 2 ใน 4 ความคิดเห็น
ปุ่มที่ 3 ใน 4 ตอนก่อนหน้า
ปุ่มที่ 4 ใน 4 ตอนถัดไป
0
บทที่ 1322 ความรู้สึก…แปลก ๆ?
………………..
บทที่ 1322 ความรู้สึก…แปลก ๆ?
“นั่นคือน้องชายของฉู่ชูเหยียน!” เจิ้งตานไม่รู้สึกประหม่าเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป พวกเขาทั้งหมดมาจากเมืองจันทร์กระจ่าง และฉู่ชูเหยียนเป็นเพื่อนร่วมชั้นของนาง นางมองฉู่โหยวเจาเหมือนกับน้องชายของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่รู้สึกประหม่าเหมือนตอนที่ได้พบกับพ่อลูกตระกูลซ่าง
อย่างไรก็ตาม ซูอันตัวสั่นและดึงเสื้อผ้าของเจิ้งตานอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเจิ้งตานแดงขึ้นทันที “เจ้ากำลังทำอะไร? ฉู่โหยวเจากำลังจะเข้ามา!”
ความหมายของนางชัดเจน ข้าไม่รังเกียจเลยถ้าเจ้าพยายามถอดเสื้อผ้าของข้าในเวลาอื่น แต่น้องภรรยาของเจ้ากำลังจะเข้ามา! สิ่งนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง!
ซูอันรู้ว่านางเข้าใจเขาผิดเมื่อเห็นท่าทางแปลก ๆ ของนาง เขาพูดอย่างรวดเร็ว “เสื้อผ้าของเจ้า!”
นางดูเหมือนฉู่ชูเหยียนในสายตาของคนอื่นในตอนนี้ แค่หลอกคนในตระกูลซ่างก็เพียงพอแล้ว แต่ไม่มีทางที่จะตบตาน้องสาวแท้ ๆ ที่คลานตามกันมาได้ ฉู่โหยวเจาติดต่อกับพี่สาวของนางอยู่เสมอและเห็นได้ชัดว่าฉู่ชูเหยียนไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงในตอนนี้
เจิ้งตานก็ตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน นางไม่รู้ว่าทำไมรูปร่างหน้าตาของตัวเองถึงเปลี่ยนไป และคิดแค่ว่าคนอื่นอาจสงสัยถ้านางสวมเสื้อผ้าของฉู่ชูเหยียน
นางพูดด้วยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ “คราวหน้าค่อยมาทำแบบนี้กันเมื่อไม่มีใครเห็น” จากนั้นนางก็พุ่งเข้าไปหลังฉากกั้นเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
ซูอันใจเต้นแรง เจิ้งตานรู้วิธีที่จะปลุกเร้าเขา! นางรู้จริง ๆ ว่าผู้ชายต้องการอะไร แต่เขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะคิดเรื่องแบบนี้ในตอนนี้ และรีบเดินไปที่ทางเข้าเพื่อซื้อเวลาให้เจิ้งตาน
“พี่ใหญ่…” ฉู่โหยวเจาวิ่งมาอย่างรวดเร็วจนชนเข้ากับซูอัน นางหน้าแดงและรีบถอยหลัง “พี่เขยโง่ เจ้าจงใจชนข้าเหรอ?”
ซูอันลูบศีรษะของนางและพูดว่า “มันเป็นความผิดของเจ้าที่ใจร้อน” จากนั้นเขาก็พยักหน้าไปทางหญิงสาวผิวสีแทนสดใสข้าง ๆ นาง “ดูเหมือนว่าชิงเหอก็มาเช่นกัน”
นี่เป็นเรื่องที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะทั้งสองคนตัวติดกันตลอด มันคงจะแปลกถ้านางไม่ได้มากับฉู่โหยวเจา
“สวัสดีพี่ซู” มู่หรงชิงเหอยิ้มอย่างเขินอาย จริง ๆ แล้วนางเป็นสาวน้อยสุดแข็งแกร่งในกองทัพ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะทำตัวอ่อนหวานเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัวของพี่ฉู่ของนาง
“ฮะ? พี่ใหญ่ของข้าอยู่ที่ไหน?” ฉู่โหยวเจาเขย่งปลายเท้า พยายามมองข้ามไหล่ของซูอัน
ซูอันถามด้วยหน้าตาสับสน “อะไรนะ พี่ใหญ่ของเจ้า?”
ฉู่โหยวเจาพยายามถ่างรักแร้ของเขา “ข้าเห็นคนของตระกูลซ่างอยู่ข้างนอก พวกเขาบอกว่าพี่ใหญ่อยู่ที่นี่!”
มู่หรงชิงเหอกำลังจะติดตามฉู่โหยวเจาโดยไม่รู้ตัว แต่นางอายเกินกว่าจะเดินผ่านร่างของชายอื่น ได้แต่ยืนอยู่กับที่ด้วยสีหน้าลำบากใจ
โชคดีที่ซูอันเปิดประตูอย่างรวดเร็ว “พี่ใหญ่ของเจ้าจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
“ข้าว่าท่านพูดถูก” ฉู่โหยวเจาก็สับสนเช่นกัน ท้ายที่สุดนางรู้ว่าพี่สาวของนางควรจะยังคงจัดการงานของตระกูลอย่างหนักอยู่ในเมืองจันทร์กระจ่าง ทำไมถึงจะมาอยู่ที่นี่ได้? แต่ซ่างหงไม่น่าจะพูดเท็จ
ทันใดนั้น สายตาของนางก็เคลื่อนไปที่ข้าง ๆ เห็นหญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนอยู่ที่นั่น นางถามด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ ใช่ท่านจริง ๆ หรือเปล่า?” อย่างไรก็ตาม เมื่อนางวิ่งไปและเห็นว่าเป็นใครก็สะดุ้งตื่น “ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?” นางถาม
เจิ้งตานเดินออกมาด้วยรอยยิ้ม ตอบว่า “แล้วนายน้อยฉู่คิดว่าเป็นใครล่ะ?” นางแอบดูซูอัน ฮึ่ม! เจ้าไม่คิดจะหยุดเขาเลยเหรอ จะเป็นอย่างไรหากข้ายังเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่เสร็จและมีชายอื่นเห็นเข้า เจ้าไม่หึงไม่หวงบ้างเลยเหรอ?
การแต่งตัวข้ามเพศของฉู่โหยวเจาเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลฉู่ เห็นได้ชัดว่าเจิ้งตานไม่รู้เรื่องนี้
ฉู่โหยวเจางงงวย ทันใดนั้น นางก็นึกบางอย่างขึ้นได้และหันกลับมามองทั้งสองคนด้วยความสงสัย ถามว่า “เจ้ามาที่นี่ทำไม? แล้วทำไมเจ้าถึงซ่อนตัวอยู่ด้านหลังแบบนี้ล่ะ”
เจิ้งตานกล่าวอย่างใจเย็นว่า “ข้าบังเอิญทำชาหกใส่เสื้อผ้า เลยต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่หลังฉาก”
ดวงตาของฉู่โหยวเจามองสำรวจไปทั่วร่างของเจิ้งตาน เสื้อผ้าของนางดูเหมือนจะไม่เปียกเลย… แต่บางทีนางอาจจะเช็ดมันแห้งแล้ว…
นางหัวเราะเยาะและพูดว่า “แม่นางเจิ้ง… อา ข้าหมายถึงฮูหยินซ่าง เจ้าเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว แต่มาจัดแจงเสื้อผ้าในห้องของชายอื่น ระวังจะเกิดข่าวลือไม่ดีไม่งามนะ”
เจิ้งตานตากระตุกเมื่อได้ยินคำว่า ‘ฮูหยินซ่าง’ น้องชายคนนี้ปากไวพอ ๆ กับเด็กผู้หญิง! เขารู้วิธีซ้ำเติมจุดอ่อนของคนจริง ๆ
นางตอบโดยไม่กะพริบตา “ใครบอกว่าข้าอยู่คนเดียว? ข้า… มากับพ่อและพี่สาวของสามี เป็นเพราะต้องทำความสะอาดเสื้อผ้า ข้าจึงอยู่ต่ออีกสักหน่อย สำหรับสิ่งอื่น ๆ นั้น พี่ใหญ่ของเจ้าและข้าเป็นนักศึกษาร่วมชั้นเรียนกัน และส่วนพี่เขยของเจ้าก็เป็นอาจารย์ของข้า เป็นสุภาพบุรุษผู้ซื่อสัตย์ ทำไมข้าต้องกังวลกับเรื่องแบบนี้ด้วย”
ลมหายใจของฉู่โหยวเจาหยุดลงชั่วครู่ นางมีความสุขจริง ๆ เมื่อได้ยินเจิ้งตานยกย่องพี่เขย แต่อีกฝ่ายกลับเรียกเขาว่าสุภาพบุรุษผู้ซื่อสัตย์… ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างสวย แต่ดูเหมือนว่านางจะสายตาไม่ค่อยดี
ซูอันกระแอมและพูดว่า “พอแล้ว แม่นางเจิ้งเป็นคนรู้จักเก่าจากเมืองจันทร์กระจ่าง แต่เจ้าสอบสวนนางราวกับเป็นอาชญากร นี่ไม่หยาบคายไปหน่อยเหรอ?”
แม้ว่าทุกอย่างจะดูมีเหตุผล แต่ฉู่โหยวเจาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทันใดนั้น นางก็ชี้ไปที่ชุดที่อยู่ด้านหลังและถามว่า “แล้วทำไมชุดของพี่ใหญ่ข้าถึงอยู่ที่นั่น?”
สีหน้าของเจิ้งตานเปลี่ยนไป นางไม่มีคำอธิบายสำหรับเรื่องนี้จริง ๆ
แต่โชคดีที่สมองของซูอันแล่นปราดอย่างรวดเร็ว เขารีบพูดอย่างจริงจังว่า “พี่ใหญ่ของเจ้าและข้าห่างกันนานเกินไป วันเวลาในมิติลับก็ยากลำบากเหมือนกัน และสิ่งเดียวที่ทำให้ข้าก้าวไปต่อได้ก็คือพี่สาวของเจ้า เมื่อกลับออกมา ข้าทำได้เพียงนำเสื้อผ้าเก่า ๆ ของนางออกมารำลึกความหลัง มันจะรู้สึกเหมือนว่านางยังอยู่เคียงข้างข้า”
“พี่เขย…” ดวงตาของฉู่โหยวเจาเปลี่ยนเป็นสีแดง นางคิดกับตัวเองว่า พี่เขยรักพี่ใหญ่มากจริง ๆ… ข้าสงสัยเขาทำไม? ข้าเป็นบ้าอะไรไป?
มู่หรงชิงเหอมีสีหน้าแปลก ๆ นางเติบโตท่ามกลางทหาร นางรู้ว่าผู้ชายเหล่านี้มักเต็มไปด้วยพลัง และเมื่อพวกเขาถูกบีบให้รั้งไว้นานเกินไป ก็จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจัดการตัวเอง พวกเขาชอบใช้เสื้อผ้าผู้หญิงเป็นพิเศษ…
นั่นคือสิ่งที่พี่ซูกำลังทำอยู่หรือเปล่า? ผิวสีแทนของนางเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องนี้…
………………..