เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1326 เยือนถ้ำเสือ
บทที่ 1326 เยือนถ้ำเสือ
………………..
บทที่ 1326 เยือนถ้ำเสือ
ซูอันมีสีหน้าแปลก ๆ นรกอะไรที่เจ้าหมายถึง ‘ช่วยให้ความยุติธรรม’? เจ้าสองคนกลายเป็นพี่น้องที่ห่วงใยกันตั้งแต่เมื่อไร?
ถ้านางเสียชีวิตในคฤหาสน์ราชันลมปราณและไม่ใช่อุบัติเหตุจริง ๆ มันจะต้องเกี่ยวข้องกับราชันลมปราณแน่นอน การตรวจสอบเรื่องนี้หมายถึงการรุกรานราชันลมปราณอย่างชัดเจน!
เขาพูดอย่างเป็นทุกข์ว่า “เสนาบดีทั้งเก้าไม่ควรจัดการเรื่องแบบนี้หรือ? ชายาของราชันลมปราณมีตัวตนพิเศษ ดังนั้นจึงไม่สะดวกที่ทูตยุทธ์เสื้อแพรจะเข้าไปตรวจสอบ…”
เขาต้องการให้จักรพรรดิและราชันลมปราณคอยตรวจสอบซึ่งกันและกัน ไม่ได้หวังจะเอาตัวเองเข้าไปยืนอยู่ตรงกลางของความขัดแย้งเช่นนี้
จักรพรรดิส่ายศีรษะ “เจ้าจะไม่ใช้สถานะทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขสิบเอ็ดเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ แต่จะใช้ข้อมูลประจำตัวดั้งเดิมของตัวเองแทน”
ซูอันตกตะลึง
บัดซบอะไร? ข้าเพิ่งหลบหนีออกจากมิติลับ! คนอื่นอาจไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน แต่ราชันลมปราณรู้อย่างแน่นอนว่าคนของเขาทั้งหมดเสียชีวิต! นอกจากนี้ข้าเป็นวีรบุรุษที่รอดชีวิตมาได้! กระบี่ของราชันลมปราณอาจจ่อเข้าที่คอของข้าทันทีเมื่อแรกพบหน้า… และเจ้าต้องการให้ข้าตรวจสอบคฤหาสน์ราชันลมปราณเนี่ยนะ? ข้าดูเหมือนคนที่เบื่อชีวิตขนาดนั้นเลยเหรอ?
จักรพรรดิกล่าวอย่างเฉยเมยว่า “ข้าขอให้เจ้าส่งวิชาวัฏจักรหงส์อมตะปลอมให้กับราชันลมปราณ ความคืบหน้าของเรื่องนี้เป็นอย่างไร?”
ซูอันพูดอย่างเป็นทุกข์ “กระหม่อมยังไม่พบโอกาสที่ดีที่จะให้คัมภีร์ปลอมแก่เขาพ่ะย่ะค่ะ”
จักรพรรดิมองซูอัน “นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าให้โอกาสเจ้าในครั้งนี้ เจ้าจะมีโอกาสมากมายที่จะได้พบกับราชันลมปราณเมื่อทำคดีนี้ จงรีบส่งคัมภีร์ปลอมให้เขาเมื่อมีโอกาส”
ซูอันเงียบลง นึกรู้ว่าทำไมจักรพรรดิถึงกังวลมาก จ้าวฮั่นไม่เคยเร่งรีบที่จะจัดการเรื่องนี้มาก่อน แต่นั่นเป็นเพราะมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะราชันลมปราณได้อย่างสมบูรณ์ แต่ตอนนี้เขาได้สูญเสียเสี้ยววิญญาณในมิติลับ แม้ว่าซูอันจะไม่รู้ว่ามันทำร้ายจักรพรรดิแค่ไหน แต่มันก็มีผลกระทบอย่างมากต่อความแข็งแกร่งของเขา เขาอาจไม่มั่นใจเต็มสิบส่วนว่าจะเอาชนะราชันลมปราณได้อีกต่อไป จึงต้องการความช่วยเหลือจากคัมภีร์ปลอม
คิ้วของจักรพรรดิเลิกขึ้นเมื่อเขาเห็นว่าซูอันยังคงเงียบอยู่ “อะไร มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
ซูอันเงยหน้าขึ้นและยิ้ม “ไม่มีปัญหาพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ!”
นี่ก็ดีเช่นกัน ข้าจะมีโอกาสเข้าใกล้ราชันลมปราณ หากต้องการให้ทั้งสองฝ่ายตรวจสอบซึ่งกันและกัน แต่ก่อนข้าไม่มีแต้มต่อรองที่เพียงพอกับฝ่ายของราชันลมปราณ ครั้งนี้ข้าอาจจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของข้ากับราชันลมปราณได้
จักรพรรดิขมวดคิ้ว ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของซูอันนั้นแปลกไป เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกราวกับไม่สามารถเข้าใจได้ว่าซูอันกำลังคิดอะไรอยู่
เขาส่ายศีรษะ อาจเป็นเพียงความเข้าใจผิด ชะตากรรมทั้งหมดของไอ้สารเลวนี่อยู่ในกำมือของข้า จะมีความซับซ้อนมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร? เขาพูดว่า “เอาล่ะ เจ้าไปได้แล้ว ทำงานให้เสร็จโดยเร็วที่สุด”
ขันทีเหวินทักทายซูอันด้วยรอยยิ้มกว้างทันทีที่เขาเดินออกมา “ท่านซู ข้าได้เตรียมบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้ที่ทางเข้าวังแล้ว ข้าสงสัยว่าเมื่อไรที่ท่านวางแผนที่จะสืบสวนคดีของพระชายาของราชันลมปราณ?”
“แน่นอน ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ซูอันสบถในใจ เจ้าช่วยหยุดทำอย่างนี้ได้ไหม? ยังมาตงมาเตรียมคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้แล้ว แต่ยังเสแสร้งทำเป็นถามข้าว่าข้าจะไปเมื่อไร?
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอให้ท่านซูโชคดี” มีรอยยิ้มที่ใจดีบนใบหน้าของขันทีเหวิน
ซูอันประสานมือ จากนั้นมุ่งหน้าไปยังพระราชวังตะวันออกเพื่อบอกปี่หลิงหลงเกี่ยวกับภารกิจใหม่ของเขา ท้ายที่สุดนางอาจรู้สึกกังวลว่าอาจมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา
ปี่หลิงหลงรู้สึกสับสนเมื่อได้ยินคำอธิบายของซูอัน “เจ้าจะสืบคดีชายาของราชันลมปราณ?”
นางอดไม่ได้ที่จะระแวงสงสัยและไล่นางกำนัลออกไป จากนั้นจึงพูดอย่างเป็นกังวลว่า “แผนการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชันลมปราณถูกทำลายด้วยมือของเจ้าเอง สิ่งแรกที่เขาคิดในตอนนี้คงจะเป็นการฆ่าเจ้า ถ้าเจ้าสืบสวนคดีนี้ในตอนนี้ไม่เท่ากับยื่นเนื้อเข้าปากเสือเหรอ?”
“เฮ้อ แต่ถ้าข้าไม่ไปตอนนี้ จักรพรรดิอาจจะฆ่าข้าทันทีก็ได้!” ซูอันพูดด้วยรอยยิ้ม “อย่ากังวล ข้าเป็นบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากจักรพรรดิ ดังนั้นราชันลมปราณจึงไม่กล้าเป็นศัตรูอย่างชัดแจ้ว แม้ว่างานนี้เต็มไปด้วยอันตราย แต่ก็อาจเป็นโอกาสสำหรับข้าเช่นกัน ถ้าข้าใช้มันให้ดี ข้าอาจจะสามารถแทรกซึมเข้าไปในฝ่ายของราชันลมปราณได้”
“แทรกซึม?” ปี่หลิงหลงตื่นตัวทันที ในฐานะบุคคลสำคัญจากฝ่ายของรัชทายาท นางได้ต่อต้านฝ่ายราชันลมปราณมาหลายปีแล้ว ปฏิกิริยาแรกของนางเมื่อได้ยินคือการปฏิเสธ
ซูอันหัวเราะโดยไม่ตั้งใจ “อย่ากังวล เป็นเพียงวิธีการของจักรพรรดิ แน่นอนว่าข้าจะไม่เข้าข้างเขาไปทั้งหมดหรอก ด้วยความสัมพันธ์ของเรา แน่นอนว่าข้าจะช่วยเจ้า”
ปี่หลิงหลงผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำอธิบายของเขา แต่ภายนอกนางแสร้งไม่ยอมรับมัน “หืม ใครจะอยากมีความสัมพันธ์กับเจ้า?”
เมื่อซูอันเห็นท่าทีที่เย่อหยิ่งของนาง เขาอยากจะตีก้นของนางจริง ๆ น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเขาอยู่ในวังหลวง ดังนั้นความคิดนั้นจึงคงอยู่เพียงแค่ความคิดเท่านั้น
…
เมื่อออกมาจากพระราชวัง องครักษ์และขันทีหลายคนรออยู่ข้างนอกแล้ว พวกเขาทักทายซูอันทันทีที่เห็น “เราขอแสดงความนับถือท่านซู! ขันทีเหวินมอบหมายให้เรารับใช้ท่าน”
ซูอันมีชื่อเสียงในเมืองหลวงอยู่แล้ว ราชองครักษ์ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นใคร เมื่อเห็นเหล่าทหารกำลังพยายามประจบประแจงอย่างเร่าร้อน เขาก็ตอบอย่างสุภาพพร้อมกับถอนหายใจ คนเหล่านี้มีสถานะต่ำเกินไปและไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลระดับสูงกว่านี้ได้ ทั้งหมดคิดว่าตัวเองกำลังเข้าใกล้ผู้มีอนาคตไกล แต่ในความเป็นจริงซูอันอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างไม่น่าเชื่อ
ทั้งกลุ่มมาถึงคฤหาสน์ของราชันลมปราณ ซูอันมีสีหน้าครุ่นคิด ด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อเทียบกับครั้งสุดท้ายที่มาเยือน คฤหาสน์ราชันลมปราณดูฟุ่มเฟือยน้อยกว่าเดิมเล็กน้อย… อย่างไรก็ตาม ภายนอกเห็นได้ชัดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เขาสงสัยว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตาในจินตนาการหรือไม่
คนรับใช้ของคฤหาสน์ราชันลมปราณกำลังจะทักทายอย่างสุภาพเมื่อเห็นว่ามีคนมาเยี่ยม แต่เมื่อได้ยินว่ามาตรวจสอบเหตุการณ์จมน้ำของพระชายา สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที “ทุกท่านรออยู่ที่นี่ ข้าจะไปรายงานก่อน” เขากระแทกประตูปิดเสียงดังโดยไม่รอแม้แต่คำตอบ ทำให้กลุ่มของซูอันตกตะลึง
“คนของคฤหาสน์ราชันลมปราณหยาบคายจริง ๆ อย่างน้อยก็ควรให้เราเข้าไปรอข้างในไม่ใช่เหรอ?” ทหารผู้หนึ่งบ่น
ซูอันหัวเราะเบา ๆ “เรารอที่นี่แหละ” จากนั้นเขาก็นั่งลงที่ศาลาใกล้ ๆ และหลับตาราวกับเพิ่งออกมาเที่ยวพักผ่อน
หลังจากซูอันพูดอย่างนั้น คนอื่น ๆ ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มากกว่านี้ ทั้งหมดรออย่างอดทน แต่ครึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว คนรับใช้ของคฤหาสน์ราชันลมปราณก็ยังไม่กลับออกมา ดูเหมือนจะปฏิเสธการมาเยือนอย่างชัดเจน
“สุนัขคฤหาสน์ราชันลมปราณพวกนี้ทำเกินไปแล้ว!” ในที่สุดเหล่าทหารก็ทนไม่ได้อีกต่อไป ทั้งหมดเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังของจักรพรรดิ ตามธรรมชาติจึงรู้สึกเป็นศัตรูต่อคฤหาสน์ราชันลมปราณ