เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1368 เราอยู่ในที่ส่วนตัวไม่จำเป็นต้องเขินอาย
บทที่ 1368 เราอยู่ในที่ส่วนตัวไม่จำเป็นต้องเขินอาย
………………..
บทที่ 1368 เราอยู่ในที่ส่วนตัวไม่จำเป็นต้องเขินอาย
สีหน้าของอวี้หนานเปลี่ยนไปทันทีเมื่อถูกถามเช่นนี้ เขามีปาน แต่สำหรับคนมีฐานะสูงส่ง นี่เป็นเรื่องส่วนตัวและเป็นความลับอย่างยิ่ง เขาไม่สามารถให้ใครรู้ได้ อาจมีคนปลอมตัวเป็นเขาก็ได้ และแม้ว่าจะไม่มีใครพยายามปลอมแปลง แต่การบอกให้คนอื่นรู้เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอาย
เขาทำได้เพียงดื่มเท่านั้น สุราสามจอกไหลงท้อง เขารู้สึกว่าสายตาพร่ามัว สุรานี้แรงเกินไป
ให้ตายเถอะซูอัน! ข้าโชคร้ายเหลือเกินที่ได้นั่งถัดจากไอ้เวรนี่! ทำอะไรไม่ถูก เขาทำได้เพียงเอาความโกรธไปลงที่ปี่เซี่ยงและถามว่า “เจ้าเคยทำอะไรน่าอายที่สุดในชีวิต?”
สีหน้าของปี่เซี่ยงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน คนอย่างเขาให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากที่สุด เขาจะบอกเรื่องแบบนี้กับคนอื่นได้อย่างไร? นับประสาอะไรกับความจริงที่ว่าหลังจากหลายปีมานี้ ในที่สุดเขาก็ได้สร้างเรื่องราวที่น่าทึ่งในปัจจุบันสำหรับตัวเอง เขาจะปล่อยให้ทุกอย่างพังทลายเพราะเรื่องแบบนี้ไม่ได้! ทำได้เพียงดื่มสุราสามจอกอย่างอับจนหนทาง
คำถามทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ละลาบละล้วงมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ร่วมเล่นเกมดื่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
พวกเขาต้องใช้การบ่มเพาะเพื่อระงับฤทธิ์ของสุราอยู่แล้ว น่าเสียดายที่สุราของโลกนี้ผลิตขึ้นด้วยวิธีพิเศษและมีผลกับผู้บ่มเพาะ แม้ว่าพวกเขาจะสามารถระงับผลกระทบบางส่วนได้ แต่ถึงจุดหนึ่งย่อมไม่อาจต้านทานได้
หลังจากผ่านไปอีกสองสามรอบ ก็วนกลับมาถึงคราวซูอันอีกครั้ง
สีหน้าของอวี้หนานเปลี่ยนไปเมื่อเห็นการแสดงออกที่มุ่งร้ายของซูอัน เขารู้ว่าซูอันกำลังจะถามคำถามที่เขาไม่สามารถตอบได้ แต่เขาดื่มมากเกินไปแล้ว ถ้าเขาดื่มมากกว่านี้ เขาอาจจะอาเจียนออกมาทันที! ในฐานะที่เป็นนายน้อยรูปหล่อที่ใส่ใจภาพลักษณ์ของตัวเองเป็นพิเศษ เขาจะยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
จู่ ๆ เขาก็นึกถึงบางอย่างและพูดว่า “ใช่ ข้าจำได้ว่าเกมนี้เรียกว่าความจริงหรือความกล้า! ข้าจะไม่เลือกความจริงแต่เลือกความกล้า”
ซูอันกลั้นขำ ในที่สุดปลาก็งับเหยื่อแล้ว! เขาพยายามที่จะนำอวี้หนานไปทางนั้น แต่ถ้าเขาพูดออกมาตรง ๆ อวี้หนานก็คงระวังตัวและปฏิเสธ แต่มันจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงหากอวี้หนานเลือกความกล้าด้วยตัวเอง!
ซูอันพูดด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อนายน้อยอวี้ได้เลือกความกล้าแล้ว ถ้าข้าพูดอะไรออกไปแล้วเจ้าปฏิเสธที่จะทำล่ะ?”
แม้ว่าอวี้หนานจะรู้ว่าซูอันกำลังยุยงเขา แต่เขาจะถอยกลับได้อย่างไรในเมื่อหนานซวินและปี่เซี่ยงอยู่ที่นี่ด้วยกัน เขาพูดว่า “ฮึ่ม เจ้าจะไปถามใครก็ได้หลังจากนี้ แต่ข้าคืออวี้หนาน ข้าเป็นคนรักษาคำพูดเสมอ”
“อย่างนั้นก็ดีแล้ว” ซูอันให้เขาดู “ความกล้าที่ข้าให้เจ้าคือ ‘กลับบ้านเดี๋ยวนี้’ ”
อวี้หนานพูดไม่ออก ปี่เซี่ยงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแต่แล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะคำรามด้วยเสียงหัวเราะ “เหลือเชื่อ! ยอดเยี่ยมจริง ๆ!” หนานซวินอดไม่ได้ที่จะยิ้มเช่นกัน
“เจ้าทำเกินไปแล้ว!” อวี้หนานอุทาน
—
ท่านยั่วยุอวี้หนานสำเร็จ ได้รับคะแนนความโกรธแค้น +333 +333 +333…
—
ความกล้านี้ดูเหมือนง่าย แต่ก็น่าขายหน้าอย่างยิ่ง หากเขายอมกลับบ้านง่าย ๆ ก็ดูเหมือนเสียรู้และเชื่อฟังคำสั่งของซูอันแต่โดยดี
หญิงงามลึกลับที่ฟังอยู่หัวเราะออกมาดัง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะการจัดที่ทางเป็นพิเศษ นางอาจจะเปิดเผยตัวตนของตัวเองไปแล้วก็ได้ แต่นางทนไม่ได้จริง ๆ! ซูอันนั้นช่างกวนประสาทอย่างยิ่ง… นางจินตนาการได้ว่าอวี้หนานโกรธแค่ไหน
หนานซวินเข้าแทรกอย่างรวดเร็วเพื่อยุติข้อพิพาทเมื่อเห็นว่าการต่อสู้กำลังจะปะทุขึ้น นางพูดว่า “นายน้อยซู คำขอนี้ค่อนข้างยาก เราจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้หรือไม่?”
ซูอันดูมีปัญหาและตอบว่า “แต่ถ้าเราเปลี่ยนแล้วนายน้อยอวี้ยังไม่ทำล่ะ?”
อวี้หนานเกรี้ยวกราด “ เจ้าเห็นข้าเป็นเด็กสามขวบหรือไง? ข้าจะทำตราบใดที่ไม่ใช่คำขอที่ไม่สมควร!”
ซูอันพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่นั่นคือสิ่งที่เจ้าเพิ่งพูดไปก่อนหน้านี้”
อวี้หนานสำลัก “เจ้าแค่พยายามจะกำจัดข้า นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้สูงศักดิ์จะทำ แน่นอนว่าข้าไม่ตกลง”
ถ้าเขากลับบ้านไปจริง ๆ เท่ากับยอมแพ้เรื่องหนานซวินไปด้วย การได้ครอบครองคณิกาเป็นเรื่องรองไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชัยชนะ หากเขาได้รับน้ำใจจากสาวงามในค่ำคืนนี้ เขาจะกอบกู้ศักดิ์ศรีทั้งหมดที่สูญเสียไปเพราะซูอันได้ สิ่งเดียวที่คนอื่นจะพูดเกี่ยวกับงานนี้ก็คือเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับตัวเขา แต่หากเขาแพ้ โดยเฉพาะแพ้ให้ซูอันและปี่เซี่ยง ชื่อเสียงของเขาจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง
“ดี เห็แก่แม่นางหนานซวิน ข้าจะเปลี่ยนคำท้า แต่คราวนี้ข้าไม่มีอะไรจะพูดแล้วถ้าเจ้ายังปฏิเสธที่จะทำ” ซูอันกล่าวในขณะที่ขอให้หนานซวินไปหยิบกระดาษและปากกา หนานซวินคิดว่าเขากำลังจะเขียนบทกวี ดวงตาของนางสว่างขึ้น
ซูอันเขียนบางอย่างบนกระดาษในขณะที่หนานซวินดูจากด้านข้าง นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แม้เขาจะแต่งบทกวีเก่ง แต่ลายมือของเขากลับไม่ได้พิเศษอะไร แต่เมื่อนางเห็นสิ่งที่เขาเขียน สีหน้าของนางดูแปลกไปจากเดิมราวกับพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรั้งตัวเองไว้
อวี้หนานและปี่เซี่ยงต่างก็สงสัยว่าซูอันเขียนอะไร ทั้งคู่มีสถานะอ่อนไหว จึงไม่สามารถชะโงกหน้าไปดูได้เหมือนหนานซวิน ทั้งคู่แสร้งทำเป็นสงบ
“ใช้ได้ นายน้อยอวี้ โปรดปฏิบัติตามคำท้านี้” ซูอันส่งกระดาษให้เมื่อเขาเขียนเสร็จ
อวี้หนานแสร้งทำเป็นรับอย่างใจเย็น แต่เมื่อได้รับมาแล้ว เขาก็ดูเนื้อหาอย่างใจร้อน ร่างกายทั้งหมดเริ่มสั่น “เจ้า… เจ้า…”
—
ท่านยั่วยุ อวี้หนาน สำเร็จได้รับคะแนนความโกรธแค้น +666 +666 +666…
—
คำท้าคือให้เขานั่งบนตักของปี่เซี่ยงแล้วพูดประโยคต่อไปนี้
“ฮึ่ม! ทั้งหมดเป็นความผิดของเจ้า! เจ้าไม่สนใจข้า (??ˇ?ˇ??) ข้าจะร้องไห้จริง ๆ รู้ไหม? ข้าจะตบเจ้า คนบ้า!!! ( ̄^ ̄)ゞฮึ่ม! QAQ ข้ากำลังทุบหน้าอกเจ้าอยู่ เอาเลย! (=?w?)? ข้าอยากจะกอด~~~… ข้าจะฟาดเจ้าด้วยกำปั้นน้อย ๆ ของข้า!!!(?? ︿???) ข้าเกลียดเจ้า ข้าจะตีเจ้าให้ตาย(つд?)!”
ปี่เซี่ยงชะโงกหน้ามามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น สีหน้าของอวี้หนานเปลี่ยนไปและขยำกระดาษอย่างรวดเร็ว เขาจะตายเพราะความอับอายหากปี่เซี่ยงเห็นข้อความวิปริตเหล่านี้หรือไม่?
ซูอันพูดด้วยรอยยิ้มคลุมเครือ “นายน้อยอวี้ไม่ได้ให้คำสัตย์ว่าเจ้าจะทำตามถ้าเจ้าทำได้หรอกหรือ? คราวนี้มีปัญหาอะไรอีกล่ะ?”
สีหน้าของอวี้หนานเปลี่ยนไปหลายครั้ง “ข้าจะทำอะไรไร้สาระแบบนี้ได้ยังไง!?”
รอยยิ้มของซูอันจางหายไปในขณะที่เขาพูดว่า “ข้าพูดไม่ออกแล้วล่ะ นี่ยังเรียกว่าความกล้าอยู่ไหมถ้ามีแต่เรื่องง่าย ๆ ? หากนายน้อยอวี้ไม่ต้องการเข้าร่วมการแข่งขันก็บอกมาตามตรงได้ ไม่ต้องเกรงใจ”
ปี่เซียงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงพูดแทรกขึ้นมาว่า “เจ้าพูดถูก แม้ว่าพี่อวี้จะเป็นขุนนาง แต่เราอยู่ในที่ส่วนตัว จะทำอะไรไม่จำเป็นต้องเขินอายก็ได้”
อวี้หนานโกรธมากจนเกือบจะโพล่งด่า ทำไมเจ้าถึงช่วยมัน? เจ้าคงอยากจะฆ่ามันเหมือนกันถ้าเห็นว่ามันต้องการให้ข้านั่งบนตักและพูดจาแง่งอนใส่เจ้า! เขาตัวสั่นเมื่อจินตนาการถึงฉากน่าสะอิดสะเอียน
………………..