เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1376 ความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตและความตาย ....................
- Home
- เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙]
- บทที่ 1376 ความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตและความตาย ....................
บทที่ 1376 ความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตและความตาย
………………..
บทที่ 1376 ความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตและความตาย
ข่งหนานอู่คำนับและพูดว่า “เราจะไม่รบกวนการพักผ่อนของนายน้อยอีกต่อไป” พร้อมกับสาวใช้และปิดประตูตามหลังเสร็จสรรพโดยไม่รอให้ซูอันพูดอะไร
ซูอันกำลังตกตะลึง เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร คิดว่าข้าจะกลายเป็นหมูขึ้นเขียงเพียงเพราะนางสวยงั้นเหรอ?
หนานซวินพูดเสียงเบาว่า “นายน้อย ข้าจะช่วยเจ้านวดศีรษะ”
ศรีษะบนหรือศรีษะล่าง? ซูอันคิด ในไม่ช้ามือนุ่มคู่หนึ่งก็วางบนหน้าผากของเขา น้ำหนักมือของนางสุด-ยอดและก็รู้สึกดีเช่นกัน มือของหนานซวินนุ่มราวกับว่านางรู้เทคนิคการนวด ร่างกายของซูอันผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว
“หืม? ดูเหมือนว่าเจ้าจะเก่งเรื่องนี้มาก” ซูอันอดพูดไม่ได้
“ข้าเคยเป็นสายลับ ดังนั้นข้าจึงต้องเรียนรู้วิธีที่จะรับใช้ผู้อื่นให้ดี” เสียงของหนานซวินฟังดูเหงาและเศร้าหมองเล็กน้อย
ซูอันก็เงียบเช่นกัน ณ จุดนี้เขาพูดอะไรคงไม่มีประโยชน์ ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกอิจฉาราชันลมปราณที่มีสาวงามมีฝีมือนวดอยู่ข้างกาย เขาสงสัยว่าหนานซวินเคยปลอบประโลมราชันลมปราณด้วยมือคู่นี้มากี่ครั้งแล้ว
เมื่อเขาคิดเช่นนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “นี่ไม่ใช่การพบกันครั้งแรกของเรา”
“ฮะ?” หนานซวินรู้สึกประหลาดใจ “นายน้อยเคยพบข้ามาก่อนรึ? ข้าว่าไม่น่าใช่ ก่อนหน้านี้ข้าฝึกอย่างลับ ๆ และไม่ค่อยพบปะผู้คน เมื่อเข้าสู่คฤหาสน์ราชันลมปราณ ข้าก็อยู่ในคฤหาสน์เสมอ มีไม่กี่คนที่ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของข้า”
หลังจากลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ซูอันก็เล่าสรุปคร่าว ๆ เกี่ยวกับการสืบสวนการตายของนาง รวมถึงการเกือบถูกจับได้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องซ่อนตัวในโลงศพของนาง
“ไม่แปลกใจเลยที่นายน้อยจำข้าได้เร็วขนาดนี้!” หนานซวินรู้สึกประหลาดใจ จากนั้นนางก็โค้งคำนับเขาและพูดว่า “ขอบคุณนายน้อยที่ทำให้ความอยุติธรรมของข้ากระจ่าง”
ซูอันอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “แม้ว่าข้าจะรู้ความจริงแล้ว แต่ข้าก็ไม่สามารถนำคดีของเจ้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้”
“ข้ารู้” หนานซวินมีรอยยิ้มเศร้าบนใบหน้า “จักรพรรดิคงไม่ประกาศเรื่องนี้ต่อสาธารณชน” นางเป็นสายลับที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ดังนั้นนางจึงเข้าใจเรื่องนี้ดี
“แต่ข้าก็ยังอยากจะขอบคุณนายน้อย” รอยยิ้มของนางช่างงดงามราวกับดอกไม้ นางกล่าวต่อว่า “เราใช้เตียงร่วมกันเมื่อเจ้าซ่อนตัวอยู่ในโลงศพ”
ซูอันพูดไม่ออก รู้สึกว่าร่างกายช่วงล่างตึงเครียด หนานซวินหัวเราะคิกคักและพูดว่า “นายน้อย ไม่ต้องกังวล ข้าเต็มใจให้บริการเจ้าอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับแต่อย่างใด”
ซูอันพยายามต่อสู้กับความต้องการเป็นครั้งสุดท้ายโดยกล่าวว่า “แต่ข้าก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลก ๆ กับเรื่องพวกนี้”
“นายน้อย ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหว ให้ข้าทำให้เอง” หนานซวินยิ้มให้เขา จากนั้นนางก็เสยผมทั้งหมดไปข้างหนึ่งแล้วค่อย ๆ ย่อตัวลง เผยให้เห็นคอเนียนละเอียดราวกับหยก
…
เมื่อซูอันออกมาในเช้าวันรุ่งขึ้นเกาอิ้งและเพ่ยโยวรออยู่ข้างนอกนานแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นซูอัน พวกเขาก็ต้อนจนจนมุมอย่างรวดเร็ว รูปลักษณ์ภายนอกของเพ่ยโยวดูเย็นชาแต่ภายในเต็มไปด้วยความหลงใหล เขาขยับเข้ามาถามในขณะที่ขยิบตาให้ “เป็นอย่างไรบ้าง?” แม้แต่เกาอิ้งก็ยังเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
“อืม… เจ้าจะเชื่อข้าไหมถ้าข้าบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ซูอันมีสีหน้าแปลก ๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนก่อน เขาไม่ได้นิสัยเสียขนาดนั้น เขาให้แก่นแท้โลหิตกับหนานซวินเพียงเล็กน้อยจากความตั้งใจ สิ่งเดียวที่เกิดขึ้นคือเขาไม่สามารถต้านทานความกระตือรือร้นของนางได้ในขณะที่นางยืนกรานที่จะดูดมันออกมาด้วยปากน้อย ๆ นั่น
“งั้นเจ้าคงไม่ใช่ผู้ชาย” เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนไม่เชื่อเขา ทั้งสองได้เห็นเสน่ห์ของหน่านซวินแล้ว จะมีใครต้านทานเสน่ห์ของนางได้อย่างไร?
ซูอันคิดกับตัวเองว่า จริง ๆ แล้วข้าเป็นผู้ชาย แต่เทพธิดาของเจ้าไม่ใช่มนุษย์ “ลืมมันไปซะ ถ้าไม่เชื่อข้า” เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป
…
หลังจากแยกจากทั้งสองคนแล้วซูอันก็เลือกที่จะเข้าไปในวังเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนก่อนหน้าต่อจักรพรรดิ ไม่ใช่ว่าเขาตื่นเต้นกับงานเป็นพิเศษ แต่ข้อมูลนั้นจะไร้ค่าเมื่อโอกาสผ่านไป
เขาบังเอิญเจอราชันลมปราณซึ่งกำลังจะเข้าร่วมการว่าราชการในเช้านี้ อีกฝ่ายพูดด้วยความประหลาดใจว่า “ช่างเป็นเรื่องบังเอิญ ข้าได้ยินมาว่าท่านซูได้รับพรจากลมฤดูใบไม้ผลิเมื่อวานนี้ แล้วทำไมเจ้าตื่นเช้าขนาดนี้ คณิกาผู้นั้นดูแลเจ้าไม่ดีพอเหรอ?”
เรื่องราวที่หอเทียบเชิญสีชาดเมื่อคืนก่อนได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงแล้ว แม้ว่าทั้งสองจะมีแรงจูงใจซ่อนเร้น แต่ตอนนี้พวกเขาเป็นพันธมิตรกัน ดังนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงใกล้ชิดกันมากขึ้นและยังคงต้องทักทายกันตามปกติ
ซูอันมีสีหน้าแปลก ๆ อย่างไรก็ตาม หนานซวินเป็นชายาของราชันลมปราณ เขาตอบว่า “ไม่เลย นางน่าทึ่งและยอดเยี่ยมจริง ๆ”
ราชันลมปราณรู้สึกว่ารอยยิ้มของซูอันนั้นแปลกไป แต่เขาไม่สามารถคาดเดาความหมายที่แท้จริงของรอยยิ้มนั้นได้ ในขณะนั้นขุนนางคนสำคัญอีกหลายคนเดินผ่านมา จ้าวจิ่งไม่ต้องการให้หลายคนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ใหม่ของพวกเขาจึงถือโอกาสนี้จากไป
ซูอันไปที่ห้องหนังสือส่วนพระองค์และรออยู่ด้านนอก เขาไม่คิดว่าจะถูกเรียกตัวก่อนการว่าราชการช่วงเช้า อย่างไรก็ตาม จักรพรรดิเรียกตัวเขาทันทีที่ได้ยินการมาถึงของซูอัน
“ข้าได้ยินมาว่าเมื่อคืนนี้เจ้าโชคดี ทำไมถึงมาแต่เช้าได้ เจ้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องรายงานหรือไม่?” จักรพรรดิถามหลังจากนั่งลงแล้ว
ซูอันตัวสั่น ประตูพระราชวังไม่เคยเปิดในเวลากลางคืน แต่จักรพรรดิก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น “กระหม่อมถูกบังคับให้สละความบริสุทธิ์เพื่อทำภารกิจนี้ให้สำเร็จพะยะค่ะ!” เขาพูดด้วยสีหน้า ‘ไม่พอใจ’
จักรพรรดิพูดไม่ออก เด็กคนนี้ไร้ยางอายจริง ๆ! ใครในราชสำนักนี้กล้าพูดกับข้าเช่นนี้นอกจากเขา?
“ดูเหมือนเจ้าจะทำภารกิจสำเร็จแล้ว” เขาพูด แม้จะคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แล้วซูอันจะทำภารกิจให้สำเร็จได้อย่างไรหลังจากผ่านไปเพียงวันเดียว? เขาพร้อมที่จะใช้โอกาสนี้วิพากษ์วิจารณ์ซูอันอย่างรุนแรง เพื่อเตือนให้ปฏิบัติต่อเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้น
“แน่นอนพะยะค่ะ กระหม่อมทำสำเร็จแล้ว” ซูอันตอบ
จักรพรรดิผงกศีรษะตามปกติและกล่าวว่า “ตามที่คาดไว้ เจ้าต้องทำให้แน่ใจว่าจะ…” เขาตกตะลึงเมื่อพูดจบประโยค “อะไรนะ? เสร็จแล้วรึ?”
ซูอันรู้สึกเหลือเชื่อเมื่อเห็นจักรพรรดิทำท่าทางเหมือนกินอุจจาระเข้าไป กระจกบันทึกของเขาเป็นของที่ขอมาจากตำหนักถักแพร มันสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้ แต่ไม่เหมือนกับกระจกของตระกูลฉู่ที่สามารถสนทนากันได้ทุกเมื่อ
เปลือกตาของจักรพรรดิกระตุกเมื่อเห็นอวี้หนานนั่งอยู่บนตักของปี่เซี่ยง ทำท่าทางตุ้งติ้งแง่งอน เขารู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน จากนั้นก็มองซูอันด้วยสีหน้าซับซ้อน เจ้าสารเลวนี่… เจ้าได้ความคิดไร้สาระนี้มาจากไหนกัน? เขาต้องยอมรับว่า แม้มันจะน่าขยะแขยง แต่ก็มีประโยชน์มากทีเดียว
“เอาล่ะ เราจัดการอวี้หนานได้แน่” จักรพรรดิปิดการทำงานของกระจกบันทึก ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะอาเจียนออกมาได้
ซูอันถามอย่างสงสัย “กระหม่อมขอถามฝ่าบาทว่าจะใช้บันทึกนี้เพื่ออะไรหรือพะยะค่ะ?”
………………..