เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1377 สัมผัสความปรารถนาอันลึกล้ำของข้า
บทที่ 1377 สัมผัสความปรารถนาอันลึกล้ำของข้า
………………..
บทที่ 1377 สัมผัสความปรารถนาอันลึกล้ำของข้า
จักรพรรดิขมวดคิ้วเล็กน้อยที่ถูกตั้งคำถาม แต่เนื่องจากซูอันทำภารกิจนี้สำเร็จด้วยดี เขาจึงไม่สามารถตำหนิอีกฝ่ายได้ในขณะนี้และเก็บความรำคาญไว้ พร้อมพูดว่า “เนื้อหาของบันทึกนี้มันมากเกินไป…และน่าอับอายเกินไป ไม่สามารถเผยแพร่ด้วยวิธีปกติได้”
“แล้วทั้งหมดนี้เพื่ออะไรหรือพะยะค่ะ?” ซูอันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาคงไม่สามารถเห็นภาพลักษณ์ทางสังคมของอวี้หนานและปี่เซี่ยงถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ได้
“ไม่มีอะไรมาก” จักรพรรดิกล่าว “การแข่งขันระหว่างเจ้ากับอวี้หนานเมื่อคืนนี้เพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีคนไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ แต่ก็ยังอยู่ในกลุ่มคนที่จำกัด นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องการใครสักคนที่จะประโคมข่าวให้ร้อนแรงขึ้น”
ซูอันระวังตัว เขาจะโยนงานนี้มาให้ข้าด้วยงั้นเหรอ?
ราวกับรู้ทัน จักรพรรดิกล่าวต่อไปว่า “สิบแปดสหายแห่งสวนบัณฑิตของปี่เซี่ยงหรืออะไรก็ตาม มักจะสนทนาถึงเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ไร้ประโยชน์ คนพวกนี้เหมือนจะมีชื่อเสียงสูงในหมู่ผู้คน ดังนั้น เราจะติดต่อไปยังปี่เซี่ยงและแสดงเนื้อหาของบันทึกนี้ให้เขาดู เขาคงรู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไปเมื่อเห็นภาพนั่น”
หากปี่เซี่ยงไม่ต้องการกลายเป็นคนที่ถูกขับไล่ทางสังคมโดยสิ้นเชิง เขาจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อป้องกันไม่ให้บันทึกหลุดออกไป เขาเป็นคนฉลาด จึงน่าจะคิดว่าภาพบันทึกจะหมดความหมายหากอวี้หนานประสบกับข่าวลืออันฉาวโฉ่ก่อน นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำทุกอย่างอย่างสุดความสามารถ
ซูอันรู้สึกมึนงง ไม่มีใครรู้วิธีเล่นสกปรกได้ดีไปกว่าจักรพรรดิ…
ส่วนที่เลวร้ายที่สุดคือตระกูลปี่คอยสนับสนุนรัชทายาท แต่จักรพรรดิก็ยังใช้ปี่เซี่ยงเช่นนี้! คงจินตนาการถึงความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นระหว่างสองตระกูลได้อย่างง่ายดาย
ไม่มีค่าความภักดีใด ๆ สำหรับจักรพรรดิ เขาสนใจที่จะควบคุมคนอื่นมากกว่า ตราบใดที่ข้าราชบริพารต่อสู้กันเอง เขาก็ไม่ต้องกังวล
“ฝ่าบาททรงพระปรีชา!” ซูอันกล่าว นี่ก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน เพราะเขาค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับการตอบโต้ของตระกูลอวี้ ท้ายที่สุด อวี้เหยียนลั่วปฏิบัติต่อเขาค่อนข้างดี คงดูน่าเกลียดหากเขาขัดแย้งกับนางเป็นการส่วนตัว
หลังจากนั้น จักรพรรดิก็ออกว่าราชการในตอนเช้า ซูอันจึงเลือกที่จะขอตัวกลับไปอย่างแนบเนียน
ขณะที่ซูอันจากไป จักรพรรดิมองดูร่างของเขาจากด้านหลังพร้อมกับขมวดคิ้ว เจ้าเด็กเลวคนนี้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่อุทิศตนให้กับงาน ภารกิจแสนยากแต่เขาก็ยังทำสำเร็จอย่างสวยงามทุกครั้ง เขาควรจะชื่นชมคนที่มีความสามารถเช่นนี้ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขารู้สึกไม่ชอบซูอันจากจิตใต้สำนึก
…
หลังจากที่ออกจากห้องหนังสือส่วนพระองค์ ซูอันก็มุ่งตรงไปที่พระราชวังตะวันออก ตำแหน่งปัจจุบันของเขาไม่ต้องร่วมการว่าราชการตอนเช้า เขาจึงมีเวลาว่างเล็กน้อย
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงบางสิ่งเมื่อกำลังจะไปถึงวังตะวันออก เขาขอให้นางกำนัลที่ผ่านไปนำส้มเขียวหวานมาให้ จากนั้นจึงลอกเปลือกออกและถูบนร่างกายของตัวเอง
เมื่อดมตัวเองและได้กลิ่นเปลือกส้ม ในที่สุดเขาก็รู้สึกสบายใจ กลิ่นของผู้หญิงคนอื่นทำให้เขาพลาดท่าหลายครั้งเกินไป ในที่สุดเขาก็ได้เรียนรู้บทเรียนในครั้งนี้ และรู้สึกว่าตัวเองมีไหวพริบจริง ๆ
เมื่อเห็นซูอันเข้ามาในพระราชวังตะวันออก เผี่ยวตวนเตียวและเจียวซือกุนก็ทักทายอย่างกระตือรือร้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มต้นได้ดีหลังจากที่ซูอันช่วยชีวิตพวกเขาในมิติลับ พวกเขาอยู่ห่างจากการเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันเพียงแค่เส้นผม
ซูอันถามขึ้น “พวกเจ้าไม่มีอะไรจะถามข้าใช่ไหม?”
ทั้งสองตกตะลึงและตอบว่า “ทำไมล่ะ?”
“ไม่มีอะไร” ซูอันถอนหายใจด้วยความโล่งอก ด้วยนิสัยของสองคนนี้ โดยเฉพาะนิสัยชอบซุบซิบของเผี่ยวตวนเตียว เขาจะต้องขยิบตาและถามว่าเมื่อคืนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เขาอาจอยากรู้รายละเอียดมากกว่าเพ่ยโยวเสียอีก
การที่ทั้งสองคนนี้ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นั่นหมายความว่าข่าวยังมาไม่ถึงวังตะวันออก เอาล่ะ สถานการณ์คงไม่เลวร้ายเกินไปเมื่อข้าเจอปี่หลิงหลง
จากนั้นซูอันก็ไปเยี่ยมรัชทายาท รัชทายาทยังลุกจากเตียงได้ไม่นานและยังง่วงอยู่ จึงไม่สนใจไม่ว่าซูอันจะพูดอะไร
หลังจากนั้นซูอันก็ไปหาปี่หลิงหลง นางแต่งตัวอย่างพิถีพิถันในชุดหรูหราสวยงาม เขากล่าวว่า “ถวายพระพรองค์หญิงรัชทายาท!” เขาต้องแสดงมารยาทที่เหมาะสมต่อหน้าคนอื่น
“ท่านซู ไม่ต้องมากพิธี” ปี่หลิงหลงตอบอย่างเป็นกันเอง จากนั้นนางก็หันกลับมาสนใจเอกสารบนโต๊ะ
เพื่อฝึกฝนรัชทายาท ฮ่องเต้จะส่งเอกสารราชการบางส่วนมายังพระราชวังตะวันออก ปี่หลิงหลงจะเป็นคนดูแลสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด
“เพิ่งออกมาจากมิติลับได้ไม่นาน องค์หญิงรัชทายาททรงยังไม่หายดี โปรดอย่าทรงงานหนักเกินไปเลยพะยะค่ะ” ซูอันกล่าวด้วยความเป็นห่วง ผมของนางยังคงเป็นสีขาวล้วน เป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังชีวิตที่สูญเสียไปของนาง
ปี่หลิงหลงตอบกลับด้วยคำว่า ‘อ้อ’ แต่จากนั้นก็ไม่ได้สนใจเขาเลย
ซูอันตกตะลึง นางดูเมินเฉยจริงๆ เขาถามผ่านกระแสพลังชี่ทันที “หลิงหลง เกิดอะไรขึ้น” แต่นางก็ยังไม่ตอบกลับ
เขาเรียกอีกสองสามครั้ง แต่นางยังคงเฉยเมยต่อไป ในขณะเดียวกัน คะแนนความโกรธแค้นจำนวนหนึ่งหลั่งไหลมา ซูอันรู้สึกงงงวยเล็กน้อย นัยน์ตาของเขาเป็นประกายด้วยความคิดใหม่ และเขาพูดว่า “ถ้าเจ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ข้าจะเข้าไปกอดเจ้า!”
“เจ้ากล้าเหรอ!?” ปี่หลิงหลงจ้องหน้าเขาทันทีเมื่อนางได้ยินเช่นนั้น การสนทนาทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านกระแสพลังชี่
“ทำไมเจ้าไม่ดูเองว่าข้ากล้าหรือเปล่า?” ซูอันตอบโต้โดยไม่ถอยเลย
ปี่หลิงหลงรู้ว่าซูอันกล้าหาญมาโดยตลอด ด้วยความกังวลว่าเขาอาจก่อความวุ่นวายครั้งใหญ่ในพระราชวังตะวันออก นางโวยวายถามว่า “ทำไมเจ้าไม่พักกับคณิกาคนนั้นอีกสักหน่อย ทำไมถึงวิ่งมาที่นี่แต่เช้าได้”
ซูอันอดไม่ได้ที่จะยิ้ม นางเป็นเช่นนี้เพราะความหึงหวง! ดูเหมือนว่าองค์หญิงรัชทายาทจะมีเครือข่ายข่าวของนางเอง ให้ตายเถอะ ข้าใช้ส้มพวกนั้นโดยเปล่าประโยชน์
แต่เขาตอบสนองอย่างรวดเร็วและพูดว่า “เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าไปหอคณิกาเพื่อทำภารกิจ” จากนั้นเขาก็สรุปเกี่ยวกับภารกิจของจักรพรรดิในการโค่นล้มอวี้หนานให้นางฟัง
แต่ปี่หลิงหลงไม่ได้ถูกหลอกง่ายเหมือนฉู่โหยวเจา นางโต้กลับด้วยความเย้ยหยัน “ถ้าเป็นแค่การทำภารกิจ ทำไมต้องค้างคืนด้วย?”
“ข้าคงออกมาก่อนเวลาแล้วทำให้ทุกคนสงสัยไม่ได้ใช่ไหม?” ซูอันอธิบายอย่างรวดเร็ว “ข้าสาบานว่าเมื่อคืนข้าไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางกายกับคณิกาคนนั้นเหมือนที่ข้าทำกับเจ้า ให้ฟ้าผ่าตายสิ เอ้า!” เขาคิดว่าปี่หลิงหลงไม่เคยช่วยข้าด้วยวิธีนั้นมาก่อน…
ปี่หลิงหลงสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นเขากล่าวคำปฏิญาณ “เจ้าบ้าเหรอ? เจ้าจะสาบานแบบนั้นง่าย ๆไม่ได้!”
“ข้ามีมโนธรรมที่ชัดเจน จึงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด” ซูอันกล่าวด้วยสีหน้าซื่อตรง
ปี่หลิงหลงได้รับความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่มาระยะหนึ่งแล้ว แต่นางไม่สามารถเปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว นางยังคงพูดอย่างเย็นชาว่า “แล้วบทกวีที่เจ้าเขียนให้หญิงคณิกาล่ะ? เจ้าเขียนเกี่ยวกับความรักและความฝัน แค่ฟังก็เจ็บปวดแล้ว”
ซูอันคิด นั่นแหละปัญหา! เขาพูดพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ว่า “นั่นเป็นเพียงเพื่อประโยชน์ของภารกิจเท่านั้น! ใช่แล้ว ข้ามีข้อมูลลับที่จะมอบให้องค์หญิงรัชทายาท” เขาให้นางกำนัลนำปากกาและกระดาษมาให้
ปี่หลิงหลงสงสัยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ฮึ่ม คิดว่าข้าจะยอมง่าย ๆ ขนาดนั้นเลยเหรอ? ข้าไม่ใช่คณิกาคนนั้น คิดว่าจะหลอกข้าได้ง่ายดายขนาดนั้นเลยเหรอ?
ไม่นานซูอันก็เขียนเสร็จ เขายื่นกระดาษให้และพูดว่า “นี่เป็นรายงานด่วน ข้าหวังว่าองค์หญิงรัชทายาทจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด”
ปี่หลิงหลงไม่พอใจ นางคลี่กระดาษออกอย่างเงียบ ๆ ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที ลมหายใจของนางก็ถี่กระชั้นขึ้นเช่นกัน
มีบทกวีเขียนอยู่บนกระดาษ
“ข้าหวังว่าคำพูดของข้าจะส่งไปถึงเจ้าอย่างลึกซึ้งเหมือนแสงเทียนที่ก้นบ่ออันมืดมิด
เช่นเดียวกับถั่วแดงที่ฝังอยู่ในลูกเต๋าอย่างประณีต เจ้ารู้สึกถึงความปรารถนาอันลึกล้ำของข้าไหม?” (1)
1. คำว่า ‘ประณีต’ ในที่นี้คือ ‘หลิงหลง’ เช่นเดียวกับตัวละคร ‘ปี่หลิงหลง’
………………..