เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1407 นิทานประหลาด
บทที่ 1407 นิทานประหลาด
………………..
บทที่ 1407 นิทานประหลาด
“หูหู่?” ซูอันตกใจมาก เขาไม่สามารถเชื่อมโยงสุนัขจิ้งจอกที่น่ารักกับสาวใช้ตัวน้อยได้
“ทำไม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” จิ้งจอกน้อยโต้กลับด้วยคำพูดของมนุษย์ นางไม่ได้ชอบซูอันตั้งแต่แรก จึงถือโอกาสวิจารณ์เขา “ใคร ๆ ก็พูดกันเสมอว่าพวกมนุษย์เจ้าเล่ห์ที่สุด และตอนนี้ข้าก็เห็นแล้วว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ! เจ้าเอาแต่พูดว่าอยากขอบคุณคุณหนูของเรา แต่ไม่มีแม้แต่ของขวัญด้วยซ้ำ! เสแสร้ง จอมปลอม!”
“หูหู่!” ข่งหนานอู่หยิกจิ้งจอกน้อยและดุนางทันที “นายน้อยซูไม่ใช่คนธรรมดา ความสัมพันธ์ของเราไม่ถูกตัดสินด้วยวิธีการจุกจิกแบบโลกภายนอก”
ซูอันยิ้มและพูดว่า “สิ่งที่แม่นางข่งพูดเป็นความจริง ข้าได้ยินจากหนานซวินว่าเจ้าไม่สนใจเรื่องความมั่งคั่งมากนัก ดังนั้น ข้าจึงเตรียมของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้เจ้าโดยเฉพาะ หวังว่าคงจะถูกใจ”
ข่งหนานอู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยและตอบว่า “เช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณนายน้อย”
“ของขวัญอะไรกัน?” จิ้งจอกน้อยกระโจนลงบนโต๊ะอย่างกระวนกระวาย มันแยกกรงเล็บออกมา พลางจ้องเขม็งไปที่ซูอัน
หนานซวินเอียงคอด้วยความสงสัยว่าซูอันนำของขวัญอะไรมาให้
เมื่อเห็นท่าทางน่ารักของจิ้งจอกน้อย ซูอันก็เริ่มแกล้งมันโดยพูดว่า “ข้าจะบอกถ้าเจ้ายอมให้ข้าเล่นกับมัน”
“ฮึ่ม!…อันธพาล” จิ้งจอกน้อยดูหวาดกลัว มันพุ่งตรงเข้าไปหาแขนเจ้านายของมันทันที
สีหน้าของข่งหนานอู่แปลกไปเล็กน้อยเมื่อนางพูดว่า “นายน้อยซู อย่างไรหูหู่ก็เป็นผู้หญิง”
ซูอันพูดไม่ออก ในสายตาของข้า นางเป็นเพียงตัวปุกปุย เขากระแอมสองสามครั้งเพื่อปกปิดความอับอาย
เขาหยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋าด้านในและพูดว่า “ข้าได้ยินหนานซวินพูดว่าเจ้าชอบอ่านหนังสือของมนุษย์ ดังนั้นข้าจึงเตรียมหนังสือไว้เล่มหนึ่ง ข้าเชื่อว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่เจ้าไม่เคยอ่านมาก่อน”
ข่งหนานอู่ตกตะลึงในตอนแรก แต่แล้วนางก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “นายน้อยมีน้ำใจ หนังสือเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเจ้าน่าสนใจทีเดียว”
แต่แท้จริงแล้วนางรู้สึกผิดหวัง นางเริ่มสะสมหนังสือของมนุษย์แม้ว่านางจะยังอยู่กับเผ่าพันธุ์ปีศาจก็ตาม เมื่อนางเข้าสู่ดินแดนมนุษย์แล้ว นางก็ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาค้นหาหนังสือทุกประเภท นางไม่เชื่อว่าหนังสือเล่มนี้ที่เขามอบให้นางจะแตกต่างไปจากที่มี นางแค่ขอบคุณพอเป็นพิธี
หนานซวินและจิ้งจอกน้อยอดไม่ได้ที่จะชะเง้อมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น จิ้งจอกน้อยพูดห้วนๆ “หือ ‘นิทานประหลาด’? ชื่อบ้าอะไรเนี่ย?”
“หูหู่ หยุดหยาบคายได้แล้ว!” ข่งหนานอู่มองจิ้งจอกน้อยอย่างหมดความอดทน จากนั้นนางก็มองไปที่ซูอันอย่างขอโทษด้วยดวงตาที่สวยงาม “ข้าขอโทษ นายน้อยซู สาวใช้ของข้าไม่มีระเบียบวินัย ใช่ ข้าเชื่อว่าข้าก็อ่านหนังสือมามากเหมือนกัน แต่ไม่เคยได้ยินชื่อ ‘นิทานประหลาด’ นี้มาก่อน ข้าขอถามนายน้อยว่าได้หนังสือเล่มนี้มาจากไหน?”
ซูอันไม่ได้สนใจความหยาบคายของจิ้งจอกน้อย รูปร่างของนางในตอนนี้ช่างน่ารักเหลือเกิน เขาตอบว่า “เมื่อหลายปีก่อน ข้าพบท่านผู้เฒ่าชื่อผู่สงหลิง*[1] เขาเล่าเรื่องแปลก ๆ ให้ข้าฟัง ข้าจึงจำและจดบันทึกไว้ ตอนนี้ข้ากำลังมอบฉบับคัดลอกเป็นของขวัญ หวังว่าเจ้าจะถูกใจ”
ในขณะที่เขารู้สึกเบื่อหน่ายในวังตะวันออกเมื่อวันก่อน เขาก็สงสัยว่าจะให้ของขวัญอะไรแก่ข่งหนานอู่เพื่อตอบแทนน้ำใจของนาง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกหนังสือเรื่อง ‘นิทานประหลาด’
‘นิทานประหลาด’ เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่แปลกประหลาดและน่าตื่นเต้นทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับภูติผีและมนุษย์ นางมาจากเผ่าพันธุ์ปีศาจ เขาจึงคิดว่าน่าจะเหมาะกับรสนิยมของพวกนาง เนื่องจากเวลาของเขามีจำกัด เขาจึงคัดลอกมาเพียงบางส่วน ส่วนที่เหลือนั้นเป็นเรื่องของอนาคต
ข่งหนานอู่ดูประหลาดใจ “หมายความว่านายน้อยเขียนขึ้นมาด้วยตัวเอง! นี่เป็นสมบัติที่หายาก…” นางหยิบหนังสือขึ้นมาขณะพูด ทันใดนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็แข็งทื่อทันที เพราะลายมือนั้น… น่าเกลียดอย่างแท้จริง
ใบหน้าของซูอันร้อนขึ้น เขากระอักกระอ่วนและพูดว่า “โปรดอ่านช้า ๆ ข้ายังมีสิ่งที่ต้องจัดการ ขอตัวก่อน” จากนั้นเขาก็จากไปราวกับกำลังวิ่งหนีโดยไม่รอให้พวกนางพูดอะไร
จิ้งจอกน้อยย่นจมูก “อย่างน้อยผู้ชายคนนั้นก็รู้จักตัวเอง ลายมือนี้น่ารังเกียจต่อสายตาจริง ๆ”
หนานซวินขยับตัวแล้วปิดปากหัวเราะคิกคัก “มันน่าเกลียดไปหน่อย”
“มันไม่เหมาะกับความสง่างามทางวรรณกรรมของเขาเลยจริง ๆ ไม่น่าแปลกใจที่เขาให้คนอื่นบันทึกบทกวีให้เขาก่อนหน้านี้” ข่งหนานอู่อดรำพึงไม่ได้ ในขณะเดียวกันนางก็หยิบหนังสือเล่มเล็กขึ้นมา ขณะที่นางพลิกดูหน้าต่าง ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เมื่อเวลาผ่านไปสีหน้าของนางเริ่มจริงจังเล็กน้อย จากนั้นนางก็เริ่มอ่านเร็วขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
สุนัขจิ้งจอกตัวน้อยพองขนที่วุ่นวายจากการลูบคลำของเจ้านาย พร้อมกับกระซิบว่า “เจ้านั่นช่างตลกเสียจริง คุณหนูช่วยเขาเอาไว้มาก แต่เขาก็ยังให้หนังสือโง่ ๆ เล่มนี้มาเล่มเดียว แถมลายมือยังน่าเกลียดมากขนาดนี้”
หนานซวินยังเสริมว่า “ใช่ไหม? ข้าช่วยเขาด้วยซ้ำ แต่เขาไม่ให้อะไรมาเลย ผู้ชายล้วนไม่แน่นอนในความรัก”
ข่งหนานอู่หัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำพูดที่อิจฉาของหนานซวิน “ใครบอกว่าเขาไม่ให้ของขวัญเจ้า? เรื่องราวนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อเจ้าเท่านั้นเหรอ?”
หนานซวินตกตะลึง นางมองที่ที่ข่งหนานอู่ชี้และเห็นคำว่า ‘วิญญาณของสาวงาม’ นางร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนกก่อนที่จะเริ่มอ่านอย่างรวดเร็ว ด้วยสมาธิในปัจจุบัน นางอ่านมันจบอย่างง่ายดาย ใบหน้าของนางแดงก่ำด้วยความเขินอาย ความรู้สึกภายในปั่นป่วนไปหมด
ข่งหนานอู่ไม่พอใจ “แต่ใครคือแม่มดเฒ่าแห่งหุบเขามืดที่หนังสือพูดถึง? เห็นข้าเป็นคนชั่วร้ายจริง ๆ หรือ?”
หนานซวิน รีบปกป้องซูอันทันที “นายน้อยซูไม่ได้บอกเจ้าหรือว่าเขาไม่ใช่คนเขียนเรื่องนี้? นี่เป็นเรื่องราวที่ชายชราเล่าให้ฟัง”
“ดูเจ้าสิ เจ้าเป็นพระชายาของราชันลมปราณและเป็นสายลับที่ได้รับการฝึกฝนจากราชวงศ์นะ เจ้ายังไร้เดียงสาแบบนี้ได้อย่างไร?” ข่งหนานอู่มองนาง “แม้ข้าไม่อาจบอกได้ว่าข้าอ่านหนังสือทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกนี้ แต่ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนิทานประหลาดเหล่านี้มาก่อนเลย”
“บางทีผู่สงหลิงยังไม่สร้างชื่อเสียงในโลกนี้ นิทานเรื่องนี้จึงไม่แพร่หลาย?” หนานซวินคาดเดา
ข่งหนานอู่ส่ายศีรษะ “เป็นไปไม่ได้ คนที่มีพรสวรรค์ในการเขียนเรื่องแบบนี้จะไม่มีใครรู้จักได้อย่างไร? นอกจากนี้ วิธีการเขียนยังแตกต่างจากวิธีที่นิยมในโลกนี้อย่างสิ้นเชิง นอกจากคนที่มีพรสวรรค์ทางวรรณกรรมแล้ว มีใครอีกบ้างที่สามารถเขียนอะไรแบบนี้ได้”
1. ผู่สงหลิงเป็นนักเขียนชาวจีนที่อาศัยอยู่ในราชวงศ์ชิงเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะผู้เขียนเรื่องนิทานประหลาด
………………..