เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1417 เตรียมตัวเดินทาง
บทที่ 1417 เตรียมตัวเดินทาง
………………..
บทที่ 1417 เตรียมตัวเดินทาง
หรงโม่รู้สึกประหลาดใจ องค์หญิงรัชทายาทเป็นคนมีความวิริยะอุตสาหะเป็นอย่างยิ่ง รัชทายาทไม่เคยทำงานใด ๆ ดังนั้นจึงเป็นองค์หญิงรัชทายาทที่จัดการงานเอกสารในวังตะวันออก นั่นเป็นเหตุผลที่นางปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด เกิดอะไรขึ้นกับนางในวันนี้?
แต่หรงโม่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากเกินไปเช่นกัน องค์หญิงรัชทายาทได้รับความเสียหายต่อพลังชีวิตในมิติลับ ดังนั้นนางอาจจะไม่มีพลังล้นเหลือเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป นางคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของซูอันที่ไม่ได้ปกป้ององค์หญิงรัชทายาทอย่างเต็มที่!
…
“ฮัดชิ่ว!” ซูอันปล่อยจามครั้งใหญ่ สาวคนไหนกำลังคิดถึงข้าอยู่เนี่ย?
เขามีเวลานอนไม่มากนักหลังจากออกจากวังตะวันออก เขารายงานไปยังพระราชวังหลวงและออกไปพร้อมกับผู้คุ้มกันหนึ่งร้อยคน
กองคุ้มกันทั้งหมดเป็นชนชั้นสูงที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ สมาชิกทั้งหมดอยู่ในระดับห้า อาจจะสู้ตัวต่อตัวไม่เก่งนัก แต่มีความเชี่ยวชาญในการสู้รบแบบประสาน หากพวกเขาต่อสู้กับศัตรูในระดับการบ่มเพาะเดียวกันในจำนวนที่เท่ากัน พวกเขามักจะได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นกลับมา และยังมีโอกาสที่ดีแม้ว่าจะต่อสู้กับผู้บ่มเพาะที่อยู่เหนือระดับห้า
ในการที่จะเอาชนะทหารกองกำลังคุ้มกันเหล่านี้ได้ร้อยคน จะต้องเพิ่มจำนวนกองทัพหลายเท่า อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้พวกเขาเป็นตัวแทนของราชทูต หากศัตรูตั้งใจก่อการกบฏจริง ๆ ก็คงไม่มีผลอะไรหากอีกฝ่ายส่งกำลังพลหนึ่งร้อยหรือพันคนออกมา
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาพบคนของซ่างหงที่ชานเมือง แม้ว่าการบ่มเพาะพลังของโลกนี้จะได้รับการพัฒนาด้วยอักขระวิเศษทุกชนิดเพื่อให้การขนส่งสะดวกขึ้น แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับวิทยาการและเทคโนโลยีของโลกก่อนหน้าของซูอันซึ่งมีทั้งรถไฟและเครื่องบิน
การก่อตัวของอักขระทำให้หินพลังชี่จำนวนมากหมดลง พวกมันจึงมีราคาแพงเกินไป มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเพลิดเพลินกับความหรูหราได้ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการเดินทางทางน้ำจึงสะดวกที่สุดเช่นเดียวกับในสมัยโบราณของโลกที่แล้ว
แม่น้ำซุยตันใหญ่ทอดยาวหลายพันลี้จากเหนือจรดใต้ เส้นทางพาดผ่านเมืองหลวงเช่นกัน เมืองหลวงเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่ใช้อาหาร ไม้ แร่ และทรัพยากรอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก ทรัพยากรเหล่านี้เกือบทั้งหมดมาจากการขนส่งทางน้ำ
กองเรือทางการฑูตจะล่องไปตามแม่น้ำซุยตันใหญ่ไปทางเหนือ จากนั้นพวกเขาจะลงและมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกจนกว่าจะถึงมณฑลเมฆคราม อย่างไรก็ตามแม่น้ำซุยตันใหญ่ไม่ได้ผ่านมณฑลเมฆคราม
คราวนี้ซ่างหงทำหน้าที่เป็นราชทูต นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่บางคนเป็นตัวแทนของราชสำนัก จักรพรรดิยังส่งขันทีบางคนร่วมเดินทางมาอ่านราชโองการในครั้งนี้
ซูอันหาวหวอด ขอบคุณฟ้าดินที่มีซ่างหงคอยช่วยจัดการเรื่องพิธีการ ไม่อย่างนั้นเขาคงรำคาญแทบตาย
ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นร่างที่คุ้นเคยในหมู่ฝูงชน เขาดีใจและประหลาดใจอย่างยิ่ง “พวกเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”
ชายหนุ่มทั้งสองมีท่าทีที่น่าประทับใจ พวกเขาแตกต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง
หนึ่งในนั้นมีใบหน้าเหลี่ยม ให้ความรู้สึกซื่อตรงและจริงจัง เขาดูน่าเชื่อถือทีเดียว อีกคนหนึ่งมีความหล่อเหลาที่มืดมนเหมือนชายหนุ่มที่มีความเจ็บปวดทางจิตใจอย่างชัดเจน
แน่นอนว่าทั้งสองคนคือเกาอิ้งและเพ่ยโยว
มีรอยยิ้มบนใบหน้าที่จริงจังของเกาอิ้ง เขากล่าวว่า “การเดินทางสู่มณฑลเมฆครามครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีในการแสดงความสามารถ มีหลายตระกูลแข่งขันกันเข้าร่วม แต่ที่ว่าเราสามารถอยู่ที่นี่ได้ในวันนี้ก็เป็นเพราะเจ้าเช่นกัน”
เพ่ยโยวไม่พยายามรักษารูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเย็นชาและห่างไกลอีกต่อไป เขาลดเสียงลงและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าได้ยินมาว่าผู้หญิงทางเหนือทุกคนเรียวขายาว ข้าอยากไปที่นั่นมานานแล้ว และในที่สุดก็มีโอกาส ข้าจะพลาดโอกาสแบบนี้ไปได้อย่างไร?”
ซูอันมีสีหน้าแปลกใจ ชายคนนี้ดูเหมือนเป็นคนสันโดษที่ต่อต้านสังคม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เป็นแบบนี้ต่อหน้าคนสนิท! นี่แหละที่คนจากโลกก่อนเรียกกันว่า ‘ข้างนอกเย็นชาแต่ข้างในเต็มไปด้วยความรัก’
“คราวนี้สิ่งต่าง ๆ ในมณฑลเมฆครามอาจไม่ราบรื่น” ซูอันไม่สามารถบอกพวกเขาได้มากนักในขณะนี้ ทำได้เพียงเตือนทั้งสองอย่างคลุมเครือ
เกาอิ้งตอบว่า “ไม่ต้องกังวล พี่ซู เราสองคนไม่ได้ใช้ชีวิตตลอดหลายปีมานี้โดยเปล่าประโยชน์ อย่างน้อยที่สุด เราจะไม่เป็นตัวถ่วง ทั้งยังน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง”
ซูอันคิดว่ามันสมเหตุสมผลเช่นกัน ทั้งสองคนอยู่ที่ขั้นสูงสุดของระดับหกซึ่งดีที่สุดในบรรดาคนรุ่นเดียวกัน นอกจากนี้พวกเขามีตระกูลหลิวและตระกูลเพ่ยคอยหนุนหลัง
“พี่เขย พี่เขย!” เสียงอันไพเราะของชายหนุ่มดังขึ้น ชายรูปงามจนเหมือนหญิงสาวโบกมือให้ซูอัน
ซูอันยิ้ม เขาทักทายนางอย่างรวดเร็วแล้วถามว่า “เจ้ามาที่นี่ทำไมโหยวเจา?” เมื่อเขาเห็นมู่หรงชิงเหออยู่ข้าง ๆ เขาก็พยักหน้าให้นางและกล่าวเสริมว่า “ชิงเหอก็มาด้วย”
“พี่ซู” มู่หรงชิงเหอพยักหน้าตอบรับ ความสนใจของนางกลับไปหาฉู่โหยวเจาอย่างรวดเร็ว พี่ฉู่ของนางหล่อมาก ไม่มีใครเทียบเขาได้!
เกาอิ้งสะกิดเพ่ยโยวและพูดว่า “จิ๊ ๆ เจ้าพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง”
“คุณหนูใหญ่ฉู่ได้รับความชื่นชมมากแค่ไหนจากเหล่าทายาทขุนนางแห่งเมืองหลวงในตอนนั้น? ด้วยความงามอันน่าทึ่งราวกับพี่สาว น้องชายจะด้อยกว่าได้อย่างไร?” เพ่ยโยวไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจใด ๆ เขากล่าวเสริมว่า “ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อไหร่กันที่ชายอกสามศอกต้องพึ่งพาใบหน้าเพื่อเอาชนะ?”
เกาอิ้งมีรอยยิ้มที่ขมขื่นบนใบหน้า ผู้ชายที่หล่อเหลาอย่างเจ้าอาจไม่มีความวิตกเช่นนี้ แต่พวกเราที่เหลือซึ่งมีรูปร่างหน้าตาธรรมดาต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก! แต่เขาเป็นคนใจกว้างและขจัดอารมณ์เชิงลบเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ฉู่โหยวเจาก็มีรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า “พี่เขยกำลังจะเดินทางไกล แน่นอนว่าเราต้องมาส่ง! นี่คือเสื้อผ้ากันหนาวที่ข้าเตรียมไว้ให้ อากาศที่นั่นหนาว อย่าลืมแต่งตัวให้มิดชิด ส่วนพวกนี้คือขนมอบบางส่วนจากร้านอาหารมงคลคุณธรรม ให้เจ้าได้ลิ้มลองยามหิวระหว่างทาง ส่วนนี่คือ…”
ซูอันรู้สึกอบอุ่นในใจเมื่อเห็นนางมอบทุกสิ่งให้กับเขา เป็นเรื่องดีที่มีใครสักคนคอยห่วงใย
“ขอบคุณ แต่นี่ดูไม่เหมือนเจ้าเลย…?” ซูอันยังคงตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างอย่างรวดเร็ว แม้ว่าฉู่โหยวเจาจะเป็นเด็กผู้หญิง แต่นางถูกเลี้ยงดูมาแบบเด็กผู้ชาย ดังนั้นนางจึงค่อนข้างหยาบกระด้างกว่าเล็กน้อย นางจะคิดถึงเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร?
สีหน้าของฉู่โหยวเจาไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย แต่สุดท้ายนางก็ยังพูดตามจริงว่า “ชิงเหอช่วยข้าเตรียมของพวกนี้ เช่น วัดขนาดเสื้อผ้าของเจ้า…”
มู่หรงชิงเหอหน้าแดงและพูดว่า “ข้าแค่ช่วยพี่ฉู่ของข้า”
ซูอันรู้สึกประหลาดใจ มู่หรงชิงเหอทอมบอยตัวน้อยคนนี้มีด้านที่ละเอียดพิถีพิถันเหมือนกับหญิงสาวทั่วไปด้วย! ดูเหมือนว่าผู้หญิงก็คือผู้หญิง เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ฉู่โหยวเจานั้นเป็นคนที่เรียบง่ายกว่ามาก
“ขอบคุณทุกคน ข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวให้สนุกเลยถ้าได้กลับมาจาก มณฑลเมฆคราม” ซูอันอยากจะตบปากตัวเองทันทีที่พูดแบบนี้ ทำไมมันฟังดูเหมือนเขากำลังพูดเป็นลาง?
“เย้!” ฉู่โหยวเจารู้สึกตื่นเต้น มู่หรงชิงเหอไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะหากพี่ฉู่มีความสุข นางเองก็มีความสุขเช่นกัน
………………..